ชางเผิง จ้าว (ซีแซด) ยอมรับในพอดแคสต์ Talking Tokens (16 ก.ค. 2026) ว่าขณะบริหารไบแนนซ์ เขา 'มองข้าม' สเตเบิลคอยน์ และคิดว่ามันเป็นแค่ 'เทคโนโลยีปะผุชั่วคราว' สำหรับเชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างเอกซ์เชนจ์เท่านั้น [2][4] ตลาดสเตเบิลคอยน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด: มูลค่าตามราคาตลาดรวมแตะ 3.17 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 6 เม.ย.

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did CZ admit about his past view of stablecoins as a "temporary patch job," how large has th. Article summary: Here is the full fact-checked breakdown.. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
นี่คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบเจาะลึก
ในการให้สัมภาษณ์พอดแคสต์ Talking Tokens เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 ชางเผิง จ้าว หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ซีแซด" (CZ) ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในขณะที่บริหารไบแนนซ์ (Binance) เขา "พลาดโอกาส" กับสเตเบิลคอยน์ และ ไม่คิดว่าตลาดนี้จะเติบโตมาถึงขนาดปัจจุบัน เขาระบุว่าเขาเคยมองว่าสเตเบิลคอยน์เป็นเพียงแค่ "เทคโนโลยีปะผุชั่วคราว" (temporary patch technology) ที่มีประโยชน์หลักในการเชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างกระดานเทรดต่างๆ
บทสรุปจาก Binance Square อ้างคำพูดของเขาว่า:
"ตอนที่ผมบริหารไบแนนซ์ ผมมองข้ามสเตเบิลคอยน์ไปจริงๆ ผมไม่คิดว่ามันจะ..."
แหล่งข่าวอื่นยังรายงานอีกว่าซีแซดกล่าวว่าสเตเบิลคอยน์เป็นเพียงแค่ "临时的补丁技术" (เทคโนโลยีปะผุชั่วคราว) ที่ใช้หลักๆ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างเอกซ์เชนจ์เท่านั้น
ตลาดสเตเบิลคอยน์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว:
ตลาดนี้เป็น ผู้ขายน้อยราย (oligopoly) แบบสองรายใหญ่:
ซีแซดเปลี่ยนความคิดไปอย่างสิ้นเชิง:
การกลับลำครั้งนี้มีรากฐานมาจากพัฒนาการสำคัญ 4 ประการที่มาบรรจบกัน:
ก. คดีความของซีแซดและการออกจากไบแนนซ์
ข. ความชัดเจนด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ ที่หนุนการเติบโตของสเตเบิลคอยน์
ค. การเปลี่ยนมุมมองหลังจากพ้นตำแหน่ง CEO
ง. ความเป็นจริงของตลาด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ชางเผิง จ้าว (ซีแซด) ยอมรับในพอดแคสต์ Talking Tokens (16 ก.ค. 2026) ว่าขณะบริหารไบแนนซ์ เขา 'มองข้าม' สเตเบิลคอยน์ และคิดว่ามันเป็นแค่ 'เทคโนโลยีปะผุชั่วคราว' สำหรับเชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างเอกซ์เชนจ์เท่านั้น [2][4]
ชางเผิง จ้าว (ซีแซด) ยอมรับในพอดแคสต์ Talking Tokens (16 ก.ค. 2026) ว่าขณะบริหารไบแนนซ์ เขา 'มองข้าม' สเตเบิลคอยน์ และคิดว่ามันเป็นแค่ 'เทคโนโลยีปะผุชั่วคราว' สำหรับเชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างเอกซ์เชนจ์เท่านั้น [2][4] ตลาดสเตเบิลคอยน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด: มูลค่าตามราคาตลาดรวมแตะ 3.17 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 6 เม.ย.
ตลาดถูกครอบงำโดยผู้เล่นสองราย: Tether (USDT) มีส่วนแบ่งประมาณ 60%+ และ Circle (USDC) มีประมาณ 25.5% ซึ่งทั้งคู่ครองส่วนแบ่งรวมกันมากกว่า 80 85% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด [1][6][11][12]