ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium ติดลบเป็นประวัติการณ์ 44 วัน ส่งสัญญาณความต้องการซื้อจากสถาบันในสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง นักขุด Bitcoin กำลังเผชิญวิกฤตหนักที่สุดในรอบหลายปี ราคาซื้อขายต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 78,000 ดอลลาร์ นานกว่า 5 เดือน ส่งผลให้นักขุดเทขายเหรียญออกมามากเป็นประวัติการณ์ ผู้บริหาร CryptoQu...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Searching with cited sources for What does the Coinbase Bitcoin Premium Index's record 44-day negative streak reveal about the current state. Article summary: **Persistent U.S. institutional selling pressure.** The Coinbase Bitcoin Premium Index has remained negative for 44 consecutive days — the longest streak ever recorded — with the latest reading at −0.1089%, signaling tha. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium Index ซึ่งวัดส่วนต่างราคา Bitcoin ระหว่างกระดานเทรด Coinbase กับตลาดหลักอื่นๆ ได้ติดลบเป็นประวัติการณ์ 44 วันติดต่อกัน โดยค่าล่าสุดอยู่ที่ -0.1089% ตัวเลขนี้ส่งสัญญาณว่านักลงทุนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันขนาดใหญ่ (Institutional Investors) กำลังขายหรือชะลอการซื้ออย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับตลาดโลก
สถานการณ์นี้เป็นการยืนยันว่าอุปสงค์จากสถาบันซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของราคา Bitcoin ได้พลิกกลับมาอย่างรุนแรง
ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ดัชนีเคยร่วงลงไปแตะระดับ -167.8 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ธันวาคม 2024 โดยกองทุน Bitcoin ETF แบบ Spot ของสหรัฐฯ เปลี่ยนสถานะจากผู้ซื้อสุทธิ 46,000 BTC ในปี 2025 มาสู่ผู้ขายสุทธิ 10,600 BTC ในปี 2026 ถึงแม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงสั้นๆ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมที่ทำให้ดัชนีกลับมาเป็นบวกได้บ้าง แต่ก็เป็นเพียงแค่การดีดตัวชั่วคราว ก่อนที่จะกลับเข้าสู่แดนลบอีกครั้ง
จนกระทั่งช่วงปลายเดือนมิถุนายน สถิติดังกล่าวก็ยาวนานถึง 44 วัน ทำลายสถิติทั้งหมดที่ผ่านมา
นักขุด Bitcoin กำลังเผชิญกับความตึงเครียดทางการเงินที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี เจพีมอร์แกน (JPMorgan) ประเมินว่าต้นทุนการผลิต Bitcoin ทั้งหมดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 78,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ในขณะที่ราคาซื้อขายในตลาดอยู่ที่ประมาณ 62,000–63,000 ดอลลาร์มาเป็นเวลานาน ซึ่งหมายความว่านักขุดกำลังขายเหรียญในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนนานถึง 5 เดือนติดต่อกัน ซึ่งเจพีมอร์แกนระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบทศวรรษนี้
ผลที่ตามมาคือประมาณ 15–20% ของนักขุดทั่วโลกกำลังดำเนินงานขาดทุน โดยบริษัทขุดเหมืองที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาเหนือ รวมถึง MARA, CleanSpark, Riot Platforms, Cango, Core Scientific และ Bitdeer ได้ขายเหรียญมากกว่า 32,000 BTC ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพียงไตรมาสเดียว ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ขายทั้งหมดในปี 2025 แล้ว
ปริมาณนี้ยังมากกว่าการขายนักขุดในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ Terra-Luna ล่มสลายในไตรมาส 2 ของปี 2022 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20,000 BTC
แฮชไพรซ์ (Hashprice) ซึ่งเป็นดัชนีวัดรายได้จากการขุดต่อหน่วยพลังประมวลผล ลดลงมาอยู่ที่ช่วง 28–35 ดอลลาร์ต่อ PH/s ต่อวันในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าจุดคุ้มทุนที่ประมาณ 35 ดอลลาร์ CoinShares รายงานว่าต้นทุนเงินสดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในการผลิต Bitcoin 1 เหรียญของนักขุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 79,995 ดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 และยังพบว่าความยากในการขุด (Difficulty) ลดลงถึง 3 ครั้งติดต่อกันในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 และเป็นสัญญาณของการยอมจำนนของนักขุด
แรงกดดันด้านการขายจากนักขุดนี้เองได้เพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานต่อเนื่องต่อราคา Bitcoin
The Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant ออกมาเตือนอย่างหนักแน่นถึงข้อมูล On-chain โดยเขาคาดการณ์ว่าตลาดหมีในครั้งนี้อาจยืดเยื้อไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2027 โดยอ้างอิงสัญญาณ CryptoQuant PnL Index Signal ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังจากที่เกิดการเทขายทำกำไรและเริ่มเป็นลูกโซ่ ตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรของนักลงทุน Bitcoin มักจะลดลงเป็นระยะเวลาประมาณ 18 เดือน เนื่องจากแนวโน้มนี้เริ่มเปลี่ยนไปในเดือนตุลาคม 2025 Ju จึงระบุว่าตลาดหมีอาจยังคงอยู่ไปจนถึงต้นปี 2027
