ส่วนกราฟิกในตัวเป็น Radeon 8060S ที่มี 40 RDNA 3.5 Compute Units โดยผลทดสอบจากหลายสำนักระบุว่าประสิทธิภาพอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ GPU โน้ตบุ๊ก NVIDIA GeForce RTX 4070 จึงไม่ได้จำกัดการใช้งานไว้แค่การรันโมเดล AI แต่ยังรองรับงานสร้างคอนเทนต์และงานกราฟิกที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงได้ด้วย
ชิปยังมี NPU XDNA 2 สำหรับงาน AI โดยให้ประสิทธิภาพสูงสุด 50 TOPS ขณะที่ประสิทธิภาพ AI รวมทั้งแพลตฟอร์มอยู่ที่ประมาณ 126 TOPS GMKtec ระบุว่า EVO-X3 สามารถรันโมเดลอย่าง Qwen3 ที่มีพารามิเตอร์สูงสุด 235,000 ล้านตัวได้ภายในเครื่อง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นความสามารถตามที่ผู้ผลิตระบุ และประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันตามรูปแบบโมเดล การตั้งค่า การควอนไทซ์ และซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน
EVO-X3 มาพร้อมหน่วยความจำ LPDDR5X-8000 ขนาด 128GB บนบัส 256 บิต หน่วยความจำนี้เป็นแบบ Unified Memory หมายความว่า CPU และ GPU สามารถใช้พื้นที่หน่วยความจำก้อนเดียวกันร่วมกันได้
ข้อดีคือ GPU สามารถดึงหน่วยความจำจากพูล 128GB ไปใช้เป็นพื้นที่ลักษณะเดียวกับ VRAM ได้แบบยืดหยุ่น ซึ่งเหมาะกับงาน AI inference ที่ต้องการพื้นที่หน่วยความจำจำนวนมากกว่ามินิพีซีทั่วไป
ข้อจำกัดคือหน่วยความจำถูกบัดกรีติดกับเมนบอร์ดและผู้ใช้ไม่สามารถอัปเกรดภายหลังได้ ดังนั้นผู้ที่วางแผนใช้งานโมเดลขนาดใหญ่ควรเลือกความจุให้เหมาะตั้งแต่ตอนซื้อ
ด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูล มีช่อง M.2 2280 PCIe Gen 4.0 จำนวน 2 ช่อง โดยรุ่นเปิดตัวมีตัวเลือก SSD 2TB และ 4TB ขณะที่แพลตฟอร์มรองรับพื้นที่จัดเก็บรวมสูงสุด 16TB ตามข้อมูลที่เผยแพร่
แทนที่จะใช้ตัวเครื่องแนวนอนแบบมินิพีซีส่วนใหญ่ GMKtec ออกแบบ EVO-X3 ให้ตั้งในแนวตั้งด้วยรูปทรงที่บริษัทเรียกว่า blade design หรือดีไซน์คล้ายใบมีด ตัวเครื่องเป็นโลหะขึ้นรูปด้วย CNC
ขนาดโดยรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงเครื่องเล่นเกม Sony PlayStation 4 แต่ภายในบรรจุ APU 16 คอร์ หน่วยความจำความเร็วสูง และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ PCIe 4.0 ได้จำนวนมาก
เพื่อรองรับการทำงานต่อเนื่องภายใต้โหลดสูง EVO-X3 ใช้ระบบระบายความร้อนแบบสามพัดลม ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของ APU และหน่วยความจำระหว่างการรันโมเดล AI หรือการประมวลผลหนักเป็นเวลานาน
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับ EVO-X2 คือการเพิ่มพอร์ต OCuLink PCIe Gen 4 x4 ที่มีแบนด์วิดท์ประมาณ 64 Gbit/s
พอร์ตนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ต่อ GPU ภายนอก เช่น การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 40 หรือ RTX 50 Series เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเรนเดอร์ งานกราฟิก และการประมวลผลที่ต้องพึ่งพา GPU แบบแยก โดย EVO-X2 รุ่นก่อนหน้าไม่มีอินเทอร์เฟซความเร็วสูงสำหรับการขยายแบบนี้
พอร์ตและการเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่มีรายงานไว้ ได้แก่
การมี OCuLink ทำให้ EVO-X3 ไม่ได้เป็นระบบปิดตายแบบมินิพีซีทั่วไป แต่สามารถเริ่มต้นด้วยกราฟิกในตัว แล้วเพิ่ม GPU ภายนอกเมื่อรูปแบบงานมีความต้องการสูงขึ้น
