Meta เปิดตัว AI Mode บน Facebook วันที่ 15 มิถุนายน 2026 เป็นเครื่องมือค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Muse Spark สังเคราะห์คำตอบจากโพสต์สาธารณะ, Groups, และ Reels แทนการแสดงผลลิงก์แบบเดิม การอัปเดตยังนำเสนอฟีเจอร์ AI Photo Presets สำหรับลองเสื้อผ้าเสมือนจริง, คำแนะนำการตัดต่อภาพอัตโนมัติจากม้วนฟิล์ม, แล...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What AI-powered features did Meta announce for Facebook in June 2026, specifically including the AI Mode natural language search tool that u. Article summary: On June 15, 2026, Meta announced a major wave of AI-powered features for Facebook, headlined by **AI Mode** — a natural language search tool powered by the **Muse Spark** model that surfaces synthesized answers from publ. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Meta Unveils AI Search and Creative Tools, Shifting Facebook from Index Search to ‘Social Graph’ Discovery. ## From Search to Social Graph: How Meta’s New AI Tools Redefine Disco" source context "Meta AI Mode: How Muse Spark Redefines Social Discovery" Reference image 2: visual subject "An illustration sh
ในวันที่ 15 มิถุนายน 2026 Meta ได้ประกาศการอัปเดตครั้งใหญ่ให้กับ Facebook ด้วยชุดฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และมีหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้นักวิเคราะห์จาก Wall Street ถึงกับต้องพูดถึงแหล่งรายได้ใหม่ระดับหลายพันล้านดอลลาร์ นั่นคือ AI Mode เครื่องมือค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติที่เปลี่ยน Facebook ให้กลายเป็นเครื่องมือตอบคำถามที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยใช้พลังของโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Muse Spark AI Mode จะสังเคราะห์คำตอบจากโพสต์สาธารณะบน Facebook Groups, Reels, Instagram และ Threads แทนที่จะแสดงผลลัพธ์เป็นลิงก์สีฟ้าแบบดั้งเดิม Brian Nowak นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ประเมินว่า หากผู้ใช้รายวันที่แอคทีฟของ Meta ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3.5 พันล้านคน เพียงไม่ถึงหนึ่งในสามใช้ AI Mode ค้นหาข้อมูลแค่หนึ่งคำถามต่อวัน ก็จะสามารถสร้างรายได้ต่อปีให้บริษัทได้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.5 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ในการเปิดตัวเดือนมิถุนายนเดียวกันยังมีฟีเจอร์ AI Photo Presets สำหรับแต่งรูป, เครื่องมือตัดต่อสร้างสรรค์ และชุดฟีเจอร์พิเศษสำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่รวมถึงฟีเจอร์ลองเสื้อยืดทีมแบบเสมือนจริงและโหมดฟุตบอลที่ซ่อนอยู่ เปิดใช้งานได้ด้วยการแตะโลโก้ Facebook สองครั้ง เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน การประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Meta กำลังฝังโมเดล AI ที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัทลงในทุกพื้นที่สำคัญของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็จัดวางแอปหลักอย่าง Facebook ให้เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาค้นหารูปแบบใหม่ไปด้วย
AI Mode จะปรากฏเป็นปุ่มสลับภายในแถบค้นหาของ Facebook เมื่อเปิดใช้งาน ผู้ใช้สามารถถามคำถามด้วยภาษาธรรมดา และได้รับคำตอบที่สังเคราะห์ขึ้นจากเนื้อหาที่แชร์แบบสาธารณะทั่วทั้งแอปของ Meta—ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาใน Groups, Reels, โพสต์ Instagram หรือ Threads—แทนที่จะเป็นรายการผลการค้นหาแบบทั่วไป Meta อธิบายว่านี่เป็นหนทางให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่มีรากฐานมาจากมุมมองและประสบการณ์ของคนอื่นๆ บนแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่ลิงก์เว็บไซต์ทั่วไป