เขาย้ำว่าการกลับตัวอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Profits) เริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และกำไรที่เกิดขึ้นจริง (Realized Profits) เริ่มลดลง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ยังไม่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ Ju ยังเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดครั้งใหญ่: การไหลเวียนของเงินทุนจาก Bitcoin ไปยัง Altcoins (Bitcoin-to-Altcoin Rotation) ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิม ได้พังทลายลงสู่ระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ปริมาณการซื้อขาย Altcoin ที่จับคู่กับ BTC อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ในขณะที่การขาย Altcoin ในตลาด Spot พุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งบ่งชี้ถึงการสิ้นสุดของรูปแบบ "Alt Season" แบบเดิม
เขากล่าวว่า 99.9% ของ Altcoins ควรถูกปฏิเสธและหันไปสนับสนุนเฉพาะเหรียญ DeFi และสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) ที่มีรายได้จริงเท่านั้น
การกระจุกตัวของเงินทุนใน Bitcoin และสินทรัพย์ขนาดใหญ่ รวมกับสัญญาณอุปสงค์ที่อ่อนแอลง ทำให้ Ju อธิบายว่าฉันทามติของนักวิเคราะห์ "เป็นไปในทิศทางขาลงอย่างชัดเจน"
สิ่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากดัชนีคะแนนหมีของ CryptoQuant ซึ่งอยู่ในช่วง 0–10 (จากสเกล 0–100) มาเป็นเวลา 6 สัปดาห์แล้ว ซึ่งบ่งบอกถึงสภาวะตลาดที่อ่อนแอมาก
Bitcoin ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ 126,000–126,200 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ต่อมาภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มูลค่ากว่า 50% ก็หายไปในวันเดียว ราคาตกลงมาที่ประมาณ $60,000 และสร้างการสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง (Realized Losses) มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ขาดทุนในวันเดียวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Bitcoin
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 ราคา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 63,000–64,000 ดอลลาร์ คิดเป็นการลดลงประมาณ 50% จากจุดสูงสุด ตลาดคริปโตโดยรวมหดตัวลงประมาณ 48% จากจุดสูงสุดเหลือประมาณ 2.46 ล้านล้านดอลลาร์
ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ราคา Bitcoin ดิ่งลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ชั่วครู่ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024
ดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear & Greed Index) ร่วงลงแตะระดับ 5 ซึ่งเป็นค่าที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่ตลาด crash ในเดือนกุมภาพันธ์
ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุด (Whales) และนักลงทุนสถาบัน ขาดทุนรวมกันถึง 30.9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพียงไตรมาสเดียว หรือเฉลี่ยวันละ 337 ล้านดอลลาร์ และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 14 ปีของ Bitcoin ที่ปีหลังการ Halving (ปี 2025) ปิดในแดนลบ โดยลดลงประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะเคยทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ในเดือนตุลาคมก็ตาม
การรวมกันของปัจจัยต่างๆ เช่น การขายจากสถาบันที่ยืดเยื้อ (44 วันของค่าพรีเมียมติดลบ) นักขุดขายขาดทุนติดต่อกัน 5 เดือน รูปแบบการหมุนเวียนของ Altcoin ที่พังทลาย และสัญญาณอุปสงค์ที่อ่อนแอ หมายความว่าตลาดยังไม่แสดงรูปแบบการยอมจำนน (Capitulation) หรือการสะสม (Accumulation) ซึ่งเป็นสัญญาณของวัฏจักรขาลง การลดลงของอัตราแฮช (Hashrate) อย่างรุนแรงและสภาพการขุดที่ต่ำกว่าต้นทุนอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่านักขุดจะเผชิญความทุกข์หนักขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านขาลงเพิ่มเติม
Julio Moreno หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant กล่าวว่า Bitcoin อยู่ในช่วงขาลงอย่างชัดเจน โดยตัวชี้วัดความต้องการและสภาพคล่องหลักบ่งชี้ถึงความอ่อนแอ และกระบวนการสร้างจุดต่ำสุดอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ใช่เป็นสัปดาห์ Peter Brandt เทรดเดอร์ชื่อดังระดับตำนาน ระบุในต้นเดือนมิถุนายน 2026 ว่า Bitcoin บรรลุเป้าหมายขาลงครั้งแรกจากจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์แล้ว แต่ก็ไม่คาดหวังว่าจะเห็นจุดต่ำสุดที่น่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อจนกว่าจะถึงช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2026
โดยสรุป การที่ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium Index ติดลบเป็นประวัติการณ์ถึง 44 วัน ไม่ใช่ข้อมูลที่โดดเดี่ยว แต่เป็นอาการของตลาดในวงกว้างที่อยู่ภายใต้ความเครียดรุนแรงจากการขาดความสนใจของสถาบัน ความทุกข์ของนักขุด และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการหมุนเวียนเงินทุน หากข้อมูล On-chain และราคายังไม่ยืนยันจุดต่ำสุดที่ชัดเจน เส้นทางที่มีแนวต้านน้อยที่สุดก็ยังคงเป็นการปรับตัวลงต่อไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium ติดลบเป็นประวัติการณ์ 44 วัน ส่งสัญญาณความต้องการซื้อจากสถาบันในสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง
ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium ติดลบเป็นประวัติการณ์ 44 วัน ส่งสัญญาณความต้องการซื้อจากสถาบันในสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง นักขุด Bitcoin กำลังเผชิญวิกฤตหนักที่สุดในรอบหลายปี ราคาซื้อขายต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 78,000 ดอลลาร์ นานกว่า 5 เดือน ส่งผลให้นักขุดเทขายเหรียญออกมามากเป็นประวัติการณ์
ผู้บริหาร CryptoQuant และนักวิเคราะห์ชื่อดังต่างย้ำว่าตลาดยังไม่ถึงจุดต่ำสุด โดยคาดการณ์ว่าตลาดหมีอาจยืดเยื้อไปจนถึงต้นปี 2027