จูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือเยอรมนีปรับเกมบุกอย่างหนักในช่วงพักครึ่งและก่อนนาทีที่ 60 โดยส่งตัวสำรองลงมาถึงสามคน หนึ่งในนั้นคือ เดนิซ อุนดาฟ ซึ่งซัดวอลเลย์ตีเสมอให้เยอรมนีได้สำเร็จในนาทีที่ 68 โดยได้บอลยาวจากนาดิม อามิริ ตัวสำรองอีกคน ก่อนที่ไค ฮาแวร์ตซ์ จะปล่อยบอลให้ผ่านไปถึงกองหน้าสตุ๊ตการ์ท
เมื่อเกมกำลังจะจบลงด้วยผลเสมอ และยาห์ยา โฟฟานา ผู้รักษาประตูไอวอรีโคสต์เซฟลูกสำคัญหลายครั้งในช่วง 20 นาทีสุดท้าย อุนดาฟก็มาซัดประตูชัยในนาทีทดเวลาบาดเจ็บ โดยได้บอลจากเฟลิกซ์ อึมเมชา ก่อนจะยิงเข้าไปอย่างเยือกเย็น ทำให้แฟนบอลเยอรมันกว่า 43,000 คนในสนามส่งเสียงกึกก้อง
เยอรมนีไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกนับตั้งแต่คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ในปี 2014 ที่บราซิล โดยพวกเขาตกรอบแรกสองครั้งติดต่อกันในปี 2018 (จบอันดับสุดท้ายในกลุ่ม F หลังแพ้เกาหลีใต้) และปี 2022 (จบอันดับสามในกลุ่ม E ด้วยผลต่างประตูได้เสีย หลังชนะคอสตาริกา) ชัยชนะนัดนี้ทำให้การันตีการเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
ด้วย 6 แต้มจากสองนัด (รวมถึงถล่มคูราเซา 7-1 ในนัดแรก) เยอรมนีรั้งจ่าฝูงกลุ่ม E ด้วยผลต่างประตูได้เสีย +7 พวกเขากลายเป็นทีมแรกจากกลุ่ม E ที่การันตีการเข้ารอบน็อคเอาท์
นาเกลส์มันน์ตกอยู่ภายใต้ความกดดันมหาศาลหลังจากความล้มเหลวของทีมในฟุตบอลโลกรอบที่ผ่านมา การเปลี่ยนตัวแท็คติกของเขาระหว่างเกม โดยเฉพาะการส่งอุนดาฟ, อามิริ และอึมเมชาลงไป กลายเป็นความอัจฉริยะที่พลิกเกมได้สำเร็จ
อุนดาฟลงมาจากม้านั่งสำรองเป็นนัดที่สองติดต่อกันและทำผลงานชี้ขาด หลังจากทำประตูได้ในนัดแรกที่พบกับคูราเซา เขากลายเป็นอาวุธรุกที่สำคัญที่สุดของเยอรมนีในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยทำไป 9 ประตูจาก 8 นัดหลังสุดทั้งในสโมสรและทีมชาติ
ไอวอรีโคสต์มี 3 แต้มเท่ากับเยอรมนีก่อนลงสนามนัดที่สอง หลังจากชนะเอกวาดอร์ 1-0 ชัยชนะในนัดนี้จะทำให้พวกเขาใกล้การเข้ารอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่เมื่อพ่ายแพ้ก็ทำให้พวกเขาร่วงไปอยู่อันดับสองของกลุ่ม โดยยังมี 3 แต้มเท่าเดิม
หลังจบเกม ไอวอรีโคสต์มี 3 แต้ม ผลต่างประตูได้เสีย 0 อยู่อันดับสอง ตามหลังเยอรมนี และนำหน้าเอกวาดอร์ (1 แต้ม) และคูราเซา (1 แต้ม) ในฟุตบอลโลก 2026 ที่ขยายเป็น 48 ทีมและ 12 กลุ่ม โดยสองอันดับแรกของแต่ละกลุ่มและแปดอันดับสามที่ดีที่สุดจะได้เข้ารอบ ทำให้ไอวอรีโคสต์ยังมีโอกาสเข้ารอบได้ทั้งจากการจบในสองอันดับแรกของกลุ่ม E หรือการเป็นทีมอันดับสามที่ดีที่สุด
