บริษัทเหล่านี้ร่วมกันครองส่วนแบ่งตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกถึง 1 ใน 5 และคุมผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลกมากถึง 90% ตามข้อมูลจาก PANews ที่สรุปผลรายงานของ Reuters
การตรวจจับและลบโพสต์ด้วย AI: บริษัทเทคฯ จะใช้ AI เพื่อค้นหาและลบรายการสินค้าที่เป็นสัตว์ป่าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มของตน โดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ผู้ค้าสัตว์ป่าใช้ร้านค้าออนไลน์และโซเชียลมีเดียกระแสหลักในการขายสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เหล่านั้น
การตัดเส้นทางการเงินและคริปโตเคอเรนซี: บริษัทด้านการชำระเงินและผู้วิเคราะห์บล็อกเชน เช่น PayPal, Chainalysis และ TRM Labs จะทำงานร่วมกันเพื่อตรวจจับและตัดเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการค้าสัตว์ป่า รวมถึงการติดตามธุรกรรมทั้งในระบบธนาคารดั้งเดิมและช่องทางคริปโตเคอเรนซี
การเฝ้าระวังบน Mobile Money: Vodafone และบริษัทในเครือในแอฟริกา Vodacom และ Safaricom จะนำระบบป้องกันการฟอกเงินด้วย AI มาใช้บนแพลตฟอร์ม Mobile Money โดยเฉพาะ M-Pesa เพื่อแจ้งเตือนธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และกำลังถูกมองว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรงระดับองค์กร รายงานในเดือนเมษายน 2026 โดย Global Initiative Against Transnational Organized Crime ชี้ให้เห็นว่า “Facebook ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มหนึ่งในหลายๆ แพลตฟอร์ม แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะส่วนกลางที่การค้าสัตว์ป่าออนไลน์กระจุกตัว ถูกค้นพบ และขยายตัว” โดยพบว่า 84% ของการตรวจจับบน Facebook เกี่ยวข้องกับสัตว์ที่อยู่ภายใต้อนุสัญญา CITES
การประกาศครั้งนี้ต่อยอดจากความพยายามหลายปีของ United for Wildlife ซึ่งปัจจุบันมีพันธมิตรมากกว่า 400 ราย ครอบคลุมภาคธนาคาร การบิน โลจิสติกส์ และ philanthropy โดยก่อนหน้านี้ในปี 2016 มีการลงนามใน Buckingham Palace Declaration เพื่อจัดตั้งคณะทำงานด้านการขนส่งเพื่อปิดเส้นทางลำเลียงสัตว์ป่า
ส่วนความร่วมมือครั้งใหม่นี้ถือเป็นการขยายขอบเขตไปสู่การปราบปรามทางดิจิทัลและการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
แม้โครงสร้างของพันธมิตร รายชื่อสมาชิก และเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้จะได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนในแหล่งข้อมูล แต่มีข้อมูลบางส่วนที่ถูกกล่าวถึงในคำถามต้นทาง แต่ไม่ได้รับการยืนยัน จากรายงานของ Reuters หรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อื่นๆ ที่ได้รับการตรวจสอบ:
การประกาศครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน London Climate Action Week ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 มิถุนายน 2026 โดยมีกิจกรรมมากกว่า 750 กิจกรรมและผู้เข้าร่วมกว่า 75,000 คน ในสัปดาห์เดียวกันนี้ เจ้าชายวิลเลียมยังทรงจัดประชุมโต๊ะกลมระดับสูงเกี่ยวกับการอนุรักษ์โดยชนพื้นเมือง และทรงเป็นเจ้าภาพงาน Earthshot Prize “Leading with Impact” ร่วมกับ Bloomberg Philanthropies อีกด้วย
Comments
0 comments