กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กเล็กอายุ 4 ถึง 6 ปี จำนวน 65 คน ซึ่งนับว่าเป็นวัย黄金 (หวงจิน - 黃金) หรือวัยทองของการเรียนรู้ทางสังคมเลยทีเดียว
เพื่อให้เข้าใจผลลัพธ์ได้ชัดเจน เราลองมาดูวิธีวิจัยคร่าวๆ กันครับ ทีมวิจัยให้เด็กๆ แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เล่นบอร์ดเกมสัปดาห์ละครั้ง เป็นระยะเวลานานถึง 6 สัปดาห์ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มการทดลองหลัก:
และสิ่งที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเล่นเกมแนวไหน เด็กทุกคนล้วนต้องเรียนรู้ทักษะทางสังคมพื้นฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น การรอคิว การผลัดกันเล่น การควบคุมอารมณ์เมื่อผิดหวัง และการตอบสนองต่อการกระทำของเพื่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ "การเล่น" เป็นมากกว่าความสนุก
ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้หลายคนต้องคิดใหม่เกี่ยวกับการเลือกของเล่นให้ลูก
ข้อสังเกตสำคัญอีกประการคือ งานวิจัยบางชิ้นก่อนหน้านี้เสนอว่า เกมแบบแข่งขันในกลุ่มเด็กอาจเพิ่มพฤติกรรมก้าวร้าว ในขณะที่เกมแบบร่วมมือลดความก้าวร้าวและเพิ่มความร่วมมือ แต่งานของ Eriksson และคณะ (2021) กลับพบว่าเกมทั้งสองแบบกระตุ้น "ปริมาณพฤติกรรมร่วมมือและแข่งขันที่เท่าๆ กัน" ในระหว่างการเล่น
สิ่งนี้ตอกย้ำว่าการเล่นเกมในเด็กเล็กนั้นมีความซับซ้อนสูง บอร์ดเกมไม่ใช่ "ตัวกำหนด" พฤติกรรมตายตัว แต่เป็น "เวที" ให้เด็กได้ฝึกฝน แสดงออก และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทางสังคมที่แตกต่างกัน
สำหรับพ่อแม่หรือคุณครูในไทยที่กำลังมองหาแนวทางส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการเล่น สามารถถอดบทเรียนจากงานวิจัยนี้ได้ดังนี้ครับ:
โดยสรุปแล้ว งานวิจัยของ Eriksson และคณะ เป็นหลักฐานทางวิชาการชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าโลกของบอร์ดเกมในวัยเด็กนั้นซับซ้อนกว่าที่เราคิด มันเป็นพื้นที่ฝึกฝนทางสังคมที่ทรงพลัง ซึ่งผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ "เกม" แต่ขึ้นอยู่กับ "ปฏิสัมพันธ์" ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้น
สำหรับผู้ที่ต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิงในเชิงวิชาการ สามารถใช้รูปแบบ APA 7 ได้ดังนี้:
อ้างอิงในเนื้อหา:
บรรณานุกรม:
Eriksson, M., Kenward, B., Poom, L., & Stenberg, G. (2021). The behavioral effects of cooperative and competitive board games in preschoolers. Scandinavian Journal of Psychology, 62(3), 355–364. https://doi.org/10.1111/sjop.12708
Comments
0 comments