คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ เวทีหลู่เจียจุย 2026: หวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัย PBOC เตือน Stablecoin ต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ การชำระเงินข้ามพรมแดน และอาจถูกใช้เป็น 'อาวุธ' ได้ [1][2][3] เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคำเตือน ศูนย์ปฏิบัติการหยวนดิจิทัลระหว่างประเทศได้ลงนามกับสถาบันการเงิน 26 แห่ง รวมถึง สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ให้เป็นผู้เข้าร่วมโดยตรงรายแรกบนแพลตฟอร์ม CBETS (Cross border e CNY Transfer Service... การเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของยุทธศาสตร์คู่ขนานของจีน: เร่งขยายการใช้หยวนดิจิทัลที่ควบคุมโดยรัฐผ่านแพลตฟอร์ม CBETS ขณะเดียวกันก็เข้มงวดการปราบปราม Stablecoin ภายในประเทศ ด้วยการออกประกาศห้ามการออก... What specific warnings did a senior People's Bank of China official issue about stablecoins and privately issued digital currencies at the 2 AI-generated editorial hero image for What specific warnings did a senior People's Bank of China official issue about stablecoins and privately issued digital currencies at the 2. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What specific warnings did a senior People's Bank of China official issue about stablecoins and privately issued digital currencies at the 2. Article summary: ## PBOC's Wang Xin Warning at Lujiazui Forum. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# China’s central bank is closely monitoring stablecoins in cross-border payments. The People’s Bank of China said stablecoins could play a larger role in cross-border payments and" source context "China’s central bank is closely monitoring stablecoins in cross-border payments" Reference image 2: visual subject "PBoC's Wang Xin: Closely Monitor the Impact of Stablecoins on the International Monetary System and Cross-Border Payments. PA一线. PANews, June" source context
openai.com ในการประชุมหลู่เจียจุย (Lujiazui Forum) ปี 2026 ซึ่งเป็นเวทีเศรษฐกิจสำคัญของจีน นายหวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัยแห่งธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ได้ออกมาเตือนอย่างตรงไปตรงมาถึงอิทธิพลที่กำลังเพิ่มขึ้นของ Stablecoin และสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยเอกชน คำกล่าวของเขาในวันที่ 17 มิถุนายน เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จีนจะเปิดตัวแพลตฟอร์ม 'หยวนดิจิทัล' (e-CNY) ข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางสองขั้วของปักกิ่งต่อการปฏิวัติสกุลเงินดิจิทัล นั่นคือ การสกัดกั้นทางเลือกจากภาคเอกชน พร้อมๆ กับการส่งเสริมสกุลเงินของตนเอง
คำเตือนเจาะจงของ หวัง ซิ่น ต่อ Stablecoin
ความคิดเห็นของ หวัง ซิ่น ในเวทีหลู่เจียจุยถือเป็นคำเตือนสาธารณะที่พุ่งเป้ามากที่สุดของ PBOC เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Stablecoin เอกชนกับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินโลก โดยมุ่งเน้นไปที่สามประเด็นหลัก:
ภัยคุกคามต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ: หวัง ซิ่น เรียกร้องให้ผู้กำกับดูแลทั่วโลกจับตาดูผลกระทบของ Stablecoin ต่อระบบการเงินระหว่างประเทศและการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่างใกล้ชิด โดยให้เหตุผลว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโทเคนที่ออกโดยเอกชนเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินข้ามประเทศไปอย่างสิ้นเชิง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "กลยุทธ์สองทางของจีน: เตือนโลก 'Stablecoin เสี่ยงเป็นอาวุธ' พร้อมเปิดแพลตฟอร์ม 'CBETS' ดึง 26 แบงก์เชื่อมหยวนดิจิทัล" คืออะไร เวทีหลู่เจียจุย 2026: หวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัย PBOC เตือน Stablecoin ต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ การชำระเงินข้ามพรมแดน และอาจถูกใช้เป็น 'อาวุธ' ได้ [1][2][3]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? เวทีหลู่เจียจุย 2026: หวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัย PBOC เตือน Stablecoin ต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ การชำระเงินข้ามพรมแดน และอาจถูกใช้เป็น 'อาวุธ' ได้ [1][2][3] เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคำเตือน ศูนย์ปฏิบัติการหยวนดิจิทัลระหว่างประเทศได้ลงนามกับสถาบันการเงิน 26 แห่ง รวมถึง สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ให้เป็นผู้เข้าร่วมโดยตรงรายแรกบนแพลตฟอร์ม CBETS (Cross border e CNY Transfer Service...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? การเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของยุทธศาสตร์คู่ขนานของจีน: เร่งขยายการใช้หยวนดิจิทัลที่ควบคุมโดยรัฐผ่านแพลตฟอร์ม CBETS ขณะเดียวกันก็เข้มงวดการปราบปราม Stablecoin ภายในประเทศ ด้วยการออกประกาศห้ามการออก...
