Grayscale มองว่าแนวโน้มการยอมรับ Bitcoin ยังแข็งแรง ตลาดหมีที่ยาวราว 10 เดือนใกล้เคียงกับวัฏจักรก่อนหน้า และภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจเอื้อต่อการฟื้นตัว [1][4][5] การพุ่งขึ้นเหนือ 79,000 ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากการซื้อในตลาดสปอตและผลิตภัณฑ์ ETF แต่การปิดสถานะขายชอร์ตก็เร่งการดีดตัวเช่นกัน จึงยังเสี่ยงต่อการพักฐานหากแรงซื้อ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are Grayscale research head Zach Pandl’s three reasons for viewing Bitcoin’s current price as a potentially favorable entry point for l. Article summary: Pandl’s thesis is a long-horizon valuation and macro thesis—not a claim that Bitcoin has definitively bottomed or that the post-rally price is attractive for short-term trading. The evidence supports a constructive strat. Topic tags: general, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
มุมมองของ Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale เป็นข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนระยะยาว มากกว่าจะเป็นคำแนะนำให้จับจังหวะซื้อขายระยะสั้น เขามองว่ามี 3 ปัจจัยที่อาจช่วยหนุนอุปสงค์ Bitcoin ได้แก่ แนวโน้มการยอมรับที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ตลาดหมีที่อาจใกล้เข้าสู่ช่วงปลาย และสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคที่อาจดีขึ้น หากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed หยุดขึ้นดอกเบี้ย 145
อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวซับซ้อนขึ้นหลัง Bitcoin ดีดตัวแรงเหนือระดับ 79,000 ดอลลาร์ แม้แรงซื้อในตลาดสปอตและ ETF จะสะท้อนความต้องการจริง แต่การปิดสถานะขายชอร์ตก็มีส่วนเร่งการปรับตัวขึ้นด้วย สำหรับนักลงทุนระยะยาว สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เรื่องราวการลงทุนยังฟังขึ้นหรือไม่” แต่รวมถึง “ตอนนี้เป็นจังหวะเข้าซื้อที่เชื่อถือได้หรือยัง”
เหตุผลแรกของ Pandl คือปัจจัยระยะยาวที่ผลักดันการยอมรับ Bitcoin ยังคงอยู่ แม้ตลาดจะผ่านช่วงขาลง โดย Grayscale ระบุถึงการขาดดุลงบประมาณของภาครัฐ การใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในบริการทางการเงินที่ขยายตัว และการเปลี่ยนแปลงระหว่างรุ่นในการจัดพอร์ตลงทุน 35
ประเด็นหนี้สาธารณะเห็นได้ชัดขึ้นหลังหนี้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2026 เหตุการณ์นี้อาจช่วยเสริมเรื่องเล่าที่มอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดและไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าราคา Bitcoin จะต้องปรับตัวขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างการกู้ยืมของรัฐบาลกับความต้องการ Bitcoin ไม่ได้เป็นเส้นตรง เพราะภาวะการเงินโดยรวม เช่น ค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และคาดการณ์เงินเฟ้อ ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน 3539
อีกส่วนหนึ่งของแนวคิดนี้คือการที่บล็อกเชนเริ่มเชื่อมเข้ากับระบบการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น โดยมีสเตเบิลคอยน์และการแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปโทเคน หรือ tokenization เป็นตัวอย่าง การพัฒนาดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม แต่ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นหลักฐานโดยตรงว่า Bitcoin จะต้องขึ้นภายในกรอบเวลาใดเวลาหนึ่ง 3
