| นาที | ผู้ทำประตู | ทีม |
|---|---|---|
| 5' | ไบรอัน บร็อบบีย์ | เนเธอร์แลนด์ |
| 17' | ไบรอัน บร็อบบีย์ | เนเธอร์แลนด์ |
| 47' | โคดี้ กักโป | เนเธอร์แลนด์ |
| 54' | โคดี้ กักโป | เนเธอร์แลนด์ |
| 59' | แอนโธนีย์ เอลังกา | สวีเดน |
| 89' | คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ | เนเธอร์แลนด์ |
โรนัลด์ คูมัน กุนซือทีมชาติเนเธอร์แลนด์ สร้างความประหลาดใจด้วยการเลือกให้ ไบรอัน บร็อบบีย์ เป็นกองหน้าตัวจริง แทนที่ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ซึ่งเป็นผู้ยิงประตูในนัดเสมอญี่ปุ่น การตัดสินใจนี้ใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ความถูกต้อง บร็อบบีย์ซัดประตูแรกในนาทีที่ 5 จากการเปิดบอลจากกักโป และตามด้วยประตูที่สองในนาทีที่ 17 จากการโฉบเข้าไปซัดในกรอบเขตโทษ
ตามรายงานของ beIN Sports สองประตูของบร็อบบีย์ใน 17 นาทีแรกนับเป็น "การทำสองประตูเร็วที่สุดเป็นอันดับ 4" ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ขณะที่ เดอะการ์เดียน ยกย่องว่าบร็อบบีย์ "ทำให้กุนซือซึ่งกำลังโดนกดดันกลายเป็นอัจฉริยะ" ได้ในพริบตา
โคดี้ กักโป เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญของทีม เขาซัดสองประตูในช่วง 10 นาทีแรกของครึ่งหลัง โดยประตูแรกในนาทีที่ 47 มาจากการเปิดบอลของ เดนเซล ดุมฟรีส และประตูที่สองในนาทีที่ 54 เป็นการยิงด้วยเท้าขวาจากกรอบเขตโทษด้านซ้าย นอกจากนี้ กักโปยังเป็นคนแอสซิสต์ให้บร็อบบีย์ในประตูแรก ทำให้เขามีส่วนร่วมถึงสามประตูในเกมนี้
คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ เริ่มเกมบนม้านั่งสำรองหลังจากที่คูมันเลือกบร็อบบีย์เป็นตัวจริงแทน เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง และปิดท้ายสกอร์ 5-1 ในนาทีที่ 89 ด้วยการยิงต่ำจากนอกกรอบเขตโทษ หลังจากที่ เมมฟิส เดอปาย จ่ายบอลให้
คูมันทำการเปลี่ยนแปลงเพียงจุดเดียวจากเกมที่เสมอญี่ปุ่น 2-2 นั่นคือการส่ง บร็อบบีย์ ลงสนามแทนที่ ซัมเมอร์วิลล์ ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า การปรับแผนนี้ทำให้เนเธอร์แลนด์มีเป้าหมายในการเล่นเกมรุกที่ชัดเจนขึ้น ทำให้กักโปมีอิสระในการเล่นจากริมเส้นมากขึ้น ขณะที่เดอปายก็มีส่วนร่วมในแนวรุกเช่นกัน จนนำไปสู่แอสซิสต์ให้ซัมเมอร์วิลล์ในประตูปิดท้าย
แผนนี้ใช้ได้ผลทันที โดยเนเธอร์แลนด์ยิงสองประตูใน 17 นาทีแรกและไม่ต้องหันหลังกลับอีกเลย
ก่อนเกมนี้ สวีเดนเป็นจ่าฝูงกลุ่ม F ด้วย 3 คะแนน หลังจากถล่มตูนิเซีย 5-1 ในนัดแรก ส่วนเนเธอร์แลนด์มีเพียง 1 คะแนนจากผลเสมอญี่ปุ่น 2-2
หลังจากจบเกมที่ 2 (โดยที่ญี่ปุ่นยังไม่ได้ลงเล่นพบตูนิเซีย) ตารางคะแนนก็เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง
:
| อันดับ | ทีม | แต้ม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เนเธอร์แลนด์ | 4 | 2 | 1 | 1 | 0 | 7 | 3 | +4 |
| 2 | สวีเดน | 3 | 2 | 1 | 0 | 1 | 6 | 6 | 0 |
| 3 | ญี่ปุ่น | 1 | 1 | 0 | 1 | 0 | 2 | 2 | 0 |
| 4 | ตูนิเซีย | 0 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 5 | -4 |
ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะส่งทีมอันดับ 1 และ 2 เข้าสู่รอบ 32 ทีมโดยตรง โดยทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 ทีมจากทั้งหมด 12 กลุ่มก็จะได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เช่นกัน
เนเธอร์แลนด์ (4 แต้ม, ผลต่างประตู +4) จะพบกับ ญี่ปุ่น ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม การชนะหรือเสมอจะทำให้พวกเขามีตำแหน่งที่แข็งแกร่งในการจบในสองอันดับแรก แม้จะแพ้ก็ยังมีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุด
สวีเดน (3 แต้ม, ผลต่างประตู 0) จะพบกับ ตูนิเซีย ในนัดสุดท้าย การชนะจะทำให้พวกเขามี 6 แต้มและน่าจะเพียงพอต่อการผ่านเข้ารอบ ขณะที่การเสมอหรือแพ้จะทำให้สถานการณ์ของพวกเขาต้องไปพึ่งผลการแข่งขันคู่อื่น ๆ และการจัดอันดับทีมอันดับสาม
ทั้งสองทีมยังคงมีโอกาสผ่านเข้ารอบในมือของตัวเอง แต่สวีเดนมีข้อเสียเรื่องผลต่างประตูที่ถูกถล่มไปถึง 5 ลูกในเกมนี้
Comments
0 comments