เครื่องมือนี้ทำงานบน Muse Spark ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ล้ำหน้าที่สุดของ Meta ณ เวลานี้ เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 ในฐานะผลงานแรกจาก Meta Superintelligence Labs ซึ่งเป็นแผนกที่นำโดย Alexandr Wang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI โดย Muse Spark เป็นโมเดลที่ใช้เหตุผลแบบ multimodal โดยกำเนิด (รองรับหลายรูปแบบข้อมูล) ที่สนับสนุนการใช้เครื่องมือ, การใช้เหตุผลแบบ visual chain-of-thought (เห็นภาพลำดับขั้นตอนการคิด) และการจัดการผู้ช่วย AI หลายตัวพร้อมกัน ไม่เหมือนกับโมเดลตระกูล Llama แบบโอเพนซอร์สก่อนหน้านี้ของ Meta ตรงที่ Muse Spark เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของบริษัท ซึ่งเป็นการกลับลำเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างความแตกต่างในการแข่งขันและควบคุมวิธีที่ AI ที่ดีที่สุดของบริษัทถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น
ตัวเลขประมาณการรายได้กว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของ Morgan Stanley คือสิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดนอกเหนือจากการประกาศของ Meta การคำนวณตั้งสมมติฐานการใช้งานรายวันเบาๆ ในกลุ่มผู้ใช้ส่วนน้อยของฐานผู้ใช้ขนาดมหึมาของ Meta แม้ตัวเลขนี้จะเป็นแค่การคาดการณ์ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินระยะใกล้ แต่มันก็ส่งสัญญาณว่านักวิเคราะห์เริ่มมองว่า AI Mode เป็นพื้นที่โฆษณาบนการค้นหาที่สามารถสร้างรายได้ในลักษณะเดียวกับ Google Search—น่าจะผ่านโฆษณาที่แทรกอยู่ข้างๆ หรือภายในคำตอบที่ถูกสร้างขึ้นมา
นอกเหนือจากการค้นหาแล้ว Meta ยังแนะนำเครื่องมือสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลายตัว ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การแชร์บน Facebook ง่ายและมีชีวิตชีวามากขึ้น
AI-powered photo presets หรือค่ากำหนดล่วงหน้าสำหรับภาพถ่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเองในภาพถ่ายได้ โดยสลับเปลี่ยนเสื้อผ้า ทรงผม และเครื่องประดับ ตัวอย่างเช่น แฟนกีฬาสามารถแตะที่ไอคอน "AI Edit" ใน Stories แล้วเลือก "Wear It" เพื่อลองสวมเสื้อยืดทีมแบบเสมือนจริง หรือไปที่รูปโปรไฟล์แล้วเลือก "Restyle profile picture with AI" จากนั้นเลือก "Wardrobe" ฟีเจอร์เหล่านี้มาพร้อมกับ คำแนะนำการแชร์จากม้วนฟิล์ม ซึ่งใช้ AI เพื่อสร้างเทมเพลตภาพตัดปะและเอฟเฟกต์วิดีโอทรานซิชันที่นุ่มนวลจากภาพถ่ายและวิดีโอที่มีอยู่แล้วในโทรศัพท์ของผู้ใช้ คำแนะนำการแชร์ทั้งหมดยังคงเป็นแบบให้เลือกใช้ (opt-in) และสามารถปิดได้ทุกเมื่อ
Meta จับจังหวะการอัปเดตในเดือนมิถุนายนให้สอดคล้องกับช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยเพิ่มฟีเจอร์ AI ธีมฟุตบอลมากมายบน Facebook
ฟีเจอร์สำหรับ Facebook เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญทั่วทั้งบริษัทในช่วงบอลโลกที่ครอบคลุม Instagram, Messenger, WhatsApp และ Threads ซึ่งรวมถึงศูนย์กลางการแชทสด, ผลคะแนนสด, ชุมชนฟุตบอล และเอฟเฟกต์เสียง "Goal!" ในข้อความตรงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะทำให้เกิดแอนิเมชัน
การประกาศในเดือนมิถุนายน 2026 เป็นการดำเนินกลยุทธ์โดยตรงของ Meta ในการฝัง AI อย่างลึกซึ้งทั่วทั้งแอป เพื่อไล่ตามเป้าหมายทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันสองประการ: การเพิ่มรายได้จากโฆษณา และ การเพิ่มระยะเวลาการมีส่วนร่วม