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ เวทีหลู่เจียจุย 2026: หวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัย PBOC เตือน Stablecoin ต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ การชำระเงินข้ามพรมแดน และอาจถูกใช้เป็น 'อาวุธ' ได้ [1][2][3] เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคำเตือน ศูนย์ปฏิบัติการหยวนดิจิทัลระหว่างประเทศได้ลงนามกับสถาบันการเงิน 26 แห่ง รวมถึง สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ให้เป็นผู้เข้าร่วมโดยตรงรายแรกบนแพลตฟอร์ม CBETS (Cross border e CNY Transfer Service... การเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของยุทธศาสตร์คู่ขนานของจีน: เร่งขยายการใช้หยวนดิจิทัลที่ควบคุมโดยรัฐผ่านแพลตฟอร์ม CBETS ขณะเดียวกันก็เข้มงวดการปราบปราม Stablecoin ภายในประเทศ ด้วยการออกประกาศห้ามการออก... What specific warnings did a senior People's Bank of China official issue about stablecoins and privately issued digital currencies at the 2 AI-generated editorial hero image for What specific warnings did a senior People's Bank of China official issue about stablecoins and privately issued digital currencies at the 2. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What specific warnings did a senior People's Bank of China official issue about stablecoins and privately issued digital currencies at the 2. Article summary: ## PBOC's Wang Xin Warning at Lujiazui Forum. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# China’s central bank is closely monitoring stablecoins in cross-border payments. The People’s Bank of China said stablecoins could play a larger role in cross-border payments and" source context "China’s central bank is closely monitoring stablecoins in cross-border payments" Reference image 2: visual subject "PBoC's Wang Xin: Closely Monitor the Impact of Stablecoins on the International Monetary System and Cross-Border Payments. PA一线. PANews, June" source context
openai.com ในการประชุมหลู่เจียจุย (Lujiazui Forum) ปี 2026 ซึ่งเป็นเวทีเศรษฐกิจสำคัญของจีน นายหวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัยแห่งธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ได้ออกมาเตือนอย่างตรงไปตรงมาถึงอิทธิพลที่กำลังเพิ่มขึ้นของ Stablecoin และสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยเอกชน คำกล่าวของเขาในวันที่ 17 มิถุนายน เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จีนจะเปิดตัวแพลตฟอร์ม 'หยวนดิจิทัล' (e-CNY) ข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางสองขั้วของปักกิ่งต่อการปฏิวัติสกุลเงินดิจิทัล นั่นคือ การสกัดกั้นทางเลือกจากภาคเอกชน พร้อมๆ กับการส่งเสริมสกุลเงินของตนเอง
คำเตือนเจาะจงของ หวัง ซิ่น ต่อ Stablecoin
ความคิดเห็นของ หวัง ซิ่น ในเวทีหลู่เจียจุยถือเป็นคำเตือนสาธารณะที่พุ่งเป้ามากที่สุดของ PBOC เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Stablecoin เอกชนกับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินโลก โดยมุ่งเน้นไปที่สามประเด็นหลัก:
ภัยคุกคามต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ: หวัง ซิ่น เรียกร้องให้ผู้กำกับดูแลทั่วโลกจับตาดูผลกระทบของ Stablecoin ต่อระบบการเงินระหว่างประเทศและการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่างใกล้ชิด โดยให้เหตุผลว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโทเคนที่ออกโดยเอกชนเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินข้ามประเทศไปอย่างสิ้นเชิง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "กลยุทธ์สองทางของจีน: เตือนโลก 'Stablecoin เสี่ยงเป็นอาวุธ' พร้อมเปิดแพลตฟอร์ม 'CBETS' ดึง 26 แบงก์เชื่อมหยวนดิจิทัล" คืออะไร เวทีหลู่เจียจุย 2026: หวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัย PBOC เตือน Stablecoin ต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ การชำระเงินข้ามพรมแดน และอาจถูกใช้เป็น 'อาวุธ' ได้ [1][2][3]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? เวทีหลู่เจียจุย 2026: หวัง ซิ่น ผู้อำนวยการสำนักวิจัย PBOC เตือน Stablecoin ต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ การชำระเงินข้ามพรมแดน และอาจถูกใช้เป็น 'อาวุธ' ได้ [1][2][3] เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคำเตือน ศูนย์ปฏิบัติการหยวนดิจิทัลระหว่างประเทศได้ลงนามกับสถาบันการเงิน 26 แห่ง รวมถึง สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ให้เป็นผู้เข้าร่วมโดยตรงรายแรกบนแพลตฟอร์ม CBETS (Cross border e CNY Transfer Service...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? การเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของยุทธศาสตร์คู่ขนานของจีน: เร่งขยายการใช้หยวนดิจิทัลที่ควบคุมโดยรัฐผ่านแพลตฟอร์ม CBETS ขณะเดียวกันก็เข้มงวดการปราบปราม Stablecoin ภายในประเทศ ด้วยการออกประกาศห้ามการออก...
