ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้เราอาจเคยเห็นภาพคนเข้าไปนอนในห้องหรือถังคล้ายเรือดำน้ำ แล้วได้ยินสรรพคุณว่าเป็นการบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูได้ครอบจักรวาล ตั้งแต่โรคซึมเศร้า ออทิสติก ไปจนถึงชะลอวัย นั่นทำให้เกิดคำถามว่า แท้จริงแล้ว การบำบัดด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy – HBOT) คืออะไรกันแน่ และทางการแพทย์ใช้รักษาโรคใดได้บ้าง
คำตอบคือ HBOT ไม่ใช่การรักษาแบบ "ครอบจักรวาล" แต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันคือเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีข้อบ่งใช้จำเพาะและจริงจังภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ ![]()
กลไกการทำงานที่ไม่ใช่แค่ "หายใจเอาออกซิเจน"
โดยพื้นฐานของการแพทย์ HBOT ไม่ใช่แค่การให้ออกซิเจนเสริมกำลังให้สดชื่นเหมือนการอยู่ในธรรมชาติ แต่มันคือการดัดแปลงกฎทางฟิสิกส์เพื่อใช้เป็นยา โดยการเพิ่มความดันในห้องรักษาให้สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2-3 เท่า (หรือที่วัดทางเทคนิคคือระดับ 1.9 ถึง 3.0 ATA)
ซึ่งแรงดันมหาศาลนี้จะบีบให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ที่ผู้ป่วยหายใจเข้าไป ละลายเข้าไปในพลาสมาในเลือดได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งแค่การลำเลียงของเม็ดเลือดแดงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดและเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก ไปช่วยรักษาอาการในส่วนที่กระแสเลือดไปเลี้ยงไม่พอหรือเกิดความเสียหายเฉพาะจุด ![]()
![]()
ข้อบ่งใช้ที่ได้รับการรับรอง (ไม่ใช่ทุกโรคจะรักษาได้)
หัวใจสำคัญที่หลายคนอาจตกเป็นเหยื่อของการตลาด คือการนำ HBOT ไปใช้แบบไม่ตรงจุด ทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) จึงได้ออกมาประกาศรับรองข้อบ่งใช้ที่ชัดเจน โดยอาศัยผลการศึกษาทั้งทางคลินิกและทางสรีรวิทยาเท่านั้นว่า HBOT ใช้ (ไม่ใช่แค่บรรเทา หรือบำรุง) อาการใดได้บ้าง ทางสมาคมเวชศาสตร์ใต้น้ำและความกดบรรยากาศสูง (UHMS) ก็เห็นพ้องในกรอบนี้ ซึ่งประกอบด้วย 13 ข้อบ่งใช้หลัก
Comments
0 comments