การดีดตัวของ Bitcoin สู่กรอบ $64,000 ในเดือนมิถุนายน 2026 ถูกมองว่าเป็น Relief Rally ที่เปราะบาง ซึ่งขับเคลื่อนโดยการชอร์ตคัฟเวอร์และการหมดแรงขายมากกว่าการเกิดดีมานด์ใหม่ ETF Bitcoin Spot มียอดไหลออกสะสม 30 วันสูงถึง 6.35 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ขณะที่ปริมาณการซื้อขายรายวันร่วงลง 78% เหลือเพียง...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Searching with cited sources for Why is Bitcoin's recovery near $64,000 in June 2026 considered a fragile relief rally rather than a genuine. Article summary: Bitcoin's bounce to the $64,000 zone in June 2026 is widely characterized as a fragile relief rally, not a genuine bullish reversal, because it has been driven primarily by short-covering and seller exhaustion rather tha. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
การดีดตัวอย่างรุนแรงของ Bitcoin จากจุดต่ำสุดที่ 59,000 ดอลลาร์ กลับขึ้นไปสู่โซน 64,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 นั้น ดูเหมือนจะเป็นลมหายใจแห่งความโล่งใจสำหรับเหล่านักลงทุนที่มองขาขึ้น (Bulls) ในตอนแรก อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกข้อมูลในเชิงลึกจะพบว่าตลาดนี้ขับเคลื่อนโดยการชอร์ตคัฟเวอร์ (Short-Covering) และการหมดแรงของฝั่งขาย (Seller Exhaustion) เป็นหลัก ไม่ใช่ดีมานด์จากการซื้อจริง ปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายอย่างยังคงเป็นขาลงอย่างรุนแรง ซึ่งบ่งชี้ว่าการดีดตัวครั้งนี้เป็นเพียง 'Relief Rally' ที่เปราะบางภายในแนวโน้มขาลงเดิม และอาจเป็น 'กับดักกระทิง' (Bull Trap) ที่รอเวลาหลอกนักลงทุนอีกครั้ง
สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดคือการไหลออกของเงินทุนจากกองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 3 มิถุนายน กองทุนดังกล่าวมีการไหลออกสุทธิติดต่อกันถึง 13 วันทำการ โดยมีเงินประมาณ 4.4 พันล้านดอลลาร์ไหลออกจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนึ่งสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน มีเงินไหลออกถึง 3.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์
และยอดไหลออกสะสม 30 วันพุ่งสูงถึง 6.35 พันล้านดอลลาร์ภายในวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ETF ในเดือนมกราคม 2024
ที่น่าสนใจคือ BlackRock IBIT เพียงกองทุนเดียวก็สูญเสียเงินไปถึง 1.34 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งเป็นการไถ่ถอนรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 การเทขายอย่างต่อเนื่องจากสถาบันการเงินนี้ขัดแย้งกับเรื่องเล่าที่ว่าตลาดกำลังกลับเข้าสู่การสะสมในเชิงบวก
การดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 64,000 ดอลลาร์เกิดขึ้นบนปริมาณการซื้อขายที่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด ปริมาณการซื้อขายรายวันเฉลี่ย 30 วันของกองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ ร่วงลงถึง 78% เหลือเพียง 960 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่อยู่ที่ 4.4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 โดยรวมแล้ว กิจกรรมการซื้อขายในตลาดคริปโทฯ ทั้งหมดลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี โดย Bitcoin และ Ethereum ต่างก็ประสบปัญหาสภาพคล่องที่บางลงและการมีส่วนร่วมที่น้อยลง
ตัวอย่างเช่น บน Upbit ซึ่งเป็นกระดานเทรดหลักของเกาหลีใต้ ปริมาณการซื้อขายรายเดือนลดลง 41.5% จากเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2026
การดีดตัวที่มาพร้อมกับวอลุ่มที่ต่ำเช่นนี้มักขาดความมั่นใจและเสี่ยงต่อการกลับตัวลงอย่างรวดเร็ว