เหตุผลที่สองเกี่ยวข้องกับตำแหน่งของ Bitcoin ในวัฏจักรตลาด Grayscale ประเมินว่าตลาดหมีรอบปัจจุบันดำเนินมาแล้วประมาณ 10 เดือน ขณะที่ตลาดหมีตามวัฏจักร 4 ครั้งก่อนหน้ามีระยะเวลาเฉลี่ยและค่ามัธยฐานอยู่ที่ราว 11–12 เดือน 47
การเปรียบเทียบนี้อาจสนับสนุนมุมมองว่าตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงปลาย แต่ไม่ใช่นาฬิกานับถอยหลังเพื่อบอกวันที่จุดต่ำสุด Bitcoin มีข้อมูลวัฏจักรในอดีตไม่มาก และวัฏจักรก่อนหน้าไม่ได้รับประกันว่ารอบปัจจุบันจะจบลงตามกำหนดเดียวกัน นอกจากนี้ ในกรอบข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ Pandl อ้างถึง การปรับฐานในตลาดหมีเคยมีขนาดเฉลี่ยใกล้ 80% จึงยังเปิดโอกาสให้ราคาลดลงได้ แม้จะผ่านช่วงขาลงมาเป็นเวลานานแล้ว 1112
ข้อสรุปที่นำไปใช้ได้จริงจึงควรอยู่ในระดับพอดี นั่นคือ ระยะเวลาของตลาดหมีอาจทำให้อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดูน่าสนใจขึ้นสำหรับผู้ที่ลงทุนระยะยาว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจุดต่ำสุดผ่านพ้นไปแล้ว
เหตุผลข้อที่สามคือความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและนโยบายของ Fed สถานการณ์เชิงบวกที่ Pandl วางไว้คือเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี และ Fed ไม่เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ภายใต้เงื่อนไขนี้ จุดต่ำสุดล่าสุดของ Bitcoin อาจยืนอยู่ได้ 1112
แต่ความเสี่ยงคือ Bitcoin กำลังซื้อขายในลักษณะเดียวกับสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจมหภาคและมีพฤติกรรมแบบ risk-on มากขึ้น อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า หรือการกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ล้วนกดดันมูลค่า Bitcoin ได้
การที่ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ย Fed funds ไว้ที่ 3.5%–3.75% ในการประชุมเดือนกรกฎาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่ 3 คนสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน จึงยังไม่ใช่สัญญาณว่าอุปสรรคทั้งหมดหมดไป แต่สะท้อนว่าความไม่แน่นอนด้านนโยบายยังคงอยู่ 732
การดีดตัวแรงทำให้แนวคิด “ซื้อช่วงราคาย่อตัว” ซับซ้อนขึ้น Bitcoin ขึ้นไปแตะประมาณ 79,455 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Bitcoin แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิคิดเป็นมูลค่าเกือบ 520 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งวันที่มีการรายงาน 17
กระแสเงินดังกล่าวสะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันอย่างแท้จริง แต่ไม่ใช่แรงขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว การปิดสถานะขายชอร์ตช่วยขยายแรงปรับตัวขึ้น และรายงานตลาดอื่นก็ระบุว่าการบังคับชำระบัญชีสถานะชอร์ตมีส่วนสำคัญในช่วงเบรกเอาต์ 171920
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะการปรับตัวขึ้นที่เกิดจากทั้งการซื้อใหม่ในตลาดสปอตและการปิดสถานะชอร์ตโดยบังคับ อาจสูญเสียแรงส่งได้หากกระแสเงินเข้า ETF ชะลอลง ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นอย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์ก็อาจกระตุ้นให้นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไร
การที่เหรียญที่อยู่ในสถานะมีกำไรถูกโอนไปยังแพลตฟอร์มซื้อขาย รวมถึงตัวชี้วัดโมเมนตัมที่อยู่ในระดับสูง ควรถูกมองเป็นสัญญาณเตือนระยะสั้น ไม่ใช่หลักฐานว่าทฤษฎีการยอมรับ Bitcoin ในระยะยาวผิดพลาด
