สาเหตุหลักมาจากเครื่องบินเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 2562 ถึง 2564 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่กระบวนการรับรองมาตรฐานจะเสร็จสมบูรณ์ แบบของเครื่องบินที่ผ่านการรับรอง (certified type design) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การปรับปรุงเครื่องบินที่ผลิตแล้วให้เป็นไปตามมาตรฐานปัจจุบันต้องใช้ "การปรับปรุงครั้งใหญ่" (massive rework)
ประธานสายการบินเอมิเรตส์กล่าวว่าเครื่องบินเหล่านี้แทบจะล้าสมัยแล้ว และจำเป็นต้องได้รับการดัดแปลงครั้งใหญ่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตและการรับรองในปัจจุบัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เครื่องบินทดสอบ WH007 ที่ยังไม่เคยบินขึ้นฟ้า ถูกทิ้งและนำไปรีไซเคิลแล้ว เนื่องจากต้นทุนการ "ปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามแบบ" (change incorporation) สูงเกินกว่าที่จะคุ้มทุน
แม้จะเผชิญวิกฤตการปฏิเสธรับมอบ แต่โปรแกรม 777-9 ก็มีความคืบหน้าที่สำคัญในปี 2569 ในด้านการทดสอบและการรับรอง:
ปัจจุบันโบอิ้งตั้งเป้าหมายที่จะ ส่งมอบเครื่องบิน 777-9 ให้ลูกค้าได้ในปี 2570 ซึ่งล่าช้ากว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ในปี 2563 ถึงประมาณ 7 ปี กำหนดการนี้ยังคงขึ้นอยู่กับความสำเร็จของขั้นตอนการรับรอง Phase 4B และ 5 รวมถึงการตรวจสอบ ETOPS [แหล่งข้อมูล]
สถานการณ์ทางการเงินของโบอิ้งจากโปรแกรม 777X นั้นรุนแรง:
วิกฤตการปฏิเสธรับมอบโบอิ้ง 777-9 รุ่นแรกนี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงมหาศาลของการผลิตเครื่องบินก่อนที่การรับรองมาตรฐานจะแล้วเสร็จ ความล่าช้าที่ยืดเยื้อไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงินเป็นหมื่นล้านดอลลาร์ให้กับโบอิ้ง แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและภาพลักษณ์ของบริษัทอีกด้วย สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกระบวนการพัฒนาที่เข้มงวดและความจำเป็นในการบริหารจัดการความเสี่ยงในโครงการขนาดใหญ่อย่างรอบคอบ