GMKtec ติดตั้งซอฟต์แวร์ชุด Claw+Wrangler มาให้ โดยเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ local inference, AI agents และ self-hosted AI gateway
แนวคิดหลักคือให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดและรันโมเดลภายในเครื่อง ไม่ต้องสมัครสมาชิกคลาวด์ และไม่ต้องส่งข้อมูลไปยัง API ภายนอก บริษัทระบุว่าระบบรองรับโมเดลขนาดสูงสุด 235B พารามิเตอร์แบบออฟไลน์
แนวทางนี้อาจเหมาะกับนักพัฒนา นักวิจัย และองค์กรที่ต้องจัดการข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งไม่ต้องการส่งข้อมูลภายในไปประมวลผลบนบริการคลาวด์ นอกจากนี้ EVO-X3 ยังรองรับระบบนิเวศโอเพนซอร์ส ROCm ของ AMD เพื่อใช้งานร่วมกับเฟรมเวิร์ก AI และแมชชีนเลิร์นนิงที่เกี่ยวข้อง
ราคาที่มีการรายงานสำหรับตลาดสหรัฐฯ มีดังนี้
ส่วนราคาในยุโรปเริ่มต้นที่ประมาณ 3,249 ยูโร และรุ่นท็อปอาจอยู่ที่ราว 3,450 ยูโร
ทั้งนี้ GMKtec ยังไม่ได้เผยแพร่ตารางราคาแยกตาม SKU สำหรับยุโรปอย่างเป็นทางการในเอกสารราคาเดียว ตัวเลขดังกล่าวจึงมาจากรายงานของหลายสำนักและอาจแตกต่างกันไปตามผู้จัดจำหน่าย
GMKtec มีกำหนดเปิดลงทะเบียน Early Access ในวันที่ 22 มิถุนายน 2026 ผ่าน JD.com ในจีนและเว็บไซต์ GMKtec สำหรับตลาดโลก
ส่วนการวางจำหน่ายทั่วโลกจะเริ่มในวันที่ 29 มิถุนายน 2026 หรือประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดลงทะเบียน ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้ามีรายงานว่าจะได้รับคูปองส่วนลดมูลค่า 20 ดอลลาร์
GMKtec ยืนยันว่ากำลังพัฒนา EVO-X3 รุ่นที่ทรงพลังกว่า ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงหลังของปี 2026
รุ่นดังกล่าวจะเปลี่ยนไปใช้ Ryzen AI Max+ PRO 495 พร้อมรายละเอียดสำคัญที่มีการเปิดเผย ได้แก่
การเพิ่มหน่วยความจำจาก 128GB เป็น 192GB คือความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยเปิดทางให้ระบบรองรับโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่กว่าขีดจำกัดของรุ่น Ryzen AI Max+ 395 ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี GMKtec ยังไม่ประกาศเดือนวางจำหน่ายหรือราคาของ EVO-X3 รุ่น Ryzen AI Max+ PRO 495 อย่างเป็นทางการ
GMKtec EVO-X3 วางตำแหน่งตัวเองเป็นเวิร์กสเตชัน AI ขนาดกะทัดรัดมากกว่าจะเป็นมินิพีซีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป จุดเด่นคือ Ryzen AI Max+ 395, Unified Memory 128GB, การรองรับโมเดลขนาดใหญ่แบบ local inference และพอร์ต OCuLink สำหรับต่อ GPU ภายนอก
รุ่นเริ่มต้นมีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกวันที่ 29 มิถุนายน 2026 ในราคา 3,600 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น Ryzen AI Max+ PRO 495 พร้อมหน่วยความจำ 192GB ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ในอนาคตที่ยังไม่มีราคาและกำหนดการแน่นอน
สำหรับนักพัฒนา ทีมวิจัย หรือองค์กรที่ต้องการควบคุมข้อมูลไว้ภายในเครื่อง EVO-X3 อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ราคาที่สูงและหน่วยความจำที่อัปเกรดไม่ได้ทำให้ต้องพิจารณาลักษณะงานอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
