3. คู่แข่งรายใหม่บีบพื้นที่
ร้านค้าจีนรายอื่น ๆ อย่าง Temu ซึ่งใช้กลยุทธ์ราคาถูก อุดหนุนค่าขนส่ง และโฆษณาเข้มข้นแบบเดียวกัน ได้แย่งส่วนแบ่งตลาด ทำให้ SHEIN ไม่ได้เป็นผู้เล่นรายเดียวในตลาดอีกต่อไป การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนการตลาดสูงขึ้นและส่วนต่างกำไรต่ำลง นักลงทุนจึงไม่มองว่า SHEIN เป็นเวทีการเติบโตที่หาคู่แข่งยาก
4. IPO ล่าช้าและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
SHEIN พยายามจะเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์กและลอนดอนแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ฮ่องกง ซึ่งความล่าช้าหมายถึงนักลงทุน早期exit ช้าลงและมีความเสี่ยงสูงขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเผชิญการตรวจสอบเรื่องสภาพแรงงาน ความโปร่งใสของซัพพลายเชน และความปลอดภัยของสินค้า ส่งผลให้หุ้น SHEIN ในตลาดเอกชนถูกขายในราคาลดสูงถึง 30% เพื่อหาผู้ซื้อ
สรุป
มูลค่า SHEIN ที่ลดลงไม่ได้แปลว่าธุรกิจ 'แย่ลง' แต่หมายถึงสมมติฐานทางธุรกิจที่เคยสูงลิ่ว — การเติบโตเร็ว ต้นทุนต่ำ และไม่มีอุปสรรคทางการค้า — กำลังถูกท้าทายพร้อมกัน ทั้งภาษี คู่แข่ง กฎระเบียบ และความไม่แน่นอนของ IPO ทำให้นักลงทุนต้องประเมิน估值ด้วยอัตราการเติบโตและกำไรที่ถ่อมตัวลง