ภารกิจของปารากวัยยากขึ้นกว่าเดิมมากในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เมื่อ มิเกล อัลมิรอน กลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ถูกไล่ออกตามกฎใหม่ของฟีฟ่าที่ห้ามผู้เล่นปิดปากในขณะที่มีการปะทะคารม
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากเกิดฟาวล์บริเวณกลางสนาม อัลมิรอนปะทะคารมกับ แมร์ท มุลดูร์ แบ็กขวาของตุรกี และอัลมิรอนได้เอามือปิดปากขณะพูดคุย หลังจากผู้ตัดสิน อีวาน บาร์ตัน จากเอลซัลวาดอร์ ตรวจสอบ VAR เขาก็ชูใบแดงโดยตรงทันทีในนาทีที่ 3 ของเวลาทดเจ็บครึ่งแรก
กฎนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) โดยระบุว่าผู้เล่นที่ปิดปากขณะทะเลาะวิวาทจะถูกลงโทษ
แม้จะต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนตลอดครึ่งหลัง ปารากวัยก็แสดงให้เห็นถึงเกมรับที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ ตุรกีบุกหนักและยิงประตูถึง 33 ครั้ง นับเป็นจำนวนครั้งที่มากที่สุดของทีมที่แพ้ในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่ก็ไม่สามารถตีเสมอได้ กองหลังและผู้รักษาประตูของปารากวยต่างช่วยกันป้องกันลูกโหม่งอย่างหนักหน่วง จนคว้าชัยชนะ 1-0 ได้สำเร็จ
ผลงานนี้ยิ่งน่าประทับใจเพราะปารากวัยเพิ่งพ่ายแพ้ยับเยินให้กับสหรัฐอเมริกา 4-1 ในนัดแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน
ชัยชนะครั้งนี้พลิกโฉมตารางกลุ่ม D หลังจบนัดที่ 2 สถานการณ์เป็นดังนี้:
| อันดับ | ทีม | แต้ม | แข่ง | ผลต่างประตู |
|---|---|---|---|---|
| 1 | สหรัฐอเมริกา (y) | 6 | 2 | +5 |
| 2 | ออสเตรเลีย | 3 | 2 | 0 |
| 3 | ปารากวัย | 3 | 2 | -2 |
| 4 | ตุรกี (e) | 0 | 2 | -3 |
ตุรกี ตกรอบ: ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองติดต่อกันของตุรกี ทำให้สิ้นหวังในการเข้ารอบน็อคเอาท์ในการกลับมาเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 แม้จะมีเกมรุกที่ดุดัน แต่พวกเขาก็ต้องจบเส้นทางโดยไม่มีคะแนนแม้แต่แต้มเดียว
สหรัฐฯ การันตีแชมป์กลุ่ม: ด้วย 6 คะแนนจากสองนัด สหรัฐอเมริกาครองอันดับ 1 ของกลุ่ม D และผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม
ความสนใจทั้งหมดจะพุ่งไปที่เกมนัดสุดท้ายของกลุ่ม D ในวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งปารากวัยจะพบกับออสเตรเลีย เพื่อชิงอันดับที่สองของกลุ่ม
Comments
0 comments