แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะ Microsoft ยืนยันว่าไฟล์ต่างๆ ยังคงปลอดภัยดี ตัว Recycle Bin เองก็ยังแสดงชื่อไฟล์ต้นฉบับได้ถูกต้อง และการกู้คืนไฟล์ก็จะคืนชื่อเดิมให้เหมือนเดิม ปัญหานี้เกิดขึ้นกับ Windows ทุกเวอร์ชันที่รองรับ แต่เป็นแค่เรื่องของหน้าตาที่แสดงผลเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ข้อมูลสูญหาย
บั๊กตัวที่สองน่ากังวลกว่ามาก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงกับการทำงานของซอฟต์แวร์ธุรกิจจำนวนมาก Microsoft ยืนยันว่าหลังติดตั้งอัปเดตวันที่ 9 มิถุนายน ซอฟต์แวร์บุคคลที่สามที่ใช้เทคโนโลยี OLE Automation (Object Linking and Embedding) จะไม่สามารถเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Office หรือเปิดเอกสาร Office ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อซอฟต์แวร์หลายประเภท ทั้งโปรแกรมบัญชี เช่น CCH Engagement, ระบบจัดการเอกสารอย่าง Workpaper Manager, โปรแกรมวิจัยอย่าง Zotero หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ทันตกรรมอย่าง Dentrix หรือ Softdent
สำหรับบั๊ก Recycle Bin นั้น Microsoft ยังไม่มีวิธีแก้ไขชั่วคราวอย่างเป็นทางการ นอกจากบอกว่าผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเพราะไฟล์ยังปลอดภัย
ส่วนบั๊ก OLE Automation นั้น วิธีแก้ไขชั่วคราวที่ได้ผลในตอนนี้คือ การถอนการติดตั้งอัปเดตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ KB5094126 (สำหรับ Windows 11 24H2/25H2), KB5093998 (สำหรับ Windows 11 23H2) และ KB5095051 (สำหรับ Windows 11 26H1) อย่างไรก็ตาม การถอนการติดตั้งอาจทำให้ระบบกลับมาเสี่ยงต่อช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ถูกปิดไปแล้ว ดังนั้นจึงควรชั่งน้ำหนักดีๆ ระหว่างความจำเป็นในการใช้งานซอฟต์แวร์ธุรกิจกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้ทั่วไปคือ การเปิดโปรแกรม Office โดยตรงก่อน แล้วค่อยเปิดเอกสารจากภายในโปรแกรม ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
สำหรับองค์กร Microsoft แนะนำให้ผู้ดูแลระบบไอทีรายงานปัญหาผ่าน Microsoft Admin Center เพื่อช่วยให้บริษัทติดตามและจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขได้
Comments
0 comments