เพราะ Bohnanza เวอร์ชันดั้งเดิมถูกระบุว่าเป็นเกมสำหรับ 3–5 คน ดังนั้นถ้าคุณมีผู้เล่น 5 คนพอดี ทั้ง Amigo และ Rio Grande ไม่ควรถูกตัดออกเพียงเพราะจำนวนคน
จุดที่ควรคิดมากกว่าคือ คุณต้องการความยืดหยุ่นแค่ไหน ถ้าวงคุณอาจมีวันที่มาแค่ 2 คน หรือเพิ่มเป็น 6–7 คน Rio Grande น่าสนใจกว่า เพราะมีข้อมูลว่าฉบับนี้เพิ่มกติกาทางเลือกสำหรับ 2–7 คน แต่ถ้าวงเพื่อนของคุณค่อนข้างนิ่ง เล่น 3–5 คนตลอด Amigo ก็ยังตอบโจทย์ได้
Bohnanza เป็นเกมที่ผู้เล่นปลูกถั่ว เก็บเกี่ยวเพื่อทำเงิน และต่อรองแลกเปลี่ยนการ์ดกันเยอะ จุดเด่นอย่างหนึ่งคือผู้เล่นไม่สามารถสลับลำดับไพ่ในมือได้ ต้องเล่นตามลำดับที่จั่วมา
เพราะฉะนั้นภาษาจะสำคัญที่สุดตอนอ่านกติกา อธิบายเกม และทำความเข้าใจชื่อไพ่หรือรายละเอียดเวอร์ชัน ไม่ใช่เกมที่ต้องนั่งอ่านข้อความยาว ๆ ตลอดเวลา หากในวงมีคนเล่นเป็นและอธิบายได้ Amigo ภาษาเยอรมันอาจไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ แต่ถ้าเป็นวงมือใหม่ เปิดกล่องแล้วเล่นทันที Rio Grande ฉบับอังกฤษมักลดแรงเสียดทานได้มากกว่า
อย่าตัดสินจากคำว่า Amigo หรือ Rio Grande อย่างเดียว ให้ดูบนกล่องว่าเขียนรองรับ 3–5 คน, 2–7 คน หรือช่วงอื่น เพราะ Bohnanza มีหลายเวอร์ชัน และรายละเอียดระหว่างเวอร์ชันอาจต่างกันได้
Amigo Spiele คือผู้จัดจำหน่ายดั้งเดิมภาษาเยอรมัน ส่วน Rio Grande Games เป็นผู้จัดจำหน่ายฉบับอังกฤษ ถ้าซื้อมือสองหรือซื้อจากร้านที่มีสต็อกหลายปีพิมพ์ ควรขอรูปหลังกล่อง คู่มือ และตัวอย่างการ์ดก่อนจ่ายเงิน
มีการพูดคุยในกลุ่มผู้เล่นว่า Rio Grande กับ Amigo บางเวอร์ชันอาจมีจำนวนไพ่ต่างกัน เช่น 144 ใบ เทียบกับ 98 ใบ ข้อมูลลักษณะนี้ไม่ได้แปลว่าทุกกล่องจะต่างกันแบบเดียวกัน แต่เป็นเหตุผลที่ดีมากในการเช็กจำนวนไพ่ โดยเฉพาะเวลาซื้อมือสอง
สำหรับวงเพื่อน 5 คนในฮ่องกง ถ้าราคาใกล้กัน ให้เลือก Rio Grande Games ฉบับอังกฤษ; ถ้า Amigo ถูกกว่าชัดเจน เล่นกันแค่ 3–5 คน และมีคนสอนเกมได้ Amigo ก็ยังน่าซื้อ