| เกณฑ์ | GPT-5.5 | Claude Opus 4.7 | อ่านแบบใช้งานจริง |
|---|---|---|---|
| ตำแหน่งของโมเดล | OpenAI อธิบายว่าเหมาะกับงานจริงที่ซับซ้อน เช่น โค้ด ค้นคว้า วิเคราะห์ข้อมูล เอกสาร สเปรดชีต และงานข้ามเครื่องมือ. | Anthropic อธิบายว่าเป็นโมเดลทั่วไปที่ทรงพลังที่สุดของบริษัทสำหรับ complex reasoning และ agentic coding. | ทั้งคู่เป็นโมเดลระดับสูงสำหรับงานจริง แต่จุดเน้นไม่เหมือนกัน |
| Terminal-Bench 2.0 | 82.7%. | 69.4%. | งาน agent ที่ต้องจัดการผ่านเทอร์มินัลมีสัญญาณไปทาง GPT-5.5 แต่ต้องระวังหมายเหตุเรื่อง harness. |
| SWE-Bench Pro | 58.6%. | 64.3%. | งานแก้ issue จริงใน codebase มีสัญญาณไปทาง Claude Opus 4.7. |
| GPQA Diamond | 93.6%. | 94.2%. | ตัวเลขใกล้มาก และ RDWorld ระบุว่าหมวดนี้อยู่ในภาวะคะแนนค่อนข้างอิ่มตัว. |
| HLE, no tools | 41.4%. | 46.9%. | งานยากแบบไม่ใช้เครื่องมือ ตัวเลขของ Claude Opus 4.7 สูงกว่า. |
| BrowseComp | 84.4%. | 79.3%. | GPT-5.5 สูงกว่า แต่มีหมายเหตุ contamination flagged จึงไม่ควรสรุปแรงเกินไป. |
| UI-first generation | Appwrite ระบุว่าหาก prompt ไม่ชัด มีแนวโน้มกลับไปใช้ card grid ซ้ำ ๆ. | Appwrite ประเมินว่าทำ hierarchy ชัดกว่า typography แน่นกว่า และใช้ card grid ซ้ำน้อยกว่า. | งานหน้าจอแรกของเว็บหรือแอป Claude Opus 4.7 น่าเริ่มก่อน |
| ราคา API มาตรฐาน | input US$5 และ output US$30 ต่อ 1 ล้านโทเคน พร้อม context window 1 ล้านโทเคน. | input US$5 และ output เริ่มที่ US$25 ต่อ 1 ล้านโทเคน. | ถ้างานสร้าง output ยาว ๆ Claude อาจคุมต้นทุนง่ายกว่า. |
คำว่า coding performance ฟังเหมือนเรื่องเดียว แต่ในทางปฏิบัติไม่ใช่ งานหนึ่งอาจเป็นการสั่ง shell, รัน test, อ่าน log, เรียก tool แล้วแก้ไฟล์วนไปเรื่อย ๆ อีกงานหนึ่งอาจเป็นการเข้าใจ codebase เก่าและปิด issue ให้ผ่าน test ทั้งสองแบบใช้ทักษะต่างกัน
ใน Terminal-Bench 2.0 ตัวเลขที่ RDWorld รวบรวมไว้ระบุว่า GPT-5.5 ได้ 82.7% ส่วน Claude Opus 4.7 ได้ 69.4%. VentureBeat ก็วางข่าว GPT-5.5 ที่แซงโมเดลของ Anthropic ไว้ในบริบทของ benchmark เดียวนี้ คือ Terminal-Bench 2.0 ซึ่งเน้นความสามารถของโมเดลในการนำทางและทำงานให้เสร็จในสภาพแวดล้อมแบบเทอร์มินัล.
แต่เมื่อเปลี่ยนสนามเป็น SWE-Bench Pro ภาพกลับมาอีกทาง Yahoo Tech รายงานว่า Claude Opus 4.7 ได้ 64.3% ขณะที่ GPT-5.5 ได้ 58.6% และอธิบายว่า SWE-Bench Pro ใช้ให้คะแนนการแก้ issue จริงบน GitHub. ดังนั้น ถ้างานของคุณคือ automation ที่ต้องสลับคำสั่ง เครื่องมือ และ test runner บ่อย ๆ GPT-5.5 น่าลองก่อน แต่ถ้าโจทย์คือ bug fixing, refactor หรือแก้ issue ใน repository จริง Claude Opus 4.7 ควรถูกทดสอบอย่างจริงจัง.