รายงานต่างๆ กล่าวถึงความพ่ายแพ้ครั้งนี้ว่าเป็นระทึกสำหรับไอวอรีโคสต์ เพราะพวกเขานำอยู่เกือบทั้งเกมและเหลืออีกไม่กี่นาทีจะได้ผลการแข่งขันอันยิ่งใหญ่กับแชมป์โลก 4 สมัย
| อันดับ | ทีม | คะแนน | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เยอรมนี | 6 | 2 | 2 | 0 | 0 | 9 | 2 | +7 |
| 2 | ไอวอรีโคสต์ | 3 | 2 | 1 | 0 | 1 | 2 | 2 | 0 |
| 3 | เอกวาดอร์ | 1 | 2 | 0 | 1 | 1 | 1 | 2 | -1 |
| 4 | คูราเซา | 1 | 2 | 0 | 1 | 1 | 2 | 8 | -6 |
ที่มาตาราง: รายงานจากหลายสำนักข่าวหลังจบเกมนัดที่ 2 ของกลุ่ม E หมายเหตุ: เอกวาดอร์และคูราเซา เสมอ 0-0 ในนัดที่ 2
ชัยชนะของเยอรมนีทำให้พวกเขาตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จโดยยังมีเกมเหลืออีกหนึ่งนัด ทำให้เกมพบเอกวาดอร์ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มไม่มีความกดดันอีกต่อไป ส่วนไอวอรีโคสต์ต้องลุ้นในนัดสุดท้าย โดยต้องการชนะหรือผลการแข่งขันอื่นๆ ให้ออกมาดี เพื่อผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นการยุติความผิดหวังในฟุตบอลโลกรอบหลายปีของทีมแชมป์โลก 4 สมัย ซึ่งไม่สามารถชนะในรอบน็อคเอาท์ได้เลยนับตั้งแต่คว้าแชมป์ในปี 2014
จูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือเยอรมนีปรับเกมบุกอย่างหนักในช่วงพักครึ่งและก่อนนาทีที่ 60 โดยส่งตัวสำรองลงมาถึงสามคน หนึ่งในนั้นคือ เดนิซ อุนดาฟ ซึ่งซัดวอลเลย์ตีเสมอให้เยอรมนีได้สำเร็จในนาทีที่ 68 โดยได้บอลยาวจากนาดิม อามิริ ตัวสำรองอีกคน ก่อนที่ไค ฮาแวร์ตซ์ จะปล่อยบอลให้ผ่านไปถึงกองหน้าสตุ๊ตการ์ท
เมื่อเกมกำลังจะจบลงด้วยผลเสมอ และยาห์ยา โฟฟานา ผู้รักษาประตูไอวอรีโคสต์เซฟลูกสำคัญหลายครั้งในช่วง 20 นาทีสุดท้าย อุนดาฟก็มาซัดประตูชัยในนาทีทดเวลาบาดเจ็บ โดยได้บอลจากเฟลิกซ์ อึมเมชา ก่อนจะยิงเข้าไปอย่างเยือกเย็น ทำให้แฟนบอลเยอรมันกว่า 43,000 คนในสนามส่งเสียงกึกก้อง
เยอรมนีไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกนับตั้งแต่คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ในปี 2014 ที่บราซิล โดยพวกเขาตกรอบแรกสองครั้งติดต่อกันในปี 2018 (จบอันดับสุดท้ายในกลุ่ม F หลังแพ้เกาหลีใต้) และปี 2022 (จบอันดับสามในกลุ่ม E ด้วยผลต่างประตูได้เสีย หลังชนะคอสตาริกา) ชัยชนะนัดนี้ทำให้การันตีการเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
ด้วย 6 แต้มจากสองนัด (รวมถึงถล่มคูราเซา 7-1 ในนัดแรก) เยอรมนีรั้งจ่าฝูงกลุ่ม E ด้วยผลต่างประตูได้เสีย +7 พวกเขากลายเป็นทีมแรกจากกลุ่ม E ที่การันตีการเข้ารอบน็อคเอาท์