1. AI Mode ในฐานะพื้นที่โฆษณาค้นหาใหม่. การเปลี่ยน Facebook ให้เป็นเครื่องมือถาม-ตอบ ทำให้ Meta สร้างชั้นคลังโฆษณาใหม่—คล้ายกับที่ Google ทำกับโฆษณาบนการค้นหา แต่สร้างขึ้นบนข้อมูลกราฟสังคมและเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น ตัวเลขประมาณการรายได้ของ Morgan Stanley สะท้อนตรรกะนี้: แม้แต่การถามคำถามเบาๆ จนเป็นนิสัยก็สามารถสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ในสตรีมรายได้ที่มีอัตรากำไรสูง ด้วยต้นทุนส่วนเพิ่มที่ค่อนข้างต่ำ
2. เครื่องมือสร้างสรรค์ในฐานะตัวขับเคลื่อนปริมาณคอนเทนต์. ฟีเจอร์อย่าง AI photo presets, การปรับแต่งรูปภาพใหม่ และคำแนะนำจากม้วนฟิล์ม ช่วยลดอุปสรรคในการสร้างและโพสต์เนื้อหา คอนเทนต์ที่มากขึ้นหมายถึงพื้นที่ใน Feed ที่มากขึ้น, สัญญาณการมีส่วนร่วมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับอัลกอริทึมการกำหนดเป้าหมายโฆษณา, และเหตุผลที่มากขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่จะอยู่ในแอป
3. ฟีเจอร์ฟุตบอลโลกในฐานะตัวเร่งการมีส่วนร่วม. ฟีเจอร์ตามฤดูกาลที่ขับเคลื่อนด้วยอีเวนต์ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการใช้งานรายวันให้พุ่งสูงขึ้นในช่วงอีเวนต์ที่มีผู้ชมทั่วโลก ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มจำนวนครั้งที่เห็นโฆษณาและปริมาณข้อมูลการกำหนดเป้าหมายที่ Meta เก็บรวบรวม โหมดฟุตบอลและการลองเสื้อแข่งเสมือนจริงใช้ความแปลกใหม่และความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรมเพื่อดึงผู้ใช้ทั่วไปให้กลับเข้ามาในแอปในช่วงการแข่งขัน
4. Muse Spark ในฐานะแกนหลักโครงสร้างพื้นฐานร่วม. โมเดล Muse Spark ตัวเดียวกันที่ให้พลังแก่ AI Mode บน Facebook ยังถูกนำไปใช้กับแอป Meta AI แบบสแตนด์อโลน, แว่นตา Meta AI, และประสบการณ์ช้อปปิ้งใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งแนะนำผลิตภัณฑ์ตามครีเอเตอร์และแบรนด์ที่ผู้ใช้ติดตามอยู่แล้ว นี่คือกลยุทธ์การติดตั้ง "หนึ่งโมเดล ทุกหนแห่ง" ที่ตั้งใจ: Meta ฝึกโมเดลระดับแนวหน้าที่มีราคาแพงเพียงครั้งเดียว แล้วกระจายมันไปทั่วพื้นผิวที่มีการใช้งานมากที่สุดเพื่อเฉลี่ยการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI มหาศาลของตน—ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 135–169 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026
หัวใจสำคัญคือ การเปลี่ยนมาใช้โมเดลกรรมสิทธิ์เฉพาะสำหรับ Muse Spark แสดงถึงการออกนอกแนวทางโอเพนซอร์สในอดีตของ Meta และสะท้อนถึงการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูงที่ CEO Mark Zuckerberg และ Alexandr Wang กำลังทำ: นั่นคือการควบคุมโมเดลที่ดีที่สุดและฝังมันอย่างลึกซึ้งลงในแพลตฟอร์มโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะสามารถสร้างชั้นการสร้างรายได้ใหม่ที่ใหญ่กว่าธุรกิจโฆษณาบน Feed เดิมได้ในที่สุด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Meta เปิดตัว AI Mode บน Facebook วันที่ 15 มิถุนายน 2026 เป็นเครื่องมือค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Muse Spark สังเคราะห์คำตอบจากโพสต์สาธารณะ, Groups, และ Reels แทนการแสดงผลลิงก์แบบเดิม
Meta เปิดตัว AI Mode บน Facebook วันที่ 15 มิถุนายน 2026 เป็นเครื่องมือค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Muse Spark สังเคราะห์คำตอบจากโพสต์สาธารณะ, Groups, และ Reels แทนการแสดงผลลิงก์แบบเดิม การอัปเดตยังนำเสนอฟีเจอร์ AI Photo Presets สำหรับลองเสื้อผ้าเสมือนจริง, คำแนะนำการตัดต่อภาพอัตโนมัติจากม้วนฟิล์ม, และฟีเจอร์พิเศษบอลโลก 2026 อย่าง Football Mode และ Wear It ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มการสร้างคอนเ...
กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนด้วยโมเดล Muse Spark ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ก้าวหน้าที่สุดของ Meta แบบปิด บริษัทกำลังนำไปใช้กับ Facebook, Meta AI, แว่นตาอัจฉริยะ, และประสบการณ์ช้อปปิ้งในอนาคต เพื่อเฉลี่ยต้นทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐ...