คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสิงคโปร์ (PDPC) ออกแนวทางฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 โดยระบุว่า หากต้องขอความยินยอมเพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคลฝึกหรือปรับแต่งโมเดล GenAI การแจ้งแบบกว้าง ๆ เช่น “พัฒนาผลิตภัณฑ์ให... ประกาศควรอธิบายว่าโมเดลทำอะไร ใช้ข้อมูลประเภทใด ข้อมูลมีส่วนช่วยพัฒนาโมเดลอย่างไร และผู้ใช้จะปฏิ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are Singapore’s proposed Personal Data Protection Commission (PDPC) guidelines for organisations using personal data to train generativ. Article summary: The PDPC’s June 2026 proposal aimed to prevent organisations from hiding GenAI training behind generic “product development” privacy language. It called for a prominent, AI-specific notice, but it left important practica. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
แนวทางเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลกับปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (GenAI) ของสิงคโปร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นอีกต่อไป เพราะคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสิงคโปร์ หรือ PDPC ออก Advisory Guidelines on the Use of Personal Data in Generative AI ฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026
สาระสำคัญคือ หากบริษัทจำเป็นต้องขอความยินยอมเพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลไปพัฒนาหรือปรับปรุงโมเดล GenAI บริษัทไม่ควรใช้ถ้อยคำกว้าง ๆ ในประกาศความเป็นส่วนตัว แต่ต้องบอกตรง ๆ ว่าข้อมูลจะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาโมเดล AI
เมื่อการใช้ข้อมูลต้องอาศัยความยินยอม ประกาศที่ระบุเพียงว่าอาจใช้ข้อมูลเพื่อ “พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่” ยังไม่เพียงพอ บริษัทต้องแจ้งวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาโมเดล AI โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวเป็นคำแนะนำภายใต้กรอบกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสิงคโปร์ หรือ PDPA ไม่ใช่คำสั่งห้ามฝึก AI โดยอัตโนมัติ กฎหมายยังมีข้อยกเว้นที่อาจอนุญาตให้ใช้ข้อมูลบางประเภทได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนที่เปิดเผยต่อสาธารณะและเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
PDPC ต้องการให้ผู้ใช้เข้าใจทั้งตัวผลิตภัณฑ์และเส้นทางการไหลของข้อมูล ไม่ใช่เพียงเห็นประโยคทางกฎหมายที่ซ่อนอยู่ในนโยบายความเป็นส่วนตัวยาวหลายหน้า โดยประกาศที่เหมาะสมควรอธิบายอย่างน้อยว่า
รูปแบบที่เสนออาจเป็นการแจ้งเตือนเด่นชัดภายในผลิตภัณฑ์ หรือหน้าเว็บไซต์เฉพาะสำหรับการใช้ข้อมูลฝึก AI
หากบริษัทกำลังพัฒนาฟังก์ชันแปลงข้อความเป็นเสียง บริษัทควรระบุว่าเสียงบันทึกของลูกค้าจะถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล และอธิบายว่าเสียงเหล่านั้นช่วยให้ระบบเรียนรู้รูปแบบการพูดและจดจำเสียงได้ดีขึ้น
การเขียนเช่นนี้ชัดเจนกว่าการใช้คำกว้าง ๆ ว่า “นำข้อมูลไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์”
จุดที่ธุรกิจต้องแยกให้ออกคือ การแจ้งว่าจะเกิดอะไรขึ้น กับ การมีฐานทางกฎหมายในการใช้ข้อมูล
ตามกรอบทั่วไปของ PDPA องค์กรต้องแจ้งวัตถุประสงค์แก่เจ้าของข้อมูลและขอความยินยอมก่อนเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นตามกฎหมาย
แนวทางฉบับสมบูรณ์ชี้แจงว่า เมื่อกรณีใดต้องขอความยินยอม การแจ้งต้องระบุการนำข้อมูลไปพัฒนาโมเดล AI โดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลฝึก AI ทุกกรณีจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งเสมอไป เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องของ PDPA รวมถึงกฎเกี่ยวกับข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
ในทางปฏิบัติ บริษัทควรบันทึกฐานทางกฎหมายของชุดข้อมูลแต่ละชุดแยกกัน ประกาศที่ชัดเจนไม่สามารถทดแทนความยินยอมในกรณีที่กฎหมายกำหนด และบริษัทก็ไม่ควรถือว่าผู้ใช้ยินยอมจากข้อความที่กว้างจนไม่สะท้อนการใช้งาน AI จริง
ในช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแนวทางทำให้เกิดคำถามด้านปฏิบัติหลายประเด็น แม้แนวทางฉบับสมบูรณ์จะช่วยทำให้ฐานทางกฎหมายและหน้าที่ในการแจ้งชัดเจนขึ้นแล้วก็ตาม
ร่างแนวทางไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการฝึก GenAI ทุกสถานการณ์ต้องใช้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง ผู้เกี่ยวข้องจึงตั้งคำถามว่าเมื่อใดจึงใช้รูปแบบให้ผู้ใช้ปฏิเสธภายหลังได้ และเมื่อใดอาจอาศัยข้อยกเว้นของ PDPA
