การเทียบ DeepSeek V4 กับ GPT-5.5 ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าโมเดลไหนชนะทุกตาราง เพราะเบนช์มาร์กของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM มักไวต่อ prompt, reasoning level, สิทธิ์ใช้เครื่องมือ, test harness และวิธีนับคะแนนมากกว่าที่ตัวเลขบรรทัดเดียวจะบอกได้
คำถามที่มีประโยชน์กว่า คือข้อมูลชุดไหนน่าเชื่อพอสำหรับงานจริงของคุณ เช่น coding agent, การอ่านเอกสารยาว, workflow ที่ต้องเรียก tool, หรือระบบถาม-ตอบที่ต้องการความถูกต้องสูง บทความนี้จึงโฟกัส DeepSeek V4 Pro เป็นหลัก เพราะเป็นรุ่นที่มีข้อมูลเทียบกับ GPT-5.5 ในแหล่งอ้างอิงสาธารณะมากที่สุด
สรุปแบบใช้งานจริง
ถ้าคุณต้องการ API production ที่วางแผนต้นทุนและขอบเขตได้ชัดเจน ตอนนี้ GPT-5.5 อ่านง่ายกว่า OpenAI ระบุ model ID gpt-5.5, context window 1M tokens, max output 128K tokens, ราคา 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อ input MTok และ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อ output MTok รวมถึงเครื่องมือ Functions, Web search, File search และ Computer use [22]
ถ้าคุณต้องการ open weights หรืออยากควบคุมการ deploy ลึกกว่า API ปิด DeepSeek V4 Pro ควรถูกใส่ใน shortlist Artificial Analysis ระบุว่า DeepSeek V4 Pro เป็น open weights, รองรับ text input/text output และมี context window 1m tokens [35] แต่ต้องอ่านให้ตรงคำ: open weights ไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าข้อมูลฝึก โค้ดฝึก หรือ pipeline ทั้งหมดเปิดตามไปด้วย [
35]
ถ้าถามว่า โมเดลไหนเก่งกว่าทุก benchmark คำตอบที่รอบคอบคือยังไม่มีหลักฐานสาธารณะ อิสระ และรันภายใต้เงื่อนไขเดียวกันมากพอจะฟันธงได้ ตอนนี้ข้อมูลที่พอใช้เป็นสัญญาณมีทั้งคะแนน SWE-bench จากแหล่งบุคคลที่สาม [2], ตัวเลขและคุณสมบัติจาก Artificial Analysis [
33][
41], รวมถึงเอกสาร API และ safety ของ OpenAI [
22][
24]
ข้อมูลที่ยืนยันได้มากที่สุดในตอนนี้
DeepSeek มีหน้า DeepSeek-V4 Preview Release ในเอกสาร API ลงวันที่ 2026/04/24 [13] ส่วน OpenAI เปิดตัว GPT-5.5 วันที่ 23 เมษายน 2026 และอัปเดตว่า GPT-5.5 กับ GPT-5.5 Pro พร้อมใช้งานใน API ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2026 [
27] ทั้งสองรุ่นจึงออกมาในช่วงเวลาใกล้กันมาก แต่ระดับรายละเอียดของเอกสารสาธารณะไม่เท่ากัน
| เกณฑ์ | GPT-5.5 | DeepSeek V4 Pro | วิธีอ่านเมื่อต้องเลือกใช้ |
|---|---|---|---|
| สถานะสาธารณะ | OpenAI เปิดตัววันที่ 23 เมษายน 2026 และมีใน API วันที่ 24 เมษายน 2026 [ | DeepSeek มีหน้า V4 Preview Release ลงวันที่ 2026/04/24 [ | ทั้งคู่มีหมุดหมายสาธารณะใกล้กัน |
| ข้อมูล API | gpt-5.5, context 1M, max output 128K, ราคา 5/30 ดอลลาร์ต่อ MTok และ tool support อย่างเป็นทางการ [ | Artificial Analysis ระบุ text input/output และ context 1m tokens [ | GPT-5.5 วางแผนต้นทุน output และ tool-use ได้ชัดกว่า |
| ระดับความเปิด | Artificial Analysis ระบุ GPT-5.5 high เป็น proprietary [ | Artificial Analysis ระบุ DeepSeek V4 Pro เป็น open weights [ | DeepSeek เหมาะกว่าเมื่อ open weights เป็นเงื่อนไขบังคับ |
| Context window | OpenAI API docs ระบุ 1M tokens [ | Artificial Analysis ระบุ 1m tokens [ | ทั้งคู่รองรับบริบทยาวมากตามแหล่งที่อ้างอิง |
| Image input | Artificial Analysis ระบุ GPT-5.5 high รองรับ image input [ | หน้าเดียวกันระบุ DeepSeek V4 Pro high ไม่รองรับ image input [ | ถ้างานต้องรับภาพ ข้อมูลปัจจุบันเอียงไปทาง GPT-5.5 |