นาเกลส์มันน์ตกอยู่ภายใต้ความกดดันมหาศาลหลังจากความล้มเหลวของทีมในฟุตบอลโลกรอบที่ผ่านมา การเปลี่ยนตัวแท็คติกของเขาระหว่างเกม โดยเฉพาะการส่งอุนดาฟ, อามิริ และอึมเมชาลงไป กลายเป็นความอัจฉริยะที่พลิกเกมได้สำเร็จ
อุนดาฟลงมาจากม้านั่งสำรองเป็นนัดที่สองติดต่อกันและทำผลงานชี้ขาด หลังจากทำประตูได้ในนัดแรกที่พบกับคูราเซา เขากลายเป็นอาวุธรุกที่สำคัญที่สุดของเยอรมนีในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยทำไป 9 ประตูจาก 8 นัดหลังสุดทั้งในสโมสรและทีมชาติ
ไอวอรีโคสต์มี 3 แต้มเท่ากับเยอรมนีก่อนลงสนามนัดที่สอง หลังจากชนะเอกวาดอร์ 1-0 ชัยชนะในนัดนี้จะทำให้พวกเขาใกล้การเข้ารอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่เมื่อพ่ายแพ้ก็ทำให้พวกเขาร่วงไปอยู่อันดับสองของกลุ่ม โดยยังมี 3 แต้มเท่าเดิม
หลังจบเกม ไอวอรีโคสต์มี 3 แต้ม ผลต่างประตูได้เสีย 0 อยู่อันดับสอง ตามหลังเยอรมนี และนำหน้าเอกวาดอร์ (1 แต้ม) และคูราเซา (1 แต้ม) ในฟุตบอลโลก 2026 ที่ขยายเป็น 48 ทีมและ 12 กลุ่ม โดยสองอันดับแรกของแต่ละกลุ่มและแปดอันดับสามที่ดีที่สุดจะได้เข้ารอบ ทำให้ไอวอรีโคสต์ยังมีโอกาสเข้ารอบได้ทั้งจากการจบในสองอันดับแรกของกลุ่ม E หรือการเป็นทีมอันดับสามที่ดีที่สุด
รายงานต่างๆ กล่าวถึงความพ่ายแพ้ครั้งนี้ว่าเป็นระทึกสำหรับไอวอรีโคสต์ เพราะพวกเขานำอยู่เกือบทั้งเกมและเหลืออีกไม่กี่นาทีจะได้ผลการแข่งขันอันยิ่งใหญ่กับแชมป์โลก 4 สมัย
| อันดับ | ทีม | คะแนน | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เยอรมนี | 6 | 2 | 2 | 0 | 0 | 9 | 2 | +7 |
| 2 | ไอวอรีโคสต์ | 3 | 2 | 1 | 0 | 1 | 2 | 2 | 0 |
| 3 | เอกวาดอร์ | 1 | 2 | 0 | 1 | 1 | 1 | 2 | -1 |
| 4 | คูราเซา | 1 | 2 | 0 | 1 | 1 | 2 | 8 | -6 |
ที่มาตาราง: รายงานจากหลายสำนักข่าวหลังจบเกมนัดที่ 2 ของกลุ่ม E หมายเหตุ: เอกวาดอร์และคูราเซา เสมอ 0-0 ในนัดที่ 2
ชัยชนะของเยอรมนีทำให้พวกเขาตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จโดยยังมีเกมเหลืออีกหนึ่งนัด ทำให้เกมพบเอกวาดอร์ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มไม่มีความกดดันอีกต่อไป ส่วนไอวอรีโคสต์ต้องลุ้นในนัดสุดท้าย โดยต้องการชนะหรือผลการแข่งขันอื่นๆ ให้ออกมาดี เพื่อผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นการยุติความผิดหวังในฟุตบอลโลกรอบหลายปีของทีมแชมป์โลก 4 สมัย ซึ่งไม่สามารถชนะในรอบน็อคเอาท์ได้เลยนับตั้งแต่คว้าแชมป์ในปี 2014