แต่ดีลนี้มีเงื่อนไขสำคัญ: แม้รายงานช่วงปลายปี 2025 จะระบุว่า Meta เดินหน้าซื้อ Manus ด้วยมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ TechCrunch รายงานเมื่อ 27 เมษายน 2026 ว่าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน หรือ NDRC ซึ่งเป็นหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจระดับสูงของจีน ได้สกัดการเข้าซื้อดังกล่าวหลังตรวจสอบอยู่นานหลายเดือน
Manus คือสตาร์ทอัพด้าน AI ที่โฟกัสเรื่อง autonomous AI agent หรือเอไอที่ทำงานแบบตัวแทนอัตโนมัติ หลายสำนักข่าวอธิบายว่า Manus มีรากจากจีนและปัจจุบันตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ขณะที่ TechCrunch รายงานว่า Manus ก่อตั้งโดยวิศวกรชาวจีน และย้ายสำนักงานใหญ่จากจีนไปสิงคโปร์ราวกลางปี 2025
จุดขายของ Manus คือสิ่งที่วงการเรียกว่า agentic AI กล่าวคือ ผู้ใช้ไม่ได้พิมพ์คำถามเพื่อรอคำตอบเพียงครั้งเดียว แต่ให้ “เป้าหมาย” แล้วปล่อยให้ AI Agent วางขั้นตอน เรียกใช้เครื่องมือ และพยายามทำภารกิจดิจิทัลต่อเนื่องให้สำเร็จ
Manus เริ่มเป็นที่พูดถึงในซิลิคอนแวลลีย์หลังเผยแพร่วิดีโอสาธิตช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025 TechCrunch รายงานว่าในวิดีโอนั้น AI Agent ของ Manus แสดงตัวอย่างงานอย่างการคัดกรองผู้สมัครงาน วางแผนวันหยุดพักผ่อน และวิเคราะห์พอร์ตลงทุนหุ้น
คำอธิบายแบบสั้นที่สุดคือ: แชตบอตเน้น “ตอบคำถาม” ส่วน AI Agent พยายาม “ทำงานให้เสร็จ”
VentureBeat อธิบาย Manus ว่าเป็น “execution layer” หรือชั้นการลงมือทำของงาน AI ไม่ใช่แค่หน้าต่างแชต ตามรายงานดังกล่าว Agent ของ Manus ถูกออกแบบให้วางแผนงาน เรียกใช้เครื่องมือ และผลักเวิร์กโฟลว์ให้เดินต่อ
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่า AI Agent จะทดแทนการตัดสินใจของมนุษย์ได้ทั้งหมด หรือทำงานได้ถูกต้องทุกครั้ง ความต่างที่แท้จริงอยู่ที่จุดเน้นของผลิตภัณฑ์: แชตบอตสร้างคำตอบ ส่วน AI Agent พยายามแตกเป้าหมายออกเป็นขั้นตอน แล้วช่วยขยับงานไปข้างหน้า
รายงานต่างประเทศช่วงปลายปี 2025 ระบุว่า Meta ตกลงหรือประกาศซื้อ Manus โดยยังไม่เปิดเผยเงื่อนไขการเงินอย่างครบถ้วน แต่มีการประเมินมูลค่าดีลไว้ราว 2,000–3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เหตุผลเชิงกลยุทธ์ของดีลนี้มองได้เป็น 3 ชั้น
Fortune รายงานว่าเทคโนโลยีของ Manus คาดว่าจะถูกนำไปรวมกับผลิตภัณฑ์ของ Meta รวมถึงผู้ช่วย Meta AI ที่ทำงานข้าม Facebook, Instagram และ WhatsApp
Business Today รายงานในทำนองเดียวกันว่าเป้าหมายของดีลนี้คือการเร่งนำ autonomous AI agent เข้าไปใช้ในแพลตฟอร์มอย่าง Instagram, WhatsApp และ Facebook
ถ้าการผสานระบบเกิดขึ้นได้จริง คุณค่าของ Manus จะไม่ใช่แค่แอปเดี่ยว ๆ แต่จะกลายเป็นความสามารถด้านการทำงานแทนผู้ใช้ที่ฝังอยู่ในพื้นที่โซเชียลและแชตที่ Meta มีอยู่แล้ว
VentureBeat มองดีล Meta-Manus ว่าเป็นสัญญาณชัดเจนว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยีรายใหญ่ไม่ได้แข่งกันเฉพาะคุณภาพของโมเดล AI อีกต่อไป แต่กำลังแข่งว่าใครจะควบคุมชั้นการทำงานของงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้
นี่คือเหตุผลที่ Manus ถูกจับตามอง เมื่อ AI ไม่ได้แค่บอกว่า “ควรทำอย่างไร” แต่เริ่มช่วย “ทำให้เสร็จ” แพลตฟอร์มที่ควบคุมขั้นตอนเหล่านี้อาจกลายเป็นประตูทางเข้าใหม่ของผู้ใช้และเวิร์กโฟลว์จำนวนมาก