การทำให้ระบบชำระเงินกลายเป็นอาวุธ (Weaponization): เขาเตือนอย่างเจาะจงว่าโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของโลกอาจถูก 'ใช้เป็นอาวุธ' ได้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการรับประกันความมั่นคง ความเป็นกลาง และประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางการเงิน: หวังย้ำว่า PBOC ต้องคงความระมัดระวังต่อความเสี่ยงที่ Stablecoin ก่อขึ้นต่ออธิปไตยทางการเงินและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการใช้งานมันเติบโตขึ้นในบริบทข้ามพรมแดน
CBETS: แพลตฟอร์มข้ามพรมแดนใหม่ของหยวนดิจิทัล แพลตฟอร์ม CBETS ถือเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานหยวนดิจิทัลของจีนอย่างมีนัยสำคัญ:
การชำระเงินบนบล็อกเชน: CBETS ถูกสร้างขึ้นเป็นแพลตฟอร์มบริการเบ็ดเสร็จบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งออกแบบมาสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
การเข้าถึงทั่วโลก: เมื่อเปิดตัว แพลตฟอร์มครอบคลุมธุรกรรมในฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ ลาว ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบราซิล รวมถึงเขตอำนาจศาลอื่นๆ
การมีส่วนร่วมของธนาคารระดับโลก: สถาบันการเงินกลุ่มแรกที่ลงนามประกอบด้วยธนาคารทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการระบุชื่อ ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ประเทศจีน) เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมโดยตรง
การเชื่อมต่อจุดเดียว: จุดเด่นคือผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศสามารถเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ได้ผ่านจุดเชื่อมต่อเดียวในฮ่องกง ทำให้การเริ่มต้นใช้งานสำหรับสถาบันการเงินต่างประเทศง่ายขึ้น
รูปแบบความร่วมมือสองทาง: แพลตฟอร์มนี้สนับสนุนทั้งการเข้าถึงบริการชำระเงินดิจิทัล 24/7 โดยตรงสำหรับสถาบัน และการเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินหรือระบบ CBDC ของธนาคารกลางต่างประเทศ ทำให้สถาบันในท้องถิ่นสามารถเชื่อมต่อได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนช่องทางภายในประเทศเดิม
พิธีลงนามจัดขึ้นที่งาน 2026 China International Financial Expo ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับเวทีหลู่เจียจุย สร้างวงจรข่าวที่ทรงพลังในวันเดียวซึ่งแสดงให้เห็นทั้งความกังวลของจีนต่อสกุลเงินดิจิทัลเอกชนและความทะเยอทะยานในการผลักดันสกุลเงินของตนเอง
ยุทธศาสตร์คู่ขนาน: ปราบในประเทศ ส่งออกไปทั่วโลก การประกาศที่สอดคล้องกันในเดือนมิถุนายน 2026 เป็นการแสดงออกล่าสุดของยุทธศาสตร์ที่ก่อตัวชัดเจนขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การปราบปรามในจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 PBOC และอีก 7 หน่วยงานรัฐได้ออกประกาศหมายเลข 42 (Yin Fa No. 42) ซึ่งเป็นคำสั่งที่ครอบคลุมเพื่อเข้มงวดข้อจำกัดด้านคริปโตที่เข้มงวดอยู่แล้วของจีน ประกาศนี้ระบุอย่างชัดเจนว่า:
ห้ามการออก Stablecoin อิงค่าเงินหยวนในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยระบุว่าไม่มีหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศใดสามารถออกโทเคนดังกล่าวได้หากไม่ได้รับการอนุมัติจาก PBOC ก่อน เนื่องจาก "ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออธิปไตยทางการเงิน"
ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยขยายขอบเขตการห้ามให้ครอบคลุมถึงโทเคนสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) และยกเลิกประกาศฉบับก่อนหน้าปี 2021 เกี่ยวกับการซื้อขายสกุลเงินเสมือน