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข benchmark ไม่ใช่ใบตัดสินสุดท้าย Yahoo Tech รายงานว่า OpenAI กล่าวถึงความเป็นไปได้เรื่อง memorization ในบางปัญหาที่เกี่ยวกับคะแนน SWE-Bench Pro ของ Claude และ RDWorld ก็ใส่หมายเหตุ memorization concern ในรายการ SWE-Bench Pro ด้วย. วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทดสอบทั้งสองโมเดลกับ repository, prompt, test suite และเกณฑ์ผ่านไม่ผ่านชุดเดียวกันก่อนตัดสินใจใช้งานจริง
ถ้าทีมผลิตภัณฑ์ต้องการร่าง landing page, SaaS dashboard หรือหน้าจอแอปแบบเร็ว ๆ benchmark โค้ดอย่างเดียวอาจตอบไม่ครบ เพราะงาน UI ต้องดู information hierarchy, spacing, typography และจังหวะของ component ด้วย
Appwrite ประเมินว่าในงาน UI-first Claude Opus 4.7 ยังแข็งกว่า GPT-5.5. จุดที่ Appwrite ชี้คือ Claude Opus 4.7 สร้าง layout ที่มีลำดับชั้นชัดกว่า typography กระชับกว่า และไม่ติดนิสัยสร้าง card grid ซ้ำ ๆ เท่า GPT-5.5.
นี่เป็นการประเมินของบุคคลที่สามต่อคุณภาพผลลัพธ์ UI ไม่ใช่ benchmark เชิงปริมาณ. แต่สำหรับทีมที่ต้องการ prototype หน้าจอแรกให้ดูเป็นงานออกแบบมากกว่าชุดกล่องเรียงกัน สัญญาณนี้มีประโยชน์ หากเลือก GPT-5.5 ในงาน UI ควรเขียน prompt ให้ละเอียดขึ้น เช่น ระบุ layout, visual hierarchy, typography scale, component structure และข้อห้ามเรื่องการใช้ card grid ซ้ำ ๆ.
ใน benchmark ด้าน reasoning ตัวเลขค่อนข้างผสม GPQA Diamond ระบุ GPT-5.5 ที่ 93.6% และ Claude Opus 4.7 ที่ 94.2% โดย RDWorld ทำหมายเหตุว่าหมวดนี้อยู่ในภาวะคะแนนอิ่มตัว. ความต่างระดับนี้จึงไม่ควรถูกอ่านว่าเป็นชัยชนะที่มีนัยชัดสำหรับงานจริงทุกประเภท
ส่วน HLE แบบไม่ใช้เครื่องมือ ระบุ GPT-5.5 ที่ 41.4% และ Claude Opus 4.7 ที่ 46.9% ซึ่งตัวเลขของ Claude สูงกว่า. ในทางกลับกัน BrowseComp ระบุ GPT-5.5 ที่ 84.4% และ Claude Opus 4.7 ที่ 79.3% แต่รายการเดียวกันมีหมายเหตุ contamination flagged จึงไม่ควรใช้ตัวเลขนี้เพียงข้อเดียวเพื่อฟันธงว่าใครทำ web research ได้ดีกว่าแบบเด็ดขาด.
OpenAI ระบุว่า gpt-5.5 จะเปิดให้ใช้ผ่าน Responses API และ Chat Completions API โดยราคาอยู่ที่ input US$5 ต่อ 1 ล้านโทเคน และ output US$30 ต่อ 1 ล้านโทเคน พร้อม context window 1 ล้านโทเคน. OpenAI ยังระบุว่า Batch และ Flex คิดครึ่งหนึ่งของราคา API มาตรฐาน ส่วน Priority processing คิด 2.5 เท่าของราคามาตรฐาน.
Anthropic ระบุว่า Claude Opus 4.7 เริ่มที่ input US$5 ต่อ 1 ล้านโทเคน และ output US$25 ต่อ 1 ล้านโทเคน. นอกจากนี้ Anthropic ยังระบุว่าการใช้ prompt caching ช่วยประหยัดได้สูงสุด 90% และ batch processing ช่วยประหยัดได้ 50%.
ถ้าดูเฉพาะราคา API มาตรฐาน input ของทั้งคู่ใกล้กัน แต่ output ของ Claude Opus 4.7 ต่ำกว่า GPT-5.5 อยู่ US$5 ต่อ 1 ล้านโทเคน. งานที่สร้างคำตอบยาว เช่น สร้างโค้ดจำนวนมาก อธิบาย refactor เขียนเอกสาร หรือ generate test อาจได้เปรียบด้านต้นทุนจาก Claude Opus 4.7. แต่ต้นทุนจริงยังขึ้นกับความยาว output จำนวนครั้งที่ retry อัตรา cache hit และการใช้ batch processing ด้วย OpenAI ระบุว่า GPT-5.5 ฉลาดกว่าและใช้ token มีประสิทธิภาพกว่า GPT-5.4 แต่ข้อความนี้ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบต้นทุนโดยตรงกับ Claude Opus 4.7.
