การปฏิรูปครั้งนี้รวมถึงการลดชั่วโมงเรียนอย่างมาก การปรับโครงสร้างเนื้อหา และการเปลี่ยนแปลงวิธีการประเมินผล นักวิชาการมองว่านี่คือการปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่ของฮ่องกง
การตีความ 'จิตสำนึกพลเมือง':
หาก 'จิตสำนึกพลเมือง' หมายถึง การปฏิบัติตามกฎหมาย การรู้จักประเทศชาติ การยอมรับระเบียบรัฐธรรมนูญ และการทำความเข้าใจกฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) รัฐบาลฮ่องกงต้องการส่งเสริมจิตสำนึกพลเมืองรูปแบบนี้
แต่ถ้า 'จิตสำนึกพลเมือง' หมายถึง การตั้งคำถามต่อรัฐบาล การตรวจสอบอำนาจ การประท้วงในที่สาธารณะ และการวิพากษ์วิจารณ์ระบบจากหลายมุมมอง การปฏิรูปหลักสูตรครั้งนี้ได้ลดทอนแนวทางดังกล่าวลงอย่างชัดเจน
โดยสรุป:
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่ 'รัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนมีจิตสำนึกพลเมือง' แต่คือ 'รัฐบาลต้องการสร้างนิยามใหม่ของจิตสำนึกพลเมือง'
จากเดิมที่เน้น 'พลเมืองแบบเสรีนิยม/วิพากษ์วิจารณ์' (liberal citizenship/critical citizenship) ซึ่งหมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ การมีส่วนร่วม การตั้งคำถาม และการสืบค้นประเด็น
เปลี่ยนมาเน้น 'พลเมืองแบบรับผิดชอบ/ชาติ' (responsible citizenship/national citizenship) ซึ่งหมายถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย ความรับผิดชอบ อัตลักษณ์ของพลเมือง ความมั่นคงทางสังคม และการยอมรับระเบียบรัฐธรรมนูญ
ประเด็นที่ต้องระวัง:
วิชา Liberal Studies แบบเก่ามีจุดเด่นตรงที่เน้นให้นักเรียนวิเคราะห์ประเด็นสาธารณะจากหลายมุมมอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความตระหนักรู้ทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนระบอบการปกครองวิจารณ์ว่าวิชานี้ทำให้ห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่ทางการเมือง และการอภิปรายประเด็นต่างๆ ไม่สมดุล ซึ่งกลายเป็นเหตุผลสำคัญในการปฏิรูป
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่า 'การคิดเชิงวิพากษ์' ถูกยกเลิกไปเสียทีเดียว วิชาใหม่ยังคงใช้ภาษาทางการศึกษา เช่น 'การวิเคราะห์' 'การทำความเข้าใจ' และ 'การเปรียบเทียบ' สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ คือขอบเขตของสิ่งที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ การเลือกประเด็น ความเปิดกว้างของคำตอบ ความเสี่ยงของครู และทิศทางการประเมินผล
สรุปในหนึ่งประโยค:
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การลด 'การศึกษาพลเมือง' แต่คือการเปลี่ยนรูปแบบ 'การศึกษาพลเมือง' จาก 'พลเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์สังคม' ไปเป็น 'พลเมืองที่ยอมรับระเบียบ เข้าใจชาติ และทำหน้าที่ของตน'