แนวทางฉบับสมบูรณ์ทำให้การระบุฐานทางกฎหมายมีความสำคัญมากขึ้น บริษัทจึงไม่ควรนำประกาศเฉพาะด้าน AI มาใช้เสมือนเป็นตัวแทนของความยินยอมในทุกกรณี
อีกประเด็นที่ยังต้องพิจารณาคือ หน้าที่ในการแจ้งแบบเฉพาะ AI จะใช้กับข้อมูลที่ถูกทำให้เป็นนิรนามก่อนนำไปฝึกโมเดลหรือไม่
การวิเคราะห์ด้านความเป็นส่วนตัวอาจแตกต่างกันตามว่า ข้อมูลยังเชื่อมโยงกลับไปยังบุคคลที่ระบุตัวได้หรือไม่ รวมถึงวิธีการทำให้ข้อมูลเป็นนิรนามและเอกสารที่บริษัทจัดทำไว้ แนวทางจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่สนับสนุนให้มองคำว่า “ข้อมูลนิรนาม” เป็นคำตอบอัตโนมัติสำหรับทุกชุดข้อมูล บริษัทควรประเมินข้อมูลและกระบวนการจริงเป็นรายกรณี
ยังมีคำถามว่าธนาคาร บริษัทประกัน แพลตฟอร์ม หรือผู้ให้บริการรายอื่นจะระงับหรือไม่ให้บริการแก่บุคคลที่ไม่ยอมให้นำข้อมูลไปฝึก AI ได้หรือไม่
ประเด็นนี้สะท้อนช่องว่างระหว่าง “ทางเลือก” ที่มีอยู่บนกระดาษกับต้นทุนในชีวิตจริง หากการปฏิเสธทำให้ผู้ใช้เสียประโยชน์อย่างมาก การมีปุ่มยกเลิกเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ถือเป็นทางเลือกที่มีความหมาย
หน้าที่ในการแจ้งช่วยให้ผู้คนมองเห็นการใช้ข้อมูลมากขึ้น แต่ไม่ได้ตอบคำถามทั้งหมดเกี่ยวกับความเป็นธรรม การเข้าถึงบริการ หรืออำนาจต่อรองระหว่างผู้บริโภคกับผู้ให้บริการ
ความสนใจของ PDPC ต่อ GenAI เป็นส่วนหนึ่งของความกังวลที่กว้างกว่า นั่นคือผลิตภัณฑ์และระบบที่เก็บข้อมูลโดยผู้คนอาจไม่ทันสังเกต รายงานเกี่ยวกับประเด็นที่ Denise Wong ให้ความสำคัญกล่าวถึงอุปกรณ์อย่างแว่นตาอัจฉริยะ นาฬิกาอัจฉริยะ และระบบชำระเงินที่สแกนฝ่ามือ
อุปกรณ์เหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหว เช่น ลักษณะใบหน้า ลายนิ้วมือ ข้อมูลเสียง และรูปแบบเส้นเลือดบริเวณฝ่ามือ ความเสี่ยงที่ถูกรายงานครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกภาพหรือเสียงโดยที่ผู้อื่นไม่รู้ การเปิดเผยหรือใช้ข้อมูลชีวมิติในทางที่ไม่เหมาะสม ไปจนถึงการใช้แว่นตาอัจฉริยะบันทึกข้อสอบหรือข้อมูลอื่นเพื่อช่วยการทุจริต
กระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศของสิงคโปร์ยังเคยตอบคำถามเกี่ยวกับไฟแสดงสถานะบนแว่นตาอัจฉริยะ รวมถึงการเก็บข้อมูลชีวมิติหรือข้อมูลสภาพแวดล้อมของคนรอบข้างที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้อุปกรณ์
ปัญหาพื้นฐานจึงอยู่ที่การทำให้ผู้คนรับรู้ได้อย่างแท้จริง ไฟบันทึกขนาดเล็กหรือข้อกำหนดการใช้งานที่ซ่อนอยู่ในเอกสาร อาจไม่เพียงพอให้คนที่อยู่รอบข้างเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นและตัดสินใจได้
ทีมที่พัฒนาหรือนำระบบ GenAI ไปใช้ในสิงคโปร์สามารถใช้แนวทางนี้เป็นเช็กลิสต์ด้านธรรมาภิบาลข้อมูลได้ดังนี้
ท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงของสิงคโปร์ไม่ได้มุ่งห้ามใช้ข้อมูลส่วนบุคคลกับ GenAI แต่ต้องการให้การใช้งานนั้น มองเห็นได้ ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน และเชื่อมโยงกับฐานทางกฎหมายที่ตรวจสอบได้ แนวทางฉบับสมบูรณ์ช่วยลดช่องว่างระหว่างประกาศความเป็นส่วนตัวแบบเดิมกับกระบวนการพัฒนา AI สมัยใหม่ ขณะที่คำถามยากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องทางเลือกที่มีความหมายและการจัดการข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลที่ถูกเก็บจากคนรอบข้างโดยอ้อม ยังคงเป็นโจทย์สำคัญด้านธรรมาภิบาลข้อมูลต่อไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสิงคโปร์ (PDPC) ออกแนวทางฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 โดยระบุว่า หากต้องขอความยินยอมเพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคลฝึกหรือปรับแต่งโมเดล GenAI การแจ้งแบบกว้าง ๆ เช่น “พัฒนาผลิตภัณฑ์ให...
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสิงคโปร์ (PDPC) ออกแนวทางฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 โดยระบุว่า หากต้องขอความยินยอมเพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคลฝึกหรือปรับแต่งโมเดล GenAI การแจ้งแบบกว้าง ๆ เช่น “พัฒนาผลิตภัณฑ์ให... ประกาศควรอธิบายว่าโมเดลทำอะไร ใช้ข้อมูลประเภทใด ข้อมูลมีส่วนช่วยพัฒนาโมเดลอย่างไร และผู้ใช้จะปฏิเสธหรือถอนความยินยอมได้อย่างไร
ประเด็นที่ยังต้องจับตาคือ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจำเป็นในทุกกรณีหรือไม่ ข้อมูลนิรนามอยู่ในขอบเขตใด และบริษัทจะปฏิเสธการให้บริการแก่ผู้ที่ไม่ยอมให้นำข้อมูลไปฝึก AI ได้หรือไม่