คลื่นความร้อนเดือนมิถุนายน 2026 ในยุโรปกระตุ้นยอดขายแอร์อย่างบ้าคลั่ง โดยคาร์ฟูร์ขายเครื่องทำความเย็นได้ 30,000 เครื่องในวันเดียว ซึ่งมากกว่าปกติถึง 1,000 เท่า ขณะที่ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง, มีเดีย และมิตซูบิชิ อิ... การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยยุโรปมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วเป็นสองเท่าของค่าเ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for How is the 2026 European heatwave driving a surge in Asian air conditioner sales, and what does t. Article summary: The June 2026 European heatwave has triggered an extraordinary surge in demand for air conditioning across a continent that remains critically underprepared—with only ~20% of households equipped with AC, high installatio. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
คลื่นความร้อนในเดือนมิถุนายน 2026 ที่ซัดกระหน่ำยุโรปได้เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ (แอร์) จากสินค้าฟุ่มเฟือยให้กลายเป็นสินค้าขาดตลาด และกลายเป็นขุมทรัพย์ทองคำสำหรับผู้ผลิตในเอเชีย ในขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นว่า ทวีปแห่งนี้ยังคงไม่พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ ด้วยอุณหภูมิที่พุ่งสูงเกิน 40°C ในหลายประเทศ ความคลั่งไคล้ในการซื้อแอร์ได้เผยให้เห็นจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่รุนแรงของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือนที่มีแอร์เพียง 20% เท่านั้น ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและค่าไฟฟ้าที่สูงลิ่วจนคนนับล้านเอื้อมไม่ถึง และแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ยุโรปกำลังร้อนขึ้นเร็วเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยโลก สภาพการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งคราว แต่มันคือจุดเปลี่ยนถาวร
คลื่นความร้อนครั้งนี้สร้างความต้องการเครื่องทำความเย็นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในฝรั่งเศส คาร์ฟูร์ ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ขายเครื่องทำความเย็นได้ถึง 30,000 เครื่องในวันเดียว ซึ่ง มากกว่าปริมาณการขายปกติถึง 1,000 เท่า อเล็กซานเดร บงปาร์ ซีอีโอของคาร์ฟูร์ กล่าว ขณะที่เคอร์รีส์ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติอังกฤษ รายงานว่ายอดขายพัดลมเพิ่มขึ้นเกือบ 3,000% เมื่อเทียบกับสุดสัปดาห์ก่อนหน้า
สายการผลิตของแอลจี (LG) ต้องเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อรองรับออเดอร์ที่ทะลักเข้ามา
ผู้ผลิตจากเอเชียคือผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในครั้งนี้ ซัมซุง (เกาหลีใต้), มีเดีย (จีน) และมิตซูบิชิ อิเล็คทริค (ญี่ปุ่น) ต่างรายงานยอดขายในตลาดยุโรปที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากแอร์แบบพกพาและแบบแยกส่วน ซัมซุงแถลงต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า คาดหวังว่า "ความต้องการที่ยั่งยืนจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัด"
เครื่องปรับอากาศพกพารุ่น PortaSplit ของมีเดียได้รับความนิยมสูงมาก จนราคามือสองสูงกว่าราคาของใหม่
การส่งออกแอร์ของจีนไปยังยุโรปในเดือนกรกฎาคม 2025 พุ่งสูงขึ้นเกือบ 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลศุลกากรจีน
การแห่ซื้อแอร์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่ต่ำมาก ครัวเรือนในยุโรปมีแอร์เพียงประมาณ 20% เท่านั้น ในขณะที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีมากถึง 90% รายงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป (EEA) เรื่อง "Overheated and Underprepared" พบว่า พลเมืองสหภาพยุโรป (EU) ถึง 68% ไม่มีทั้งแอร์และพัดลมไว้ในบ้าน
