ที่น่าสนใจคือการลงทุนครั้งนี้มีการทุ่มเงินก้อนโตถึงสองรายการเข้าไปใน เวียดนาม ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ของฟ็อกซ์คอนน์ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
นอกเหนือจากนั้น ยังมีการอัดฉีดเงิน 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับ eCMMS Precision Singapore Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทลูกด้านการผลิตที่มีความแม่นยำสูงในสิงคโปร์ และอีก NTD 1,048,000,000 (ประมาณ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ให้กับ FuKang Technology Company Limited ในไต้หวัน
การเพิ่มทุนทั้ง 5 รายการได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฟ็อกซ์คอนน์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 และคณะกรรมการตรวจสอบก็ได้ให้สัตยาบันในวันเดียวกัน
ธุรกรรมทั้งหมดเป็นลักษณะการเพิ่มทุนในบริษัทย่อยที่มีอยู่เดิม (related-party transaction) โดยฟ็อกซ์คอนน์เข้าซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่โดยตรง ไม่ใช่การซื้อหุ้นจากบุคคลที่สาม แหล่งที่มาของเงินทุนทั้งหมดมาจาก เงินทุนส่วนตัวของบริษัท (private capital)
มีเพียงการลงทุนใน Foxconn Assembly Holding Corporation เท่านั้นที่มีการเปิดเผยราคาหุ้นอย่างชัดเจนว่าอยู่ที่ 300 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่วนอีก 4 รายการที่เหลือมีการประกาศเฉพาะยอดเงินรวม
โดยรวมแล้ว การลงทุนในหลักทรัพย์ครั้งนี้คิดเป็นสัดส่วน 15.70% ของสินทรัพย์รวม และ 31.91% ของส่วนของผู้ถือหุ้น ของฟ็อกซ์คอนน์ตามงบการเงินล่าสุด
ที่น่าสนใจคือการลงทุนครั้งนี้มีการทุ่มเงินก้อนโตถึงสองรายการเข้าไปใน เวียดนาม ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ของฟ็อกซ์คอนน์ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
นอกเหนือจากนั้น ยังมีการอัดฉีดเงิน 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับ eCMMS Precision Singapore Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทลูกด้านการผลิตที่มีความแม่นยำสูงในสิงคโปร์ และอีก NTD 1,048,000,000 (ประมาณ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ให้กับ FuKang Technology Company Limited ในไต้หวัน
การเพิ่มทุนทั้ง 5 รายการได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฟ็อกซ์คอนน์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 และคณะกรรมการตรวจสอบก็ได้ให้สัตยาบันในวันเดียวกัน
ธุรกรรมทั้งหมดเป็นลักษณะการเพิ่มทุนในบริษัทย่อยที่มีอยู่เดิม (related-party transaction) โดยฟ็อกซ์คอนน์เข้าซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่โดยตรง ไม่ใช่การซื้อหุ้นจากบุคคลที่สาม แหล่งที่มาของเงินทุนทั้งหมดมาจาก เงินทุนส่วนตัวของบริษัท (private capital)
มีเพียงการลงทุนใน Foxconn Assembly Holding Corporation เท่านั้นที่มีการเปิดเผยราคาหุ้นอย่างชัดเจนว่าอยู่ที่ 300 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่วนอีก 4 รายการที่เหลือมีการประกาศเฉพาะยอดเงินรวม
โดยรวมแล้ว การลงทุนในหลักทรัพย์ครั้งนี้คิดเป็นสัดส่วน 15.70% ของสินทรัพย์รวม และ 31.91% ของส่วนของผู้ถือหุ้น ของฟ็อกซ์คอนน์ตามงบการเงินล่าสุด