มุมมองล่าสุดของ Bernstein ยังคงเป็นบวกต่อ Bitcoin แต่จังหวะการปรับตัวขึ้นถูกเลื่อนออกไปมากกว่าเดิม โดยกรณีฐานคาดว่า Bitcoin จะฟื้นกลับไปอยู่ที่ราว 125,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 ทำจุดสูงสุดใหม่ใกล้ 150,000 ดอลลาร์ในช่วงกลางปี 2027 และขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของรอบถัดไปประมาณ 300,000 ดอลลาร์ในปี 2029
2
3
4
การปรับคาดการณ์ครั้งนี้ยังส่งผลต่อ Strategy บริษัทที่เดิมชื่อ MicroStrategy และมีมูลค่าหุ้นเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการถือครอง Bitcoin ของบริษัท Bernstein ยังคงคำแนะนำ Outperform แต่ลดราคาเป้าหมายหุ้น Strategy เหลือ 350 ดอลลาร์ จากเดิม 450 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลจากแนวโน้มราคา Bitcoin ที่ใช้เวลานานขึ้นและการเพิ่มทุนผ่านการออกหุ้นที่รวดเร็วขึ้น ขณะที่ Canaccord มีราคาเป้าหมาย Strategy แยกต่างหากที่ 175 ดอลลาร์ สะท้อนว่าการประเมินมูลค่าของนักวิเคราะห์แต่ละรายแตกต่างกันได้มาก
6
7
18
เป้าหมาย Bitcoin ของ Bernstein สรุปในตารางเดียว
| สถานการณ์ |
สิ้นปี 2026 |
กลางปี 2027 |
ปี 2029 |
มุมมองระยะยาว |
| กรณีฐาน |
ประมาณ 125,000 ดอลลาร์ |
ประมาณ 150,000 ดอลลาร์ |
ประมาณ 300,000 ดอลลาร์ |
— |
| กรณีเงินลงทุนสถาบันเร่งตัว |
ประมาณ 125,000 ดอลลาร์ |
ประมาณ 200,000 ดอลลาร์ |
ประมาณ 500,000 ดอลลาร์ |
ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2033 |
ตัวเลขในกรณีฐานมาจากแบบจำลองวัฏจักรของ Bernstein ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวตามรูปแบบวัฏจักรประมาณ 4 ปีในอดีต และประเมินมูลค่าสินทรัพย์โดยอิงกับต้นทุนการผลิตส่วนเพิ่ม (marginal cost of production)
4
6
ส่วนกรณีที่เป็นบวกมากกว่าอาศัยสมมติฐานว่าเงินลงทุนจากสถาบันจะไหลเข้าสู่ตลาดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้ลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่อาจช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของสกุลเงิน
3
8
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งหมดเป็น ฉากทัศน์ที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ไม่ใช่คำรับประกันราคา เพราะยังขึ้นกับสภาพคล่อง ความต้องการจากสถาบัน ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และความผันผวนของวัฏจักร Bitcoin
“Debasement trade” คือแรงหนุนสำคัญในมุมมองนี้
หนึ่งในแกนหลักของ Bernstein คือแนวคิดที่เรียกว่า debasement trade หรือการลงทุนในสินทรัพย์ที่อาจรักษามูลค่าได้ เมื่อผู้ลงทุนกังวลว่าหนี้รัฐบาล เงินเฟ้อ และนโยบายการเงินจะบั่นทอนกำลังซื้อของเงินสกุลหลักในระยะยาว
ในทางปฏิบัติ แนวคิดนี้มักทำให้ผู้ลงทุนหันไปหาสินทรัพย์อย่างทองคำและ Bitcoin เมื่อคาดว่ารัฐบาลอาจเผชิญภาวะขาดดุลต่อเนื่อง หนี้สูง หรือค่าเงินอ่อนตัว
4
23
รายงานตลาดช่วงที่ผ่านมาเชื่อมโยงการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดจนการปรับขึ้นของทองคำและ Bitcoin เข้ากับความกังวลเรื่องการกู้ยืมของสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ นอกจากนี้ แผนซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังช่วยปลุกกระแส debasement trade ให้กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง
23
25
26
แต่หนี้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่า Bitcoin จะต้องปรับตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ สมมติฐานของ Bernstein คือการกู้ยืมภาครัฐในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่สูง อาจทำให้สินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดน่าสนใจขึ้น หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงหรือนโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้น สภาพแวดล้อมเดียวกันนี้ก็อาจกดดันการรับความเสี่ยงและทำให้เป้าหมายต่าง ๆ ล่าช้าออกไปได้เช่นกัน