OpenAI ประกาศว่า GPT-5.5 ใช้งานได้ใน Codex และ ChatGPT และสำหรับนักพัฒนา API จะเปิดผ่าน Responses API และ Chat Completions API. ถ้าทีมมี workflow อยู่บน ChatGPT, Codex หรือ OpenAI API อยู่แล้ว การทดลอง GPT-5.5 อาจเริ่มได้ง่ายกว่าในเชิงปฏิบัติ.
ฝั่ง Anthropic ระบุว่า Claude Opus 4.7 ใช้ผ่าน Claude API ด้วยชื่อ claude-opus-4-7. แต่เอกสาร Anthropic ยังระบุว่า Opus 4.7 มี API breaking changes เมื่อเทียบกับ Opus 4.6 ดังนั้นทีมที่อัปเกรดจาก Claude รุ่นก่อนต้องตรวจ migration ให้รอบคอบ.
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือคุณภาพที่ผู้ใช้เห็นอาจไม่ได้มาจากตัวโมเดลอย่างเดียว Anthropic เคยเผย postmortem เกี่ยวกับรายงานคุณภาพของ Claude Code ว่าการเปลี่ยน system prompt ทำให้คะแนนในการประเมินหนึ่งลดลง 3% ทั้ง Opus 4.6 และ Opus 4.7 ก่อนจะ revert ใน release วันที่ 20 เมษายน. นั่นหมายความว่า model wrapper, system prompt และ tool chain ที่ครอบโมเดลอยู่สามารถทำให้ผลลัพธ์ต่างกันได้.
| งานหลัก | โมเดลที่ควรทดสอบก่อน | เหตุผล |
|---|---|---|
| คำสั่งเทอร์มินัล automation และ agentic workflow | GPT-5.5 | Terminal-Bench 2.0 ระบุ GPT-5.5 ที่ 82.7% สูงกว่า Claude Opus 4.7 ที่ 69.4% แม้มีหมายเหตุเรื่อง harness. |
| แก้ issue ใน repository จริง bug fix และทำ test ให้ผ่าน | Claude Opus 4.7 | SWE-Bench Pro ระบุ Claude Opus 4.7 ที่ 64.3% สูงกว่า GPT-5.5 ที่ 58.6%. |
| ร่าง landing page, dashboard หรือหน้าจอแอป | Claude Opus 4.7 | Appwrite ประเมินว่า Claude Opus 4.7 แข็งกว่าในงาน UI-first. |
| สร้างโค้ดหรือเอกสารที่ output ยาว | Claude Opus 4.7 | ราคา output มาตรฐานเริ่มที่ US$25 ต่อ 1 ล้านโทเคน ต่ำกว่า GPT-5.5 ที่ US$30 ต่อ 1 ล้านโทเคน. |
| Workflow ที่อยู่บน ChatGPT หรือ Codex เป็นหลัก | GPT-5.5 | OpenAI ระบุว่า GPT-5.5 ใช้งานได้ใน Codex และ ChatGPT. |
| ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Claude API อยู่แล้ว | Claude Opus 4.7 แต่ต้องตรวจ migration | Anthropic ระบุชื่อโมเดล claude-opus-4-7 พร้อมเตือนเรื่อง API breaking changes จาก Opus 4.6. |
จากหลักฐานที่เปิดเผย ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า GPT-5.5 ชนะ Claude Opus 4.7 แบบครอบจักรวาล GPT-5.5 มีสัญญาณเด่นในงานเทอร์มินัลและ agentic automation ขณะที่ Claude Opus 4.7 เด่นกว่าใน SWE-Bench Pro, งาน UI-first และราคา output มาตรฐาน.
คำตอบที่ใช้ได้จริงจึงไม่ใช่เลือกตัวเดียวแล้วจบ แต่คือจัด routing ให้เหมาะกับงาน: ให้ GPT-5.5 นำในงานเทอร์มินัล automation และ workflow ที่อยู่ในระบบนิเวศ OpenAI ส่วน Claude Opus 4.7 นำในงานแก้ issue จริง งาน UI draft และงานที่สร้าง output ยาวมาก.