ย้ำว่าสกุลเงินเสมือนไม่มีสถานะเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถือเป็นการดำเนินการทางการเงินที่ผิดกฎหมายในจีนแผ่นดินใหญ่
เส้นทางคู่ขนานที่มีใบอนุญาตของฮ่องกง ภายใต้กรอบ 'หนึ่งประเทศ สองระบบ' ฮ่องกงดำเนินแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยใช้ระบบการออกใบอนุญาต:
กฎหมาย Stablecoins Ordinance (Cap. 656) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2025 สร้างระบบการออกใบอนุญาตที่ครอบคลุมสำหรับผู้ออก Stablecoin อ้างอิงสกุลเงินทั่วไป (fiat-referenced) ซึ่งบริหารงานโดยสำนักงานการเงินฮ่องกง (HKMA)
HKMA ได้รับ ใบสมัคร 36 รายการ ในช่วงระยะเวลาเริ่มต้น และได้อนุมัติ ใบอนุญาตผู้ออก Stablecoin ชุดแรกในเดือนเมษายน 2026
การแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์และกฎระเบียบนี้ทำให้จีนสามารถทดลองนวัตกรรมสกุลเงินดิจิทัลภาคเอกชนภายในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ (ฮ่องกง) ในขณะที่ป้องกันไม่ให้มันมาท้าทายการควบคุมทางการเงินในจีนแผ่นดินใหญ่ และยังเป็นการส่งเสริม e-CNY ที่หนุนหลังโดยรัฐอีกด้วย
บทสรุป ทางการเงินของจีนกำลังดำเนินยุทธศาสตร์สกุลเงินดิจิทัลคู่ขนานที่แยบยลอย่างเปิดเผย ในจีนแผ่นดินใหญ่ พวกเขาปราบปราม Stablecoin ภาคเอกชนอย่างแข็งกร้าว โดยสั่งห้ามโทเคนที่อิงกับเงินหยวนอย่างชัดเจนเพราะเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตย ในขณะเดียวกันก็เร่งสร้างรางการชำระเงินระหว่างประเทศสำหรับหยวนดิจิทัลที่ควบคุมโดยรัฐ การเปิดตัว CBETS ในเดือนมิถุนายน 2026 พร้อมกับ 26 สถาบันการเงินระดับโลก แสดงให้เห็นว่าคำตอบสุดท้ายของปักกิ่งต่อความท้าทายจาก Stablecoin ไม่ใช่แค่การเตือนภัยเท่านั้น แต่คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับโลกที่สามารถแข่งขันได้ โดยมีรัฐหนุนหลัง
thestar.com.my China makes new push to take yuan global, vows vigilance ... การทำให้ระบบชำระเงินกลายเป็นอาวุธ (Weaponization): เขาเตือนอย่างเจาะจงว่าโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของโลกอาจถูก 'ใช้เป็นอาวุธ' ได้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการรับประกันความมั่นคง ความเป็นกลาง และประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางการเงิน: หวังย้ำว่า PBOC ต้องคงความระมัดระวังต่อความเสี่ยงที่ Stablecoin ก่อขึ้นต่ออธิปไตยทางการเงินและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการใช้งานมันเติบโตขึ้นในบริบทข้ามพรมแดน
CBETS: แพลตฟอร์มข้ามพรมแดนใหม่ของหยวนดิจิทัล แพลตฟอร์ม CBETS ถือเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานหยวนดิจิทัลของจีนอย่างมีนัยสำคัญ:
การชำระเงินบนบล็อกเชน: CBETS ถูกสร้างขึ้นเป็นแพลตฟอร์มบริการเบ็ดเสร็จบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งออกแบบมาสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
การเข้าถึงทั่วโลก: เมื่อเปิดตัว แพลตฟอร์มครอบคลุมธุรกรรมในฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ ลาว ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบราซิล รวมถึงเขตอำนาจศาลอื่นๆ
การมีส่วนร่วมของธนาคารระดับโลก: สถาบันการเงินกลุ่มแรกที่ลงนามประกอบด้วยธนาคารทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการระบุชื่อ ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ประเทศจีน) เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมโดยตรง
การเชื่อมต่อจุดเดียว: จุดเด่นคือผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศสามารถเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ได้ผ่านจุดเชื่อมต่อเดียวในฮ่องกง ทำให้การเริ่มต้นใช้งานสำหรับสถาบันการเงินต่างประเทศง่ายขึ้น
