การเผชิญหน้ากับมาร์แชล: ขณะที่พนักงานสนามหรือ 'มาร์แชล' กำลังพยายามกู้รถของเขาออกจากพื้นที่อันตราย กล้องหน้ารถของเบซเซกกีบันทึกภาพเอาไว้ได้ว่าเขาเดินเข้าไปหาและใช้มือทั้งผลักและตบหน้ามาร์แชลอย่างแรง โดยมีรายงานข่าวบางแหล่งบรรยายว่าเป็นการ 'ตบ'
ภาพดังกล่าวถูกนำไปออกอากาศภายหลังโดย TNT Sports
การลงโทษของกรรมการ: คณะกรรมการ FIM MotoGP Stewards เรียกเบซเซกกีเข้าพบ และใช้เวลาสอบสวนไม่นานก็มีคำสั่งระงับการแข่งขันของเขาในวันอาทิตย์ทันที โดยอ้างถึงกฎข้อ 3.3.2.2 ที่ระบุว่า การกระทำดังกล่าว 'เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของกีฬา'
คำสั่งนี้ถือเป็นหนึ่งในบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในวงการ MotoGP ในรอบหลายปี โดยเฉพาะกับนักบิดที่กำลังนำเป็นจ่าฝูง
ยื่นอุทธรณ์ในคืนนั้น: ทีม Aprilia Racing ใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อคณะกรรมการ FIM Appeal Stewards ในคืนวันเสาร์ โดยหวังว่าบทลงโทษจะถูกลดหย่อนหรือยกเลิก
อุทธรณ์ถูกปฏิเสธ: ในท้ายที่สุด คณะกรรมการชี้แจงว่า 'บทลงโทษที่กำหนดนั้นสอดคล้องกับความร้ายแรงของการกระทำผิด และอยู่ในขอบเขตของการลงโทษที่สมเหตุสมผล' ทำให้คำอุทธรณ์ของ Aprilia ถูกปฏิเสธ
ทีมงานจึงตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาระหว่างประเทศ (CAI) อีก โดยยอมรับบทลงโทษดังกล่าว
คำขอโทษสาธารณะ: ในเช้าวันอาทิตย์ เบซเซกกีออกแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยยอมรับว่าเหตุการณ์นี้คือ 'ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการแข่งของผม' และบอกว่า 'ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับพฤติกรรมนี้' เขายอมรับว่า 'ไม่เคารพมาร์แชลและไม่เคารพกีฬา' และพร้อมรับผลที่ตามมา
ขอโทษด้วยตนเอง: เบซเซกกีไม่ได้หยุดแค่การโพสต์ข้อความ เขาเดินทางไปกลางสนามเพื่อพบกับมาร์แชลที่ชื่อ ลาดิสลาฟ (Ladislav) ด้วยตนเอง โดยมีภาพเผยให้เห็นเขาทั้งอารมณ์เสียและสำนึกผิด ด้านลาดิสลาฟให้สัมภาษณ์กับ TNT Sports ภายหลังว่า 'ตอนนั้นผมตกใจมาก แต่ผมยอมรับคำขอโทษของเขา'