กฎปิดปากคุยนั้นตรงไปตรงมา: ผู้เล่นคนใดก็ตามที่ใช้มือ แขน หรือเสื้อปิดปากขณะพูดกับคู่แข่งในสถานการณ์ที่มีการเผชิญหน้าจะถูกใบแดงโดยตรง กฎนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ 'กฎวินิซิอุส'
จุดประสงค์คือป้องกันไม่ให้ผู้เล่นซ่อนคำพูดเหยียดเชื้อชาติหรือดูหมิ่นจากกล้อง ผู้ตัดสิน และนักอ่านริมฝีปาก
ข้อสำคัญคือหากเป็นการพูดคุยที่เป็นมิตร ผู้เล่นยังสามารถปิดปากได้ กฎนี้ใช้เฉพาะในสถานการณ์ที่เผชิญหน้าเท่านั้น
IFAB ยังอนุมัติมาตรการอื่นๆ สำหรับฟุตบอลโลก 2026:
ที่สำคัญ ยูฟ่าเลือกที่จะไม่นำกฎใบแดงปิดปากคุยนี้ไปใช้ในการแข่งขันของตัวเอง ทำให้กฎนี้มีผลเฉพาะในฟุตบอลโลกเท่านั้น
ในวันที่ 19-20 มิถุนายน 2026 ปารากวัยพบกับตุรกีในนัดกลุ่ม D ที่สนาม Levi's Stadium ในซานตาคลารา แคลิฟอร์เนีย ในนาทีที่ 3 ของทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก (45+3) อัลมิรอนมีปากเสียงกับเมิร์ท มึลเดอร์ แบ็กขวาของตุรกี หลังจากเกิดฟาวล์ใกล้กลางสนาม อัลมิรอนเอามือปิดปากขณะพูดกับมึลเดอร์ มึลเดอร์รีบร้องเรียนต่อผู้ตัดสินอีวาน บาร์ตันจากเอลซัลวาดอร์ หลังตรวจสอบ VAR สั้นๆ บาร์ตันชูใบแดงให้อัลมิรอนทันที — นับเป็นการไล่ออกครั้งแรกภายใต้กฎใหม่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ปารากวัยต้องเล่นครึ่งหลังด้วยผู้เล่น 10 คน ใบแดงนี้ยังทำให้อัลมิรอนถูกแบนในนัดกลุ่มถัดไปของปารากวัยด้วย
เพียงไม่กี่วันก่อนโดนใบแดง อัลมิรอนก็สร้างประวัติศาสตร์อีกประเภทหนึ่งแล้ว ระหว่างนัดกลุ่ม D ที่ปารากวัยแพ้สหรัฐอเมริกา 1-4 (วันที่ 12-13 มิถุนายน 2026) ทิม เรียม กองหลังสหรัฐฯ ถูกใบเหลืองจากจังหวะที่เข้าสกัดอัลมิรอน VAR ตรวจสอบและพบว่าอัลมิรอนจำลองล้มเพื่อจะได้ฟาวล์ ภายใต้พิธีการ VAR 'จำผิดตัว' ที่อัปเดตของฟีฟ่า — ซึ่งอนุญาตให้ผู้ตัดสินตรวจสอบเหตุการณ์เมื่อมีการแจกใบให้ผู้เล่นผิดคน — ผู้ตัดสินแดนนี่ มักเคลี ยกเลิก ใบเหลืองของเรียม แล้วกลับมาแจกใบเหลืองให้อัลมิรอนในข้อหา 'ล้มบอล' นับเป็นครั้งแรกที่ VAR เคยแก้ไขการแจกใบที่ผิดตัวในฟุตบอลโลก
นั่นหมายความว่าอัลมิรอนได้สร้างประวัติศาสตร์บอลโลกไปแล้วหนึ่งครั้งก่อนโดนใบแดงปิดปาก: ครั้งแรกในฐานะผู้เล่นที่ทำให้ VAR เปลี่ยนใบเหลืองจาก 'จำผิดตัว' และครั้งที่สองในฐานะผู้เล่นคนแรกที่โดนใบแดงจากกฎปิดปากคุยใหม่
รายงานการแข่งขันยืนยันผลสองนัดในกลุ่ม D:
กลุ่ม D ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ปารากวัย ตุรกี และอีกหนึ่งทีมที่ไม่ได้ระบุชื่อในแหล่งข้อมูลที่จับมา สำหรับตารางคะแนนล่าสุดที่แม่นยำ แนะนำให้ตรวจสอบตารางกลุ่มอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลก 2026 จากฟีฟ่า
Comments
0 comments