ในทางเทคนิค Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) ที่สำคัญทั้งหมด ได้แก่ EMA20 ที่ประมาณ 66,500 ดอลลาร์, EMA50 ที่ประมาณ 70,300 ดอลลาร์ และ EMA200 ที่ประมาณ 79,100 ดอลลาร์ การจัดเรียงตัวแบบ 'ขาลง' (Bearish Alignment) นี้หมายความว่าทุกครั้งที่ราคาพยายามปรับตัวขึ้นจะต้องเจอกับแนวต้านที่ถ่วงไว้
โซน 64,000-65,000 ดอลลาร์นั้นเป็นแนวต้านโดยตรง จนกระทั่งวันที่ 18 มิถุนายน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าทุกการดีดตัว 'ล้มเหลวใกล้ระดับ 64,000 ดอลลาร์' การกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องปิดแท่งเทียนรายวันเหนือ 64,628-65,163 ดอลลาร์ และยึด EMA20 ที่ 66,500 ดอลลาร์ให้ได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้นบนวอลุ่มที่ชัดเจน
มี Liquidation Cluster ที่จุดต่ำสุดที่ 60,675 ดอลลาร์ ซึ่งมูลค่ารวมของสถานะ Long ที่จะถูกบังคับปิดอาจสูงถึง 905 ล้านดอลลาร์ หาก BTC ร่วงลงต่ำกว่าระดับนี้ ซึ่งถือเป็น 'กับดัก' ขนาดใหญ่สำหรับการ Rally ที่ล้มเหลว นอกจากนี้ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ที่ประมาณ 61,500 ดอลลาร์ถือเป็นแนวรับที่ 'ไม่สามารถต่อรองได้' การหลุดแนวนี้ในอดีตมักเปิดทางให้ราคาลงไปถึง 50,000-55,000 ดอลลาร์
ตัวชี้วัด On-chain แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันในการขายในตลาด Spot เริ่มลดลง ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะ 'Seller Exhaustion' (การหมดแรงของฝั่งผู้ขาย) มากกว่าการเกิดดีมานด์ซื้อใหม่อย่างจริงจัง สิ่งนี้อธิบายได้ว่าเหตุใด Bitcoin จึงสามารถไต่ระดับขึ้นไปได้โดยไม่มีวอลุ่ม นั่นเป็นเพราะการผลักดันราคาให้สูงขึ้นทำได้ง่ายกว่าเมื่อมีผู้ขายน้อยลง แต่การไม่มีดีมานด์ที่แท้จริงหมายถึงการเคลื่อนไหวดังกล่าวขาดแรงส่ง ขณะที่ดัชนี Fear & Greed ยังคงอยู่ในอาณาเขต 'Fear สุดขั้ว' (ที่ระดับต่ำถึง 22) สะท้อนถึงมุมมองขาลงที่รุนแรงแม้ในช่วงดีดตัว
การ Rally จากระดับ 59,000 ดอลลาร์ สู่ 64,000 ดอลลาร์ส่วนใหญ่ถูกจุดชนวนโดยการชอร์ตลิควิเดชั่น (Short Liquidations) เมื่อราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มันบีบให้สถานะ Short มูลค่า 320 ล้านดอลลาร์ต้องเคลียร์สถานะภายในช่วงเวลาเพียง 15 นาที ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นแบบกลไกโดยไม่ได้เกิดจากการสะสมอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อรวมกับการไหลออกของสถาบันสถิติ ปริมาณซื้อขายที่ทรุดตัวลง การจัดเรียงตัวของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบขาลง และการหมดแรงขายที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสัญญาณกลับตัว หลักฐานทั้งหมดชี้ให้เห็นว่านี่คือ Relief Rally ในแนวโน้มขาลง ไม่ใช่การกลับตัวขาขึ้นที่ยั่งยืน
สำหรับการกลับตัวอย่างแท้จริง Bitcoin จะต้องเห็นการไหลเข้าของ ETF อย่างต่อเนื่อง ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีความหมาย และปิดแท่งรายวันเหนือ EMA20 ที่ 66,500 ดอลลาร์ได้ จนกว่าจะถึงตอนนั้น โซน 64,000 ดอลลาร์ดูเหมือนจะเป็น 'กับดักกระทิง' (Bull Trap) คลาสสิก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การดีดตัวของ Bitcoin สู่กรอบ $64,000 ในเดือนมิถุนายน 2026 ถูกมองว่าเป็น Relief Rally ที่เปราะบาง ซึ่งขับเคลื่อนโดยการชอร์ตคัฟเวอร์และการหมดแรงขายมากกว่าการเกิดดีมานด์ใหม่
การดีดตัวของ Bitcoin สู่กรอบ $64,000 ในเดือนมิถุนายน 2026 ถูกมองว่าเป็น Relief Rally ที่เปราะบาง ซึ่งขับเคลื่อนโดยการชอร์ตคัฟเวอร์และการหมดแรงขายมากกว่าการเกิดดีมานด์ใหม่ ETF Bitcoin Spot มียอดไหลออกสะสม 30 วันสูงถึง 6.35 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ขณะที่ปริมาณการซื้อขายรายวันร่วงลง 78% เหลือเพียง 960 ล้านดอลลาร์
Bitcoin ซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA ที่สำคัญทุกเส้น สะท้อนแนวโน้มขาลงทางเทคนิค และทุกการดีดตัวยังคงล้มเหลวใกล้แนวต้าน $64,000
Loading comments...
Comments
0 comments