กรอบวิเคราะห์ของ Pandl ไม่ได้บอกว่า Bitcoin ทำจุดต่ำสุดอย่างชัดเจนแล้ว ในสถานการณ์ที่เอื้ออำนวย การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและการที่ Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจช่วยให้จุดต่ำสุดล่าสุดยืนอยู่ได้ แต่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็อาจผลักราคาให้ลดลงต่อ 1112
การวิเคราะห์วัฏจักรในอดีตก็มีข้อจำกัด จำนวนวัฏจักร Bitcoin ที่มีให้ศึกษาไม่มาก ข้อมูลแต่ละช่วงไม่ได้เป็นตัวอย่างที่เป็นอิสระจากกันอย่างสมบูรณ์ และโครงสร้างตลาดในปัจจุบันที่มี ETF แตกต่างจากช่วงก่อนหน้า ดังนั้น การเปรียบเทียบระยะเวลาตลาดหมีและขนาดการปรับฐานจึงเหมาะสำหรับใช้เป็นบริบท มากกว่าจะใช้เป็นสัญญาณจับจังหวะเพียงอย่างเดียว
เช่นเดียวกับการคาดการณ์ราคา ตัวเลขประมาณ 75,000 ดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี โอกาสที่ตลาดคาดว่า Bitcoin จะไปถึง 90,000 ดอลลาร์ หรือเป้าหมาย 100,000 ดอลลาร์จากนักวิเคราะห์บางราย ล้วนสะท้อนมุมมองของตลาด ไม่ใช่ความแน่นอนเชิงพื้นฐาน การคาดการณ์สามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วหลังราคาขยับแรง และความเห็นในตลาดก็มีทั้งฉากทัศน์ขาขึ้นและขาลงที่แตกต่างกันมาก 383334
ข้อเสนอของ Pandl มีน้ำหนักมากที่สุดเมื่อมองเป็นกรอบการจัดสรรพอร์ต ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายระยะสั้น นักลงทุนที่ยอมรับความผันผวนและการขาดทุนครั้งใหญ่ได้ อาจมองว่าการยอมรับ Bitcoin ในระยะยาวที่ยังดำเนินต่อไป ตลาดที่ดูเหมือนใกล้เข้าสู่ช่วงปลายของวัฏจักรขาลง และภาพมหภาคที่อาจไม่เป็นลบเท่าเดิม เป็นเหตุผลให้พิจารณาถือ Bitcoin ในสัดส่วนจำกัด 45
แต่กรอบคิดนี้อ่อนแรงลง หากนำไปใช้เป็นเหตุผลว่า 79,000 ดอลลาร์เป็น “ราคาถูกแน่นอน” ราคายังสามารถไปต่อได้ แต่ก็อาจย่อตัวหากแรงซื้อจาก ETF ลดลง การขายทำกำไรเพิ่มขึ้น หรือท่าทีของ Fed กลับมาเข้มงวดมากกว่าเดิม
แนวทางที่มีวินัยคือแยก “เหตุผลในการลงทุนระยะยาว” ออกจาก “จังหวะเข้าซื้อ” นักลงทุนอาจกำหนดขนาดสถานะให้สอดคล้องกับความเป็นไปได้ของการขาดทุนครั้งใหญ่ แบ่งเงินทยอยซื้อแทนการเข้าลงทุนทั้งหมดในครั้งเดียว และหลีกเลี่ยงการใช้เงินที่จำเป็นต้องนำมาใช้ในระยะสั้น
ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม ได้แก่ แรงซื้อ Bitcoin ในตลาดสปอตและ ETF อย่างต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตร ความแข็งแกร่งของดอลลาร์ และสัญญาณว่า Fed ยุติการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดแล้วหรือไม่
โดยสรุป Grayscale มองเห็น 3 เหตุผลสำหรับการมอง Bitcoin ในเชิงบวกระยะยาวอย่างระมัดระวัง แต่หลักฐานในขณะนี้สนับสนุนการรอจังหวะและควบคุมความเสี่ยง มากกว่าการสรุปว่า Bitcoin พบจุดต่ำสุดแล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Grayscale มองว่าแนวโน้มการยอมรับ Bitcoin ยังแข็งแรง ตลาดหมีที่ยาวราว 10 เดือนใกล้เคียงกับวัฏจักรก่อนหน้า และภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจเอื้อต่อการฟื้นตัว [1][4][5]
Grayscale มองว่าแนวโน้มการยอมรับ Bitcoin ยังแข็งแรง ตลาดหมีที่ยาวราว 10 เดือนใกล้เคียงกับวัฏจักรก่อนหน้า และภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจเอื้อต่อการฟื้นตัว [1][4][5] การพุ่งขึ้นเหนือ 79,000 ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากการซื้อในตลาดสปอตและผลิตภัณฑ์ ETF แต่การปิดสถานะขายชอร์ตก็เร่งการดีดตัวเช่นกัน จึงยังเสี่ยงต่อการพักฐานหากแรงซื้อใหม่ชะลอลง [17][19][20]
มุมมองของ Grayscale สนับสนุนการจัดสรรเงินลงทุนอย่างจำกัดและมีวินัยสำหรับผู้ที่รับความผันผวนได้ ไม่ได้ยืนยันว่า 79,000 ดอลลาร์คือจุดต่ำสุดหรือเป็นราคาถูกแน่นอน