สนามแข่งขันเป็นเส้นทางวงจรในใจกลางเมืองบาร์เซโลน่า ผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ และมีจุดปีนเขาสั้นๆ สองช่วงบนเนิน Montjuïc ก่อนเข้าเส้นชัยที่สนามกีฬาโอลิมปิก
ไฮไลท์สำคัญของสเตจนี้คือ การเปลี่ยนแปลงกฎ ซึ่งทำให้นักปั่นแต่ละคนได้รับเวลาจบการแข่งขันเฉพาะบุคคลในตาราง GC แทนที่จะนับเวลาของคนที่ 4 หรือ 5 ของทีมเหมือนในอดีต ทำให้การแข่งขันดุเดือดและทุกวินาทีมีค่า
ตารางอันดับ 3 ทีมแรกของสเตจ 1
| ทีม | เวลา | ระยะห่าง |
|---|---|---|
| Visma-Lease a Bike | 21:47 น. | — |
| Netcompany INEOS | 21:55 น. | +8 วินาที |
| UAE Team Emirates-XRG | 21:59 น. | +12 วินาที |
ที่มา: ตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของตูร์เดอฟรองซ์
แม้ เอโดอาร์โด อัฟฟินี (Edoardo Affini) จะเป็นนักปั่นคนแรกของวิสม่าที่เข้าเส้นชัย แต่วิงเกการ์ดคือผู้นำทีมและเป็นคนที่คว้าตำแหน่งผู้นำ GC ขณะที่ ฟิลิปโป กันนา (Filippo Ganna) จาก Netcompany INEOS เข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง ตามหลัง 8 วินาที และทีมของโพกาการ์ (UAE Team Emirates-XRG) จบที่สาม
นักปั่นชาวเดนมาร์ก ซึ่งเคยคว้าแชมป์ตูร์เดอฟรองซ์ในปี 2022 และ 2023 และจบรองแชมป์ให้โพกาการ์ในปี 2024 และ 2025 กล่าวว่า "มันเหลือเชื่อมากที่ได้สวมเสื้อเหลืองอีกครั้ง" นับเป็นครั้งแรกที่วิงเกการ์ดได้สวมเสื้อเหลืองนับตั้งแต่คว้าแชมป์รวมในปี 2023
ความได้เปรียบทางจิตใจ — การออกนำตั้งแต่สเตจแรกทำให้วิงเกการ์ดมีโมเมนตัมและเรียกได้ว่าเป็น "หมัดแรก" (first blood) ในการดวลกับโพกาการ์ในปีนี้ หลังจากที่ต้องไล่ตามเป็นปีที่สองติดต่อกัน หนังสือพิมพ์ The Telegraph ถึงกับพาดหัวว่า วิงเกการ์ด "ส่งหมัดแรก" ในการต่อสู้ครั้งนี้
การไล่ล่าประวัติศาสตร์ของโพกาการ์ — นักปั่นชาวสโลวีเนียกำลังไล่ล่าคว้าแชมป์ตูร์สมัยที่ 5 เพื่อเสมอสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ตำนานอย่าง ฌาค อองเกอติล, เอ็ดดี้ เมิกซ์, แบร์นาร์ อีโนต์ และมิเกล อินดูเรน เคยทำไว้ การตามหลัง 12 วินาทีเป็นช่องว่างที่สำคัญแต่ก็ยังไม่ถึงกับเด็ดขาด เพราะโพกาการ์พิสูจน์มาแล้วว่าเขาสามารถลบช่องว่างนี้ในด่านภูเขาสูงได้เสมอ
ตูร์เดอฟรองซ์ครั้งที่ 113 นี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-26 กรกฎาคม 2026 ครอบคลุม 21 สเตจ จากบาร์เซโลน่าสู่ปารีส รวมระยะทางประมาณ 3,320.7 - 3,333 กิโลเมตร และมีระดับความสูงสะสมประมาณ 54,000 เมตร
ประเภทสเตจ: สเตจราบ 7 สเตจ, สเตจลูกคลื่น 4 สเตจ, สเตจภูเขา 8 สเตจ (รวม 5 เส้นชัยบนยอดเขา), ทีมไทม์ไทรอัล 1 สเตจ, และไทม์ไทรอัลเดี่ยว 1 สเตจ
ไฮไลท์สเตจภูเขาสำคัญ: เส้นทางในปีนี้มีเส้นชัยบนยอดเขาถึง 5 จุด หนึ่งในนั้นคือการขึ้นเขา Plateau de Solaison (เป็นครั้งแรกที่ตูร์ใช้เส้นทางนี้) และการเข้าเส้นชัยที่ Alpe d'Huez ถึงสองครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ท้าย ก่อนจะจบการแข่งขันแบบดั้งเดิมที่ถนนช็องเซลีเซ่ ในปารีสในวันที่ 26 กรกฎาคม
สเตจที่ 2 เป็นเส้นทางลูกคลื่นระยะทาง 168.5 กิโลเมตร จากตาร์ราโกนาสู่บาร์เซโลน่า โดยมีจุดปีนเขาสะสมถึง 2,500 เมตร
ลักษณะเส้นทาง: เริ่มต้นที่เมืองตาร์ราโกนาชายฝั่ง วิ่งเลียบทะเลผ่านเมืองซิตเกส ก่อนจะพบกับการปีนเขาที่ได้รับการจัดอันดับครั้งแรกของรายการ คือ Côte de Begues (ประเภท 2) ระยะทาง 6.1 กม. ความชันเฉลี่ย 6.5% ในช่วงครึ่งหลังของสเตจ ช่วงสุดท้ายจะวนสามรอบบนเนิน Montjuïc ซึ่งมีความชันสูงสุดถึง 13% ก่อนเข้าเส้นชัยอีกครั้งที่สนามกีฬาโอลิมปิก
สิ่งที่ต้องลุ้น: นี่คือสเตจที่เหมาะกับนักปั่นประเภท Puncheur และอาจเขย่าตาราง GC โพกาการ์ถือเป็นนักปั่นที่มีทักษะการเข้าเส้นชัยบนเส้นทางสั้นและชันได้ดีกว่าวิงเกการ์ด ดังนั้นแชมป์เก่าอาจพยายามตีตื้นกลับมาในสเตจนี้ทันที
ตูร์เดอฟรองซ์ 2026 เริ่มต้นด้วยการเปิดบ้านสองสเตจในบาร์เซโลน่า (ทั้งสเตจ 1 และ 2 จบที่ Montjuïc) ก่อนที่นักปั่นจะมุ่งหน้ากลับเข้าสู่ฝรั่งเศส
การชิงชัยแชมป์ยังห่างไกลจากคำว่า "จบ" ช่องว่าง 12 วินาทีเป็นเพียงตัวเลขเล็กๆ น้อยๆ ในมหาสงครามสามสัปดาห์ วิงเกการ์ดได้เปรียบในช่วงต้นและมีกำลังใจที่ได้สวมเสื้อเหลือง แต่โพกาการ์ก็พิสูจน์มาแล้วว่าเขาสามารถลบช่องว่างดังกล่าวได้ในด่านภูเขา ซึ่งปีนี้มีถึงห้าเส้นชัยบนยอดเขา และช่วงสุดสัปดาห์ชี้ชะตาที่เทือกเขาแอลป์รออยู่เบื้องหน้า