| Tool support | Functions, Web search, File search, Computer use [ | ยังไม่มีตาราง tool support เทียบระดับเดียวกันในแหล่งที่อ้างอิง | GPT-5.5 ได้เปรียบสำหรับ workflow ที่ต้องใช้เครื่องมืออย่างเป็นทางการ |
จุดที่ควรระวังคืออย่าเอาตัวเลขคนละสนามมาชนกันแบบตรง ๆ เอกสาร OpenAI ระบุ context window ของ GPT-5.5 ที่ 1M tokens [22] แต่หน้ comparação ของ Artificial Analysis สำหรับ GPT-5.5 high แสดง 922k tokens ส่วน DeepSeek V4 Pro high อยู่ที่ 1000k tokens [
41] ดังนั้นก่อนสรุปว่าใครยาวกว่า ต้องดูให้ชัดว่าเป็น model variant ไหน reasoning level ใด และแต่ละแหล่งนิยาม context อย่างไร
Benchmark ไหนควรเชื่อแค่ไหน
SWE-bench Verified: สัญญาณดีสำหรับงาน coding แต่ยังไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย
บทความรวบรวมของ o-mega ระบุว่า GPT-5.5 ได้ 88.7% บน SWE-bench Verified ขณะที่ DeepSeek V4-Pro ได้ 80.6% ต่างกัน 8.1 จุด [2] ถ้า workload หลักคือ software engineering หรือ coding agent ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณที่ควรให้ความสนใจ
อย่างไรก็ตาม SWE-bench เพียงชุดเดียวแทน benchmark ภายในไม่ได้ ผลลัพธ์ของ coding agent อาจเปลี่ยนได้จาก prompt, reasoning level, สิทธิ์ใช้ tool, จำนวน retry, วิธีรัน test, รูปแบบ patch และ harness ที่ใช้ให้คะแนน ดังนั้น 88.7% เทียบกับ 80.6% ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้เริ่มทดสอบ GPT-5.5 ก่อนในงาน coding ไม่ใช่หลักฐานว่า GPT-5.5 ชนะทุกงาน [2]
OpenAI system card: ครอบคลุม แต่ไม่ใช่ head-to-head กับ DeepSeek
OpenAI Deployment Safety Hub ระบุว่า GPT-5.5 ถูกวัด controllability ด้วย CoT-Control ซึ่งเป็นชุดประเมินมากกว่า 13,000 งาน สร้างจาก benchmark เช่น GPQA, MMLU-Pro, HLE, BFCL และ SWE-Bench Verified [24] ข้อมูลนี้มีประโยชน์ในการดูว่า OpenAI ทดสอบ GPT-5.5 ในกรอบใดบ้าง
แต่แหล่งนี้ไม่ใช่ตารางเทียบ GPT-5.5 กับ DeepSeek V4 โดยตรง จึงไม่ควรใช้เพียง system card เพื่อสรุปว่า GPT-5.5 ชนะหรือแพ้ DeepSeek V4 บน GPQA, MMLU-Pro หรือ SWE-Bench Verified [24]
AA-Omniscience: DeepSeek V4 ดีขึ้นด้าน knowledge แต่ hallucination เป็นธงแดง
Artificial Analysis ระบุว่า DeepSeek V4 Pro Max ได้คะแนน -10 บน AA-Omniscience ดีขึ้น 11 จุดจาก V3.2 Reasoning ที่ -21 ขณะที่ DeepSeek V4 Flash Max ได้ -23 [33] แต่แหล่งเดียวกันยังระบุ hallucination rate ของ DeepSeek V4 Pro และ V4 Flash ที่ 94% และ 96% ตามลำดับ หมายความว่าเมื่อโมเดลไม่รู้คำตอบ มันแทบจะยังตอบออกมาอยู่ดี [
33]
นี่เป็นจุดสำคัญมากถ้าคุณสร้างระบบที่ต้องการความน่าเชื่อถือ เช่น ถาม-ตอบจากฐานความรู้ภายใน วิเคราะห์เอกสารกฎหมาย การเงิน สุขภาพ compliance หรือระบบที่ต้องมี citation DeepSeek V4 Pro อาจน่าสนใจเพราะ open weights และ context ยาว แต่ factual workflow ควรมี retrieval, การตรวจ citation, การตรวจแหล่งข้อมูล และ human review เมื่อจำเป็น [33][
35]
ควรเลือก GPT-5.5 หรือ DeepSeek V4 Pro
เลือก GPT-5.5 ถ้าต้องการ API ที่พร้อมวางระบบ
GPT-5.5 เหมาะกว่าเมื่อโจทย์หลักคือการ integrate เร็ว มีตัวเลข deployment ชัดเจน และมี tool-use ที่ประกาศเป็นทางการ เอกสาร OpenAI ระบุ model ID, ราคา, context, max output, knowledge cutoff วันที่ 1 ธันวาคม 2025 และเครื่องมือ Functions, Web search, File search, Computer use [22]
