ผู้ผลิตจีนควบคุมประมาณสองในสามของอุปทานทรานซีฟเวอร์ทั่วโลก ตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกหลักของชิ้นส่วนเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการขยายโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ของกลุ่ม Hyperscalers ทั้งสี่
Counterpoint Research ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เตือนว่าบริษัทตะวันตกไม่ว่าจะเป็น Coherent, Lumentum หรือ Applied Optoelectronics ไม่สามารถดูดซับปริมาณการผลิตจากจีนได้ภายใน 1-2 ปี ดังนั้นการแบนจะสร้างคอขวดทางอุปทานที่รุนแรงแทน นีล ชาห์ นักวิเคราะห์ของ Counterpoint ระบุว่า Hyperscalers สหรัฐฯ จะเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นและความล่าช้าในการสร้างโครงสร้าง AI ถ้าถูกตัดขาดจากซัพพลายเออร์จีน
ผู้ผลิตจีนเช่น จงจี้อินโนไลท์ และ อีออปโตลิงก์ ได้ขยายฐานการผลิตนอกประเทศจีนตั้งแต่ปี 2022 โดยหลัก ๆ คือที่ ประเทศไทย ปัจจุบัน การส่งออกไปอเมริกาเหนือส่วนใหญ่มาจากโรงงานในต่างประเทศเหล่านี้ ซึ่งหมายความว่าหากกฎแบนมีผล โมดูลรุ่นใหม่อาจถูกส่งผ่านโรงงานนอกจีน ทำให้ผลกระทบของกฎหมายเบาบางลง
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม (เวลาสหรัฐฯ) ตลาดเกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน:
หุ้น AI อื่น ๆ เช่น NVIDIA ไม่ได้รับผลกระทบและทรงตัวหรือปรับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากตลาดมองว่าการแบนอาจทำให้ดีมานด์ไหลไปยังซัพพลายเออร์อเมริกันหรือพันธมิตรแทน
แม้ตลาดจะตื่นตระหนก แต่นักวิเคราะห์หลายสำนัก รวมถึง เจฟเฟอรี่ส์ (Jefferies) มีความเห็นตรงกันว่า โอกาสที่กฎแบนนี้จะถูกบังคับใช้จริงนั้นต่ำ
เจฟเฟอรี่ส์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่ามาตรการนี้อาจเป็นเพียง กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง ก่อนการพบกันที่คาดไว้ระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ในเดือนกันยายน นอกจากนี้ จีนมีมาตรการตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมออปติคอลของสหรัฐฯ เช่นกัน
MarketWatch รายงานว่านักวิเคราะห์เห็นพ้องว่ากฎแบนนี้มีโอกาสถูกบังคับใช้ในรูปแบบที่ชัดเจนต่ำ เนื่องจากจีนครองตลาดทรานซีฟเวอร์ทั่วโลก
การร่วงลงของหุ้นจีนเมื่อวันที่ 5 ส.ค. เป็น ปฏิกิริยาทาง Sentiment ที่รุนแรง ต่อข้อเสนอเชิงนโยบายที่การบังคับใช้ยังมีอุปสรรคมหาศาล ผู้ผลิตจีนครองตลาดโลก มีฐานผลิตกระจายตัวนอกประเทศ และมีลูกค้ารายใหญ่ (Hyperscalers) ที่จะต่อต้านการหยุดชะงักของอุปทาน นักวิเคราะห์จากเจฟเฟอรี่ส์และสำนักอื่น ๆ มองว่ามาตรการนี้เป็น สัญญาณรบกวนมากกว่าภัยคุกคามระยะใกล้ หรือเป็นเพียงไม้ต่อรองในการเจรจามากกว่าข้อบังคับที่แน่นอน
ที่มา: Reuters, Bloomberg, Yicai, Investing.com, MarketWatch, Livemint, MSN, Yahoo Finance, TradingKey, Yahoo Finance, Futunn, WNCY, Caixin Global, YouTube, Reuters Exclusive, Bloomberg, Seoul Economic Daily, TNW, Economic Times, East Money, X/TheValueist, Investing.com