สัดส่วนการใช้งานแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ ในสหราชอาณาจักร มีบ้านเพียงประมาณ 5% เท่านั้นที่มีแอร์ ในเยอรมนี ตัวเลขยิ่งต่ำกว่า โดยอยู่ที่ ต่ำกว่า 3% ส่วนประเทศในยุโรปใต้ เช่น อิตาลี สเปน และกรีซ มีอัตราสูงกว่า แต่ก็ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานโลก ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ระหว่างปี 2010 ถึง 2019 สัดส่วนครัวเรือนยุโรปที่มีแอร์เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังตามหลังอเมริกาเหนือ (76%) และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (47%) อยู่มาก
สาเหตุทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้แอร์ไม่เป็นที่นิยมในยุโรป ได้แก่ สภาพอากาศที่ไม่ร้อนมากนักในอดีต ความกังวลเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการออกแบบอาคาร (ผนังหินหนา บานเกล็ด) ที่เหมาะสมกับคลื่นความร้อนระดับปานกลาง แต่ทั้งหมดนี้กำลังพิสูจน์แล้วว่าไม่เพียงพออีกต่อไปเมื่อเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติ
ค่าใช้จ่ายในการทำความเย็นเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับครัวเรือนในยุโรป ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น สำหรับการติดตั้งแอร์ระบบแยกส่วนพื้นฐานในปี 2026 มีตั้งแต่ประมาณ 780 ยูโร ถึง 2,500 ยูโร ในยุโรปตอนใต้ บริเวณโกตดาซูร์ของฝรั่งเศส แอร์ระบบแยกส่วนสำหรับทำความเย็นอย่างเดียว (ขนาด 2–3.5 กิโลวัตต์) มีราคา 1,200–2,500 ยูโร รวมติดตั้ง
ในสเปน แอร์แยกส่วนเครื่องเดียวมีราคา 800–1,500 ยูโร ส่วนระบบท่อลมสำหรับบ้าน 3 ห้องนอนอาจมีราคาสูงถึง 4,000–8,000 ยูโร
ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ก็น่ากังวลไม่แพ้กัน ราคาไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมใน EU สูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 2.5 เท่า ครัวเรือนในสเปนต้องเสียค่าไฟ 0.15–0.25 ยูโรต่อชั่วโมง ในการเปิดแอร์ ทำให้การใช้งานต่อเนื่องเป็นเรื่องแพง
ต้นทุนเหล่านี้สร้างช่องว่างด้านกำลังซื้อ โดย พลเมือง EU 38% กล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถจ่ายค่าทำความเย็นในบ้านได้อย่างเพียงพอ ตามรายงานของ EEA
ในพื้นที่ที่ร้อนที่สุดของยุโรป ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งสูงขึ้น: 42% ในฝรั่งเศส, 46% ในกรีซ, 45% ในโปรตุเกส และมากกว่าหนึ่งในสามในสเปน (34%) และอิตาลี (37%)
อาคารในยุโรปส่วนใหญ่เก่าและไม่เหมาะสมกับการติดตั้งแอร์ บ้านหลายหลังขาดระบบไฟฟ้า ท่อลม หรือพื้นที่ผนังด้านนอกที่เพียงพอสำหรับระบบแยกส่วนสมัยใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างที่มีราคาแพง การใช้แอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันยังสร้างภาระหนักให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้าในช่วงที่อากาศร้อนจัดอีกด้วย ในช่วงคลื่นความร้อนปี 2025 ฝรั่งเศสพบว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนที่อากาศเย็นถึง 25%
โครงข่ายไฟฟ้าในยุโรปใต้เคยประสบปัญหาแรงดันไฟฟ้าตกและเกือบจะดับทั้งระบบในช่วงคลื่นความร้อนครั้งก่อนๆ
นอกจากนี้ ยังเกิดการขาดแคลนช่างติดตั้งระบบปรับอากาศ (HVAC) ที่มีคุณสมบัติในหลายประเทศ ทำให้ต้องรอคิวนานและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งยิ่งสูงขึ้นไปอีก ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า การขาดแคลนช่างติดตั้งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การใช้แอร์ในยุโรปยังคงต่ำ
ตัวขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างเบื้องหลังความต้องการแอร์ที่เพิ่มขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ยืนยันในเดือนเมษายน 2026 ว่า ยุโรปกำลังร้อนขึ้นในอัตราที่เร็วเป็นประมาณสองเท่าของค่าเฉลี่ยโลก ทำให้เป็นทวีปที่ร้อนเร็วที่สุดในโลก อุณหภูมิบนแผ่นดินยุโรปสูงขึ้น 2.19–2.26°C จากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมในช่วงปี 2015–2024 เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 1.24–1.28°C
พื้นที่ อย่างน้อย 95% ของยุโรป มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีสูงกว่าปกติในปี 2025 นิตยสารดิอีโคโนมิสต์รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้คลื่นความร้อนในปี 2026 รุนแรงขึ้น 2–4°C มากกว่าที่ควรจะเป็น
สถานการณ์นี้ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติ แต่เป็นแนวโน้มระยะยาว: ห้าปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของยุโรปเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2019
ภาวะโลกร้อนในเชิงโครงสร้างนี้หมายความว่า การแห่ซื้อแอร์อย่างบ้าคลั่งในครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรปคาดการณ์ว่าความต้องการทำความเย็นจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกสถานการณ์ในอนาคต ทำให้สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเฉพาะกลุ่มกลายเป็นความจำเป็นพื้นฐานสำหรับสุขภาพ ผลผลิต และการอยู่รอดในหลายพื้นที่ของทวีป
คลื่นความร้อนปี 2026 เผยให้เห็นความขัดแย้งที่ซับซ้อน: การแห่ซื้อแอร์ของยุโรปช่วยบรรเทาความร้อนในระยะสั้น แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิดการใช้ไฟฟ้าสูง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสารทำความเย็นเพิ่มขึ้น และสร้างภาระให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้งานสูงสุด ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะยิ่งเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนที่เป็นต้นเหตุของความต้องการนี้ขึ้นอีก ขณะนี้ผู้กำหนดนโยบายกำลังเผชิญกับแรงกดดันในการสร้างสมดุลระหว่างการขยายการเข้าถึงระบบทำความเย็นกับมาตรการบังคับด้านประสิทธิภาพพลังงาน การออกแบบอาคารแบบพาสซีฟ และการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย
ดังที่สถาบันทรัพยากรโลก (WRI) ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ผู้บริหารเมืองกำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "จะทำให้คนหนาวเย็นได้อย่างไรโดยไม่ทำให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นสาเหตุของอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้นเลวร้ายลง"
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คลื่นความร้อนเดือนมิถุนายน 2026 ในยุโรปกระตุ้นยอดขายแอร์อย่างบ้าคลั่ง โดยคาร์ฟูร์ขายเครื่องทำความเย็นได้ 30,000 เครื่องในวันเดียว ซึ่งมากกว่าปกติถึง 1,000 เท่า ขณะที่ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง, มีเดีย และมิตซูบิชิ อิ...
คลื่นความร้อนเดือนมิถุนายน 2026 ในยุโรปกระตุ้นยอดขายแอร์อย่างบ้าคลั่ง โดยคาร์ฟูร์ขายเครื่องทำความเย็นได้ 30,000 เครื่องในวันเดียว ซึ่งมากกว่าปกติถึง 1,000 เท่า ขณะที่ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง, มีเดีย และมิตซูบิชิ อิ... การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยยุโรปมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยโลก ทำให้คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น 2 4°C และมีความจำเป็นต้องใช้แอร์เพื่อความอยู่รอดในหลายพื้นที่
แต่ในขณะเดียวกัน ยอดขายที่พุ่งสูงนี้ก็เผยให้เห็นความขัดแย้งในตัว เพราะการพึ่งพาแอร์อาจเพิ่มการใช้ไฟฟ้าและก๊าซเรือนกระจก ซึ่งยิ่งซ้ำเติมปัญหาโลกร้อนให้รุนแรงกว่าเดิมอีก