หากทำได้ตามเป้า EV จะกลายเป็นสัดส่วนหลักของธุรกิจต่างประเทศของ Chery อย่างชัดเจน
หนึ่งในแรงผลักดันสำคัญคือ ต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานในหลายประเทศ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้น
ตลาดที่โดดเด่นคือ ยุโรปและเอเชีย‑แปซิฟิก เพราะมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน เช่น
ปัจจัยเหล่านี้กำลังเร่งให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการฟลีทรถเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตอย่าง Chery ขยายตลาดได้รวดเร็วขึ้น
แม้ตลาดสหรัฐฯ จะเป็นเป้าหมายระยะยาว แต่ Chery ดูเหมือนจะใช้แนวทาง ค่อยเป็นค่อยไป ในการเข้าสู่อเมริกาเหนือ
ผู้บริหารบริษัทกล่าวว่าต้องการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ “เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” เนื่องจากตลาดมีขนาดใหญ่มาก แต่ก็มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและการค้าหลายประการ
ในระยะสั้น แคนาดา อาจกลายเป็นประตูสำคัญ
สัญญาณการขยายตลาดเริ่มปรากฏแล้ว เช่น
นอกจากการขยายตลาดแล้ว Chery ยังลงทุนอย่างหนักใน เทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มระยะทางการขับขี่และลดเวลาชาร์จ
ในงาน Chery Battery Night 2026 บริษัทได้เปิดตัวแบตเตอรี่ซีรีส์ใหม่ชื่อ Rhino ซึ่งรวมถึงแบตเตอรี่แบบ โซลิดสเตตเต็มรูปแบบ (all‑solid‑state) ที่กำลังพัฒนาอยู่
เป้าหมายสำคัญของเทคโนโลยีนี้ ได้แก่
นอกจากนี้ Rhino ยังมีแบตเตอรี่เวอร์ชันที่เน้น การชาร์จเร็ว ซึ่งภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมสามารถเพิ่มระยะทางได้ประมาณ 500 กม. ภายในราว 8 นาที
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็น เป้าหมายด้านการพัฒนา ไม่ใช่ประสิทธิภาพที่พิสูจน์แล้วในรถผลิตจริง การนำไปใช้เชิงพาณิชย์ยังขึ้นอยู่กับผลการทดสอบและความสามารถในการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
เมื่อมองภาพรวม แผนของ Chery สามารถสรุปได้เป็น 3 แนวทางหลัก
หากแผนเหล่านี้ประสบความสำเร็จ Chery อาจยกระดับตัวเองเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกรถไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก และสะท้อนแนวโน้มที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังขยายบทบาทในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าระดับสากล
Comments
0 comments