รูปแบบความร่วมมือสองทาง: แพลตฟอร์มนี้สนับสนุนทั้งการเข้าถึงบริการชำระเงินดิจิทัล 24/7 โดยตรงสำหรับสถาบัน และการเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินหรือระบบ CBDC ของธนาคารกลางต่างประเทศ ทำให้สถาบันในท้องถิ่นสามารถเชื่อมต่อได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนช่องทางภายในประเทศเดิม
พิธีลงนามจัดขึ้นที่งาน 2026 China International Financial Expo ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับเวทีหลู่เจียจุย สร้างวงจรข่าวที่ทรงพลังในวันเดียวซึ่งแสดงให้เห็นทั้งความกังวลของจีนต่อสกุลเงินดิจิทัลเอกชนและความทะเยอทะยานในการผลักดันสกุลเงินของตนเอง
ยุทธศาสตร์คู่ขนาน: ปราบในประเทศ ส่งออกไปทั่วโลก การประกาศที่สอดคล้องกันในเดือนมิถุนายน 2026 เป็นการแสดงออกล่าสุดของยุทธศาสตร์ที่ก่อตัวชัดเจนขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การปราบปรามในจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 PBOC และอีก 7 หน่วยงานรัฐได้ออกประกาศหมายเลข 42 (Yin Fa No. 42) ซึ่งเป็นคำสั่งที่ครอบคลุมเพื่อเข้มงวดข้อจำกัดด้านคริปโตที่เข้มงวดอยู่แล้วของจีน ประกาศนี้ระบุอย่างชัดเจนว่า:
ห้ามการออก Stablecoin อิงค่าเงินหยวนในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยระบุว่าไม่มีหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศใดสามารถออกโทเคนดังกล่าวได้หากไม่ได้รับการอนุมัติจาก PBOC ก่อน เนื่องจาก "ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออธิปไตยทางการเงิน"
ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยขยายขอบเขตการห้ามให้ครอบคลุมถึงโทเคนสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) และยกเลิกประกาศฉบับก่อนหน้าปี 2021 เกี่ยวกับการซื้อขายสกุลเงินเสมือน
ย้ำว่าสกุลเงินเสมือนไม่มีสถานะเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถือเป็นการดำเนินการทางการเงินที่ผิดกฎหมายในจีนแผ่นดินใหญ่
เส้นทางคู่ขนานที่มีใบอนุญาตของฮ่องกง ภายใต้กรอบ 'หนึ่งประเทศ สองระบบ' ฮ่องกงดำเนินแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยใช้ระบบการออกใบอนุญาต:
กฎหมาย Stablecoins Ordinance (Cap. 656) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2025 สร้างระบบการออกใบอนุญาตที่ครอบคลุมสำหรับผู้ออก Stablecoin อ้างอิงสกุลเงินทั่วไป (fiat-referenced) ซึ่งบริหารงานโดยสำนักงานการเงินฮ่องกง (HKMA)
HKMA ได้รับ ใบสมัคร 36 รายการ ในช่วงระยะเวลาเริ่มต้น และได้อนุมัติ ใบอนุญาตผู้ออก Stablecoin ชุดแรกในเดือนเมษายน 2026
การแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์และกฎระเบียบนี้ทำให้จีนสามารถทดลองนวัตกรรมสกุลเงินดิจิทัลภาคเอกชนภายในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ (ฮ่องกง) ในขณะที่ป้องกันไม่ให้มันมาท้าทายการควบคุมทางการเงินในจีนแผ่นดินใหญ่ และยังเป็นการส่งเสริม e-CNY ที่หนุนหลังโดยรัฐอีกด้วย
บทสรุป ทางการเงินของจีนกำลังดำเนินยุทธศาสตร์สกุลเงินดิจิทัลคู่ขนานที่แยบยลอย่างเปิดเผย ในจีนแผ่นดินใหญ่ พวกเขาปราบปราม Stablecoin ภาคเอกชนอย่างแข็งกร้าว โดยสั่งห้ามโทเคนที่อิงกับเงินหยวนอย่างชัดเจนเพราะเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตย ในขณะเดียวกันก็เร่งสร้างรางการชำระเงินระหว่างประเทศสำหรับหยวนดิจิทัลที่ควบคุมโดยรัฐ การเปิดตัว CBETS ในเดือนมิถุนายน 2026 พร้อมกับ 26 สถาบันการเงินระดับโลก แสดงให้เห็นว่าคำตอบสุดท้ายของปักกิ่งต่อความท้าทายจาก Stablecoin ไม่ใช่แค่การเตือนภัยเท่านั้น แต่คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับโลกที่สามารถแข่งขันได้ โดยมีรัฐหนุนหลัง
thestar.com.my China makes new push to take yuan global, vows vigilance ...