สำหรับทีมที่สร้าง coding agent GPT-5.5 ก็เป็นตัวเริ่มต้นที่แข็งแรงกว่าในข้อมูลสาธารณะที่มีอยู่ เพราะมีสัญญาณ SWE-bench Verified สูงกว่าในแหล่งบุคคลที่สาม [2] แต่ถ้าจะใช้กับ repo จริงของทีม ยังควรรัน benchmark เอง ไม่ใช่ดูคะแนนสาธารณะแล้วตัดสินใจทันที
เลือก DeepSeek V4 Pro ถ้า open weights เป็นข้อกำหนดหลัก
DeepSeek V4 Pro ควรถูกพิจารณาก่อนหากคุณต้องการ open weights, ต้องการประเมินใน infrastructure ของตัวเอง หรือไม่อยากพึ่ง API ปิดทั้งหมด Artificial Analysis ระบุว่า DeepSeek V4 Pro เป็น open weights, released April 2026, รองรับ text input/output และมี context 1m tokens [35]
สิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักคือความน่าเชื่อถือของคำตอบเชิงข้อเท็จจริง เมื่อ Artificial Analysis รายงาน hallucination rate ของ DeepSeek V4 Pro ที่ 94% ใน AA-Omniscience งานที่ต้องตอบโดยมีหลักฐานจึงควรออกแบบชั้นตรวจสอบเพิ่ม ไม่ควรปล่อยให้โมเดลตอบตรงถึงผู้ใช้โดยไม่มี guardrail [33]
ถ้าต้องการ image input หรือ tool-use อย่างเป็นทางการ GPT-5.5 ได้เปรียบจากหลักฐานปัจจุบัน
หน้าเปรียบเทียบ DeepSeek V4 Pro high กับ GPT-5.5 high ของ Artificial Analysis ระบุว่า GPT-5.5 high รองรับ image input แต่ DeepSeek V4 Pro high ไม่รองรับ [41] เมื่อนำมารวมกับเอกสาร OpenAI ที่ประกาศ Functions, Web search, File search และ Computer use สำหรับ GPT-5.5 ข้อมูลปัจจุบันจึงเอียงไปทาง GPT-5.5 สำหรับงาน multimodal หรือ agentic workflow ที่ต้องใช้ tool [
22][
41]
วิธี benchmark ให้จริงจังก่อนตัดสินใจ
ก่อน route traffic, ซื้อ API หรือกำหนดโมเดล default ควรทดสอบภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ไม่ใช่หยิบคะแนนจากหลายแหล่งมาบวกกันเอง
- ล็อก model variant และ reasoning level ให้ตรงกัน OpenAI docs ระบุ reasoning level ของ GPT-5.5 เช่น none, low, medium, high และ xhigh [
22] ส่วน Artificial Analysis ก็แยกหน้าเปรียบเทียบตาม low, medium และ high [
3][
37][
41]
- ใช้ prompt, dataset และ harness เดียวกัน อย่าเทียบโมเดลหนึ่งที่ prompt ถูกจูนมาอย่างดี กับอีกโมเดลที่ใช้ prompt ดิบ
- กำหนด tool policy ให้เหมือนกัน สำหรับ coding agent คะแนนอาจเปลี่ยนมากเพียงเพราะจำนวน retry สิทธิ์รัน test หรือสิทธิ์แก้หลายไฟล์ไม่เท่ากัน
- วัดทั้ง accuracy และปัญหาการใช้งานจริง นอกจากถูกหรือผิด ให้ดู format error, output stability, token cost, latency และอัตราที่ต้องส่งให้มนุษย์ตรวจ
- มีชุดทดสอบ hallucination แยกต่างหาก ข้อนี้สำคัญมากสำหรับ DeepSeek V4 Pro/Flash เพราะตัวเลข hallucination ใน AA-Omniscience สูงมาก [
33]
- ใช้ข้อมูลจริงของผลิตภัณฑ์ ถ้าระบบของคุณให้บริการผู้ใช้ภาษาไทย ควรใส่เอกสาร คำถาม และ codebase ภาษาไทยไว้ใน eval ภายในด้วย
คำตัดสินสุดท้าย
ถ้าเป้าหมายคือ API production, coding agent ที่ต้องใช้ tool หรือ workflow ที่ต้องการ max output และราคาประกาศชัดเจน GPT-5.5 เป็นตัวเริ่มต้นที่ปลอดภัยกว่า [22] ถ้า open weights เป็นข้อกำหนดแข็ง และคุณพร้อมสร้างชั้นตรวจสอบเอง DeepSeek V4 Pro เป็นตัวเลือกที่ควรทดลอง โดยเฉพาะเมื่องานต้องคุม deployment มากกว่าใช้ API สำเร็จรูป [
33][
35]
แต่ถ้าถามว่า DeepSeek V4 หรือ GPT-5.5 ชนะ benchmark โดยรวม คำตอบที่แม่นที่สุดตอนนี้คือยังไม่มีข้อมูลสาธารณะภายใต้เงื่อนไขเดียวกันมากพอจะสรุปแบบครอบจักรวาลได้ สัญญาณที่มีอยู่เอียงไปทาง GPT-5.5 ใน SWE-bench Verified ตามแหล่งบุคคลที่สาม [2], เอียงไปทาง GPT-5.5 ในความชัดเจนของ API และ tool support [
22], ส่วน DeepSeek V4 Pro เด่นที่ open weights และ context ยาว [
35]