ส่วนกราฟิกในตัวเป็น Radeon 8060S ที่มี 40 RDNA 3.5 Compute Units โดยผลทดสอบจากหลายสำนักระบุว่าประสิทธิภาพอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ GPU โน้ตบุ๊ก NVIDIA GeForce RTX 4070 จึงไม่ได้จำกัดการใช้งานไว้แค่การรันโมเดล AI แต่ยังรองรับงานสร้างคอนเทนต์และงานกราฟิกที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงได้ด้วย
ชิปยังมี NPU XDNA 2 สำหรับงาน AI โดยให้ประสิทธิภาพสูงสุด 50 TOPS ขณะที่ประสิทธิภาพ AI รวมทั้งแพลตฟอร์มอยู่ที่ประมาณ 126 TOPS GMKtec ระบุว่า EVO-X3 สามารถรันโมเดลอย่าง Qwen3 ที่มีพารามิเตอร์สูงสุด 235,000 ล้านตัวได้ภายในเครื่อง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นความสามารถตามที่ผู้ผลิตระบุ และประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันตามรูปแบบโมเดล การตั้งค่า การควอนไทซ์ และซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน
EVO-X3 มาพร้อมหน่วยความจำ LPDDR5X-8000 ขนาด 128GB บนบัส 256 บิต หน่วยความจำนี้เป็นแบบ Unified Memory หมายความว่า CPU และ GPU สามารถใช้พื้นที่หน่วยความจำก้อนเดียวกันร่วมกันได้
ข้อดีคือ GPU สามารถดึงหน่วยความจำจากพูล 128GB ไปใช้เป็นพื้นที่ลักษณะเดียวกับ VRAM ได้แบบยืดหยุ่น ซึ่งเหมาะกับงาน AI inference ที่ต้องการพื้นที่หน่วยความจำจำนวนมากกว่ามินิพีซีทั่วไป
ข้อจำกัดคือหน่วยความจำถูกบัดกรีติดกับเมนบอร์ดและผู้ใช้ไม่สามารถอัปเกรดภายหลังได้ ดังนั้นผู้ที่วางแผนใช้งานโมเดลขนาดใหญ่ควรเลือกความจุให้เหมาะตั้งแต่ตอนซื้อ
ด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูล มีช่อง M.2 2280 PCIe Gen 4.0 จำนวน 2 ช่อง โดยรุ่นเปิดตัวมีตัวเลือก SSD 2TB และ 4TB ขณะที่แพลตฟอร์มรองรับพื้นที่จัดเก็บรวมสูงสุด 16TB ตามข้อมูลที่เผยแพร่
แทนที่จะใช้ตัวเครื่องแนวนอนแบบมินิพีซีส่วนใหญ่ GMKtec ออกแบบ EVO-X3 ให้ตั้งในแนวตั้งด้วยรูปทรงที่บริษัทเรียกว่า blade design หรือดีไซน์คล้ายใบมีด ตัวเครื่องเป็นโลหะขึ้นรูปด้วย CNC
ขนาดโดยรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงเครื่องเล่นเกม Sony PlayStation 4 แต่ภายในบรรจุ APU 16 คอร์ หน่วยความจำความเร็วสูง และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ PCIe 4.0 ได้จำนวนมาก
เพื่อรองรับการทำงานต่อเนื่องภายใต้โหลดสูง EVO-X3 ใช้ระบบระบายความร้อนแบบสามพัดลม ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของ APU และหน่วยความจำระหว่างการรันโมเดล AI หรือการประมวลผลหนักเป็นเวลานาน
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับ EVO-X2 คือการเพิ่มพอร์ต OCuLink PCIe Gen 4 x4 ที่มีแบนด์วิดท์ประมาณ 64 Gbit/s
พอร์ตนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ต่อ GPU ภายนอก เช่น การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 40 หรือ RTX 50 Series เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเรนเดอร์ งานกราฟิก และการประมวลผลที่ต้องพึ่งพา GPU แบบแยก โดย EVO-X2 รุ่นก่อนหน้าไม่มีอินเทอร์เฟซความเร็วสูงสำหรับการขยายแบบนี้
พอร์ตและการเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่มีรายงานไว้ ได้แก่
การมี OCuLink ทำให้ EVO-X3 ไม่ได้เป็นระบบปิดตายแบบมินิพีซีทั่วไป แต่สามารถเริ่มต้นด้วยกราฟิกในตัว แล้วเพิ่ม GPU ภายนอกเมื่อรูปแบบงานมีความต้องการสูงขึ้น