TechCrunch รายงานว่า Manus ระบุเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2025 ว่ามีผู้ใช้หลายล้านคนแล้ว และสร้างรายได้ประจำต่อปีมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากบริการสมาชิกแบบรายเดือนและรายปี
หากตัวเลขที่บริษัทระบุถูกต้อง สิ่งที่ Meta จะได้ไม่ใช่แค่ทีมวิศวกรหรือเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงทิศทางผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์แล้วว่ามีความสนใจจากตลาด สำหรับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ การซื้อกิจการอาจเป็นทางลัดที่เร็วกว่าเริ่มสร้างความสามารถด้าน AI Agent ทุกอย่างจากศูนย์
ถ้ามองแค่ในฐานะสตาร์ทอัพ ตัวเลขกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐถือว่าสูงมาก แต่ในมุมของ Meta มูลค่าดีลไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ปัจจุบันของ Manus เพียงอย่างเดียว หากขึ้นอยู่กับว่าความสามารถของ Manus จะถูกนำไปใช้กับ Meta AI, Facebook, Instagram และ WhatsApp ได้มากแค่ไหน
พูดอีกแบบ Meta อาจกำลังเดิมพันกับสูตร “ความสามารถในการทำงานของ AI × ช่องทางกระจายผ่านแพลตฟอร์มขนาดใหญ่” ถ้า Agent ของ Manus ขยายการใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ และเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ใช้งานประจำวันของผู้ใช้ Meta ได้จริง มูลค่าเชิงกลยุทธ์ก็อาจสูงกว่าเครื่องมือ AI เดี่ยว ๆ มาก แต่ถ้าความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี การยอมรับของผู้ใช้ หรือการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลไม่เป็นไปตามคาด ราคากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ก็ย่อมถูกตั้งคำถามหนักขึ้น
ยังไม่ควรมองว่า “Meta ซื้อ Manus ได้เรียบร้อยแบบไร้ข้อกังขา”
รายงานช่วงปลายปี 2025 ระบุว่า Meta ประกาศหรือตกลงซื้อ Manus ด้วยมูลค่าประมาณ 2,000–3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ TechCrunch รายงานเมื่อ 27 เมษายน 2026 ว่าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีนได้สกัดการเข้าซื้อ Manus มูลค่าราว 2,000 ล้านดอลลาร์ของ Meta หลังตรวจสอบมาหลายเดือน
ดังนั้น คำอธิบายที่แม่นยำกว่าคือ Meta เคยเดินหน้าดีลซื้อ Manus โดยมีรายงานประเมินมูลค่าสูงกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ตามรายงานล่าสุดของ TechCrunch หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้เข้าขัดขวางดีลดังกล่าวแล้ว
กรณี Manus ไม่ได้สำคัญแค่เพราะ Meta ต้องการซื้อสตาร์ทอัพ AI แต่สะท้อนว่าเกมการแข่งขันของ AI กำลังขยับลงไปอีกชั้น จากการแข่งกันเรื่องโมเดล ไปสู่ระบบตัวแทนที่ทำงานให้ผู้ใช้ได้ในบริบทจริง
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นั่นหมายความว่าอินเทอร์เฟซอย่างโซเชียล แชต หรือผู้ช่วย AI อาจไม่ได้มีหน้าที่แค่ตอบคำถาม แต่จะรับงานที่เป็นขั้นตอนมากขึ้น ส่วนฝั่งธุรกิจ งานที่มีลำดับชัดเจน เช่น การคัดกรองผู้สมัคร วางแผนทริป วิเคราะห์ข้อมูล หรือจัดการเวิร์กโฟลว์ อาจเป็นพื้นที่ที่ AI Agent ถูกทดลองและพิสูจน์ได้ง่ายที่สุด ตัวอย่างงานที่ Manus นำมาโชว์ช่วงแรกก็อยู่ในแนวนี้
ขณะเดียวกัน Manus ยังเตือนตลาดว่า AI Agent อาจถูกมองเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น การซื้อกิจการข้ามพรมแดนจึงอาจเจอการตรวจสอบซับซ้อนกว่าดีลซอฟต์แวร์ทั่วไป Meta ต้องการประตูใหม่ของผลิตภัณฑ์ AI ส่วนการสกัดดีลโดยหน่วยงานจีนทำให้ Manus กลายเป็นหนึ่งในกรณีที่น่าจับตามองที่สุดของยุค AI Agent ระยะแรก