ตัวเลขที่โดดเด่นคือ “ความลึก” ของการปฏิบัติการ: อาซอฟระบุว่าโดรนลาดตระเวน-โจมตีของตนลาดตระเวนถนนได้ไกลถึง 160 กม. หลังแนวปะทะ ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ Ukrainian Pravda และ Kyiv Independent รายงานซ้ำโดยอ้างแถลงการณ์ของหน่วย
ในแถลงการณ์วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 1st Azov Corps ระบุว่านักบินโดรนของหน่วยลาดตระเวนถนนได้ลึกถึง 160 กม. หลังแนวปะทะ และกล้องของระบบลาดตระเวน-โจมตีจับภาพมาริอูปอลพร้อมเป้าหมายทางทหารของรัสเซียได้ แถลงการณ์เดียวกันระบุว่ากองกำลังรัสเซียใช้ถนนในตัวเมืองและชานเมืองเพื่อเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์
Militarnyi รายงานว่าอาซอฟเริ่มโจมตีเส้นทางส่งกำลังทางทหารของรัสเซียในมาริอูปอลอย่างเป็นระบบด้วยโดรนกามิกาเซ่ Hornet โดยอ้างอิงคลิปการโจมตีที่หน่วยเผยแพร่ Ukrainian Pravda และ Kyiv Independent ก็รายงานการเผยแพร่ภาพการเคลื่อนไหวของโดรนรอบมาริอูปอลรอบใหม่ และย้ำคำกล่าวเรื่องระยะลาดตระเวน 160 กม.
ภาพที่มาริอูปอลยังสอดคล้องกับแนวโน้มที่กว้างขึ้น คือยูเครนพยายามกดดันโลจิสติกส์รัสเซียลึกเข้าไปในพื้นที่ยึดครองมากขึ้น ในเดือนเมษายน United24 Media รายงานว่านักบินโดรนของอาซอฟโจมตีเส้นทางโลจิสติกส์ในและรอบโดเนตสก์ที่ถูกยึดครอง รวมถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างแนวหน้าเกิน 50 กม.
จากข้อมูลสาธารณะ Hornet ถูกอธิบายว่าเป็นโดรนโจมตีทางเดียวหรือโดรนกามิกาเซ่ที่มีฟีเจอร์ AI ไม่ใช่โครงการอาวุธที่เปิดเผยสเปกครบถ้วน Trench Art ระบุว่าเป็นโดรน AI Hornet ของ Swift Beat ที่ปฏิบัติการลึกในเขตโลจิสติกส์ของรัสเซีย ขณะที่ Militarnyi ระบุว่าสเปกทางเทคนิคโดยละเอียดยังไม่ทราบ และตัวเลขสมรรถนะที่มีการรายงานบางส่วนยังไม่ได้รับการยืนยัน
จุดนี้สำคัญมาก: คำว่า “AI-assisted” หรือ “มี AI ช่วย” ไม่ได้แปลว่าทุกภารกิจเป็นอัตโนมัติเต็มรูปแบบตั้งแต่ปล่อยจนกระแทกเป้าหมาย หลักฐานสาธารณะรองรับข้อกล่าวอ้างที่แคบกว่านั้น คือ Hornet ถูกรายงานว่ามีระบบช่วยเล็งเป้าหมายหรือช่วยนำทางด้วย AI แต่ยังไม่ชัดว่ามนุษย์ควบคุมอยู่มากน้อยเพียงใดในแต่ละภารกิจ
ประเด็นใหญ่ไม่ได้มีแค่ “บินได้ไกล” รายงานเกี่ยวกับ Hornet เน้นว่า AI-assisted targeting อาจช่วยให้โดรนยังทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่การสงครามอิเล็กทรอนิกส์และการกวนสัญญาณของรัสเซียรบกวนลิงก์ควบคุมตามปกติ
หากรายงานเหล่านี้ถูกต้อง ระบบช่วยด้วย AI อาจลดการพึ่งพาการบังคับผ่านวิทยุอย่างต่อเนื่องในบางช่วงของภารกิจ โดยเฉพาะช่วงค้นหาเป้าหมายหรือช่วงสุดท้ายก่อนโจมตี นั่นทำให้ Hornet น่าจับตามากกว่าโดรน FPV ที่มนุษย์ต้องบังคับแบบเรียลไทม์ตลอดเวลา เพราะมันอาจช่วยกดดันเส้นทางลำเลียงที่ระยะทางและการกวนสัญญาณเคยทำให้ปลอดภัยกว่าเดิม
ในรายงานเหล่านี้ มาริอูปอลไม่ใช่เป้าหมายโดรนแนวหน้าทั่วไป คำกล่าวของอาซอฟเรื่องระยะ 160 กม. ทำให้การปฏิบัติการถูกวางไว้ลึกหลังแนวปะทะ บนถนนที่หน่วยระบุว่ารัสเซียใช้เคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์
สำหรับรัสเซีย สิ่งนี้อาจทำให้การเคลื่อนย้ายในพื้นที่หลังแนวรบซับซ้อนขึ้น เพราะรถบรรทุกและเส้นทางขนส่งต้องเผชิญภัยคุกคามจากโดรนไกลจากแนวหน้ามากขึ้น สำหรับยูเครน รายงานเหล่านี้สะท้อนแนวทางลาดตระเวน-โจมตีที่พัฒนาไปอีกขั้น: ค้นหาเส้นทางโลจิสติกส์ ติดตามการเคลื่อนที่ แล้วโจมตีในระยะลึก ไม่ใช่ใช้โดรนเฉพาะเพื่อสนับสนุนการรบใกล้แนวหน้าเท่านั้น
ยังมีหลายประเด็นที่ข้อมูลสาธารณะยืนยันได้เพียงบางส่วน:
ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดจึงควรเจาะจง: 1st Azov Corps ของยูเครนถูกรายงานว่าใช้โดรนกามิกาเซ่ Hornet ที่มี AI ช่วย เพื่อโจมตีโลจิสติกส์รัสเซียรอบมาริอูปอลที่ถูกยึดครอง และความสำคัญของระบบนี้อยู่ที่การขยายแรงกดดันแบบลาดตระเวน-โจมตีของยูเครนไปได้ไกลถึง 160 กม. หลังแนวหน้า ส่วนความสามารถ AI ที่แท้จริงยังไม่ชัดเจนในข้อมูลสาธารณะ