GMKtec ติดตั้งซอฟต์แวร์ชุด Claw+Wrangler มาให้ โดยเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ local inference, AI agents และ self-hosted AI gateway
แนวคิดหลักคือให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดและรันโมเดลภายในเครื่อง ไม่ต้องสมัครสมาชิกคลาวด์ และไม่ต้องส่งข้อมูลไปยัง API ภายนอก บริษัทระบุว่าระบบรองรับโมเดลขนาดสูงสุด 235B พารามิเตอร์แบบออฟไลน์
แนวทางนี้อาจเหมาะกับนักพัฒนา นักวิจัย และองค์กรที่ต้องจัดการข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งไม่ต้องการส่งข้อมูลภายในไปประมวลผลบนบริการคลาวด์ นอกจากนี้ EVO-X3 ยังรองรับระบบนิเวศโอเพนซอร์ส ROCm ของ AMD เพื่อใช้งานร่วมกับเฟรมเวิร์ก AI และแมชชีนเลิร์นนิงที่เกี่ยวข้อง
ราคาที่มีการรายงานสำหรับตลาดสหรัฐฯ มีดังนี้
ส่วนราคาในยุโรปเริ่มต้นที่ประมาณ 3,249 ยูโร และรุ่นท็อปอาจอยู่ที่ราว 3,450 ยูโร
ทั้งนี้ GMKtec ยังไม่ได้เผยแพร่ตารางราคาแยกตาม SKU สำหรับยุโรปอย่างเป็นทางการในเอกสารราคาเดียว ตัวเลขดังกล่าวจึงมาจากรายงานของหลายสำนักและอาจแตกต่างกันไปตามผู้จัดจำหน่าย
GMKtec มีกำหนดเปิดลงทะเบียน Early Access ในวันที่ 22 มิถุนายน 2026 ผ่าน JD.com ในจีนและเว็บไซต์ GMKtec สำหรับตลาดโลก
ส่วนการวางจำหน่ายทั่วโลกจะเริ่มในวันที่ 29 มิถุนายน 2026 หรือประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดลงทะเบียน ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้ามีรายงานว่าจะได้รับคูปองส่วนลดมูลค่า 20 ดอลลาร์
GMKtec ยืนยันว่ากำลังพัฒนา EVO-X3 รุ่นที่ทรงพลังกว่า ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงหลังของปี 2026
รุ่นดังกล่าวจะเปลี่ยนไปใช้ Ryzen AI Max+ PRO 495 พร้อมรายละเอียดสำคัญที่มีการเปิดเผย ได้แก่
การเพิ่มหน่วยความจำจาก 128GB เป็น 192GB คือความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยเปิดทางให้ระบบรองรับโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่กว่าขีดจำกัดของรุ่น Ryzen AI Max+ 395 ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี GMKtec ยังไม่ประกาศเดือนวางจำหน่ายหรือราคาของ EVO-X3 รุ่น Ryzen AI Max+ PRO 495 อย่างเป็นทางการ
GMKtec EVO-X3 วางตำแหน่งตัวเองเป็นเวิร์กสเตชัน AI ขนาดกะทัดรัดมากกว่าจะเป็นมินิพีซีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป จุดเด่นคือ Ryzen AI Max+ 395, Unified Memory 128GB, การรองรับโมเดลขนาดใหญ่แบบ local inference และพอร์ต OCuLink สำหรับต่อ GPU ภายนอก
รุ่นเริ่มต้นมีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกวันที่ 29 มิถุนายน 2026 ในราคา 3,600 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น Ryzen AI Max+ PRO 495 พร้อมหน่วยความจำ 192GB ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ในอนาคตที่ยังไม่มีราคาและกำหนดการแน่นอน
สำหรับนักพัฒนา ทีมวิจัย หรือองค์กรที่ต้องการควบคุมข้อมูลไว้ภายในเครื่อง EVO-X3 อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ราคาที่สูงและหน่วยความจำที่อัปเกรดไม่ได้ทำให้ต้องพิจารณาลักษณะงานอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