ทำไม Bernstein จึงมองว่าวัฏจักร Bitcoin อาจยาวขึ้น
ข้อมูลที่ Bernstein ใช้สนับสนุนมุมมองดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผู้ถือครอง Bitcoin งานวิจัยก่อนหน้านี้ของบริษัทประเมินว่า Bitcoin ราว 60% ของอุปทานทั้งหมดไม่ได้เคลื่อนไหวมานานกว่า 1 ปี ซึ่ง Bernstein ตีความว่าเป็นสัญญาณของการถือครองระยะยาวที่ค่อนข้างเหนียวแน่น
33
มุมมองนี้แตกต่างจากการสิ้นสุดวัฏจักรแบบเดิม ซึ่งผู้ถือครองเก็งกำไรมักเทขายอย่างรวดเร็วหลังตลาดผ่านจุดสูงสุดครั้งใหญ่ รายงานเกี่ยวกับบทวิเคราะห์ของ Bernstein จึงมองการปรับฐานที่ผ่านมาเป็นไปได้ว่าอาจเป็นช่วงสะสมกำลังภายในวัฏจักรที่ยาวขึ้น แทนที่จะเป็นการพังทลายของรอบขาขึ้นโดยสมบูรณ์
9
35
ถึงกระนั้น รูปแบบในอดีตไม่ใช่หลักประกัน Bitcoin อาจเคลื่อนตัวแตกต่างจากจังหวะ 4 ปีที่ผ่านมา และการมีผู้ลงทุนสถาบันมากขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ตลาดปลอดจากการปรับฐาน คำถามสำคัญคือความต้องการใหม่จากสถาบันจะชดเชยช่วงเวลาที่เงินไหลเข้า ETF ลดลง ภาวะการเงินตึงตัว หรือการซื้อ Bitcoin โดยบริษัทต่าง ๆ ที่ชะลอตัวได้หรือไม่
ลดเป้า Strategy แม้ยังให้ Outperform สื่ออะไร
Strategy เปิดโอกาสให้นักลงทุนรับความเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในลักษณะที่มีความอ่อนไหวมากกว่า แต่หุ้นของบริษัทไม่ใช่ Bitcoin โดยตรง มูลค่าหุ้นยังขึ้นกับโครงสร้างเงินทุน การออกหุ้น ภาระหุ้นบุริมสิทธิ์ ส่วนเพิ่มหรือส่วนลดเมื่อเทียบกับมูลค่า Bitcoin ที่ถืออยู่ และความต้องการของนักลงทุนต่อโครงสร้างทางการเงินของบริษัท
การที่ Bernstein ลดราคาเป้าหมาย แต่ยังคงคำแนะนำ Outperform จึงสื่อว่า บริษัทยังเห็นโอกาสปรับขึ้น แต่ใช้สมมติฐานที่ระมัดระวังมากขึ้นทั้งในเรื่องเวลาและผลกระทบจากการลดสัดส่วนการถือครองของผู้ถือหุ้นเดิม กล่าวอีกอย่างคือ มุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin ไม่ได้แปลว่าจะต้องนำไปสู่ราคาเป้าหมาย Strategy ที่สูงในสัดส่วนเท่ากัน
6
7
ราคาเป้าหมาย 175 ดอลลาร์ของ Canaccord ยังตอกย้ำประเด็นนี้ นักวิเคราะห์อาจเห็นทิศทาง Bitcoin โดยรวมคล้ายกัน แต่ประเมินต่างกันในเรื่องการจัดหาเงินทุน การออกหุ้นเพิ่ม การประเมินมูลค่าหุ้น และส่วนเพิ่มของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ Bitcoin ที่บริษัทถืออยู่
18
ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตา
- เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและอัตราดอกเบี้ยสูง อาจลดสภาพคล่องและกดดันสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง
- การยอมรับจากสถาบันที่ช้าลง โดยเฉพาะหากความต้องการผ่าน ETF หรือการซื้อ Bitcoin โดยบริษัทลดลง
- วัฏจักรตลาดที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบเดิม ทำให้การคาดการณ์จังหวะทำจุดสูงสุดใหม่และจุดพีกครั้งถัดไปมีความไม่แน่นอน
- ความเสี่ยงจากการออกหุ้นเพิ่มและการจัดหาเงินทุนของ Strategy ซึ่งอาจทำให้ MSTR ให้ผลตอบแทนแย่กว่า Bitcoin แม้ราคา BTC จะปรับตัวขึ้น
- การปรับฐานระหว่างทางที่รุนแรง เพราะมุมมองเชิงบวกในระยะยาวไม่ได้หมายความว่าราคาจะปรับขึ้นเป็นเส้นตรง
ข้อสรุปที่ชัดเจนที่สุดคือ Bernstein ยังไม่ได้ยกเลิกมุมมองระยะยาวต่อ Bitcoin แต่ปรับ กรอบเวลา ใหม่ โดยกรณีฐานมองราคาประมาณ 125,000 ดอลลาร์ปลายปี 2026, 150,000 ดอลลาร์กลางปี 2027 และ 300,000 ดอลลาร์ในปี 2029 หากเงินลงทุนจากสถาบันเร่งตัว Bitcoin อาจไปได้สูงถึงราว 200,000 ดอลลาร์ในกลางปี 2027 และ 500,000 ดอลลาร์ในปี 2029
สำหรับ Strategy แนวโน้ม Bitcoin ที่ยังเป็นบวกมากพอยังคงสนับสนุนคำแนะนำ Outperform แต่ไม่มากพอที่จะทำให้ Bernstein คงราคาเป้าหมายเดิมที่ 450 ดอลลาร์ไว้