Wired รายงานว่า Perplexity น่าจะขูดข้อมูลจากเว็บไซต์ของตนและเว็บไซต์อื่นๆ ในเครือ Condé Nast 'หลายพันครั้ง' แม้เว็บไซต์เหล่านั้นจะใช้มาตรการปิดกั้นแล้วก็ตาม การสืบสวนพบว่า AI ของ Perplexity สรุปเนื้อหาจากบทความของพวกเขาโดยแทบจะลอกคำต่อคำ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ Wired ตีพิมพ์บทความว่าด้วยความ 'ไร้สาระ' ของ Perplexity ตัว Perplexity กลับไปลอกเลียนบทความนั้นซ้ำ
ข้อกล่าวหาการลอกเลียนได้นำไปสู่การดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง:
การสืบสวนโดย Copyleaks ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจจับเนื้อหา AI พบว่า Perplexity สามารถถอดความหรือลอกเลียนเนื้อหาส่วนใหญ่จากบทความที่ต้องเสียเงิน แม้แต่เนื้อหาที่มันอ้างว่าไม่สามารถเข้าถึงได้
อีกประเด็นหนึ่งคือแนวทางการขูดข้อมูลของ Perplexity สตาร์ทอัพถูกกล่าวหาว่าละเลย Robots Exclusion Protocol ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เว็บไซต์ใช้ในการอนุญาตหรือปฏิเสธบอทอัตโนมัติ การสืบสวนพบว่าโปรแกรมรวบรวมข้อมูลของ Perplexity ยังคงเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกจำกัดจากผู้เผยแพร่ที่ปฏิเสธอย่างชัดเจน
พฤติกรรมนี้ถูกมองว่าเป็นการละเมิดบรรทัดฐานที่เข้าใจกันของโลกออนไลน์ แม้ว่าคำตัดสินทางกฎหมายที่ชัดเจนยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณา
นอกจากโลกของข่าวสารแล้ว Perplexity ยังสร้างความกังวลในแวดวงวิชาการอีกด้วย การศึกษาเกี่ยวกับการใช้ Perplexity AI ในงานเขียนเชิงวิชาการพบว่า นักเรียนมีความเสี่ยงต่อการลอกเลียนโดยอ้อมหากพวกเขาคัดลอกผลลัพธ์จาก AI โดยไม่เรียบเรียงหรือทำความเข้าใจ ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักความซื่อสัตย์ทางวิชาการ นักวิจัยชี้ว่าแม้ AI จะช่วยรวบรวมงานเขียนได้ แต่ความรับผิดชอบในความถูกต้องของงานยังคงอยู่ที่ผู้ใช้ และเครื่องมืออาจสร้างข้อมูลหรือคำพูดจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน
การสืบสวนยังพบว่าคำตอบจาก AI ของ Perplexity บางครั้งมีเนื้อหาที่สร้างขึ้นใหม่ (Fabricated) ปนอยู่กับเนื้อหาที่ลอกเลียนมา Wired รายงานว่าเมื่อถามถึงเรื่องราวเฉพาะที่ AI ไม่ควรเข้าถึง แชทบอทจะส่งสรุปที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการผสมผสานข้อมูลจริงและรายละเอียดที่สร้างขึ้น คดีความของ New York Times ก็กล่าวหาในทำนองเดียวกันว่าเอาต์พุตของ Perplexity มี 'การหลอน' ของ AI ที่ถูกโยงไปถึงหนังสือพิมพ์อย่างผิดๆ
การรวมกันของการคัดลอกเนื้อหาจริงและการประดิษฐ์รายละเอียดเท็จนี้ก่อให้เกิดอันตรายเฉพาะตัว: ผู้ใช้อาจเชื่อถือคำตอบเพราะบางส่วนสามารถตรวจสอบได้จริง ทำให้ชิ้นส่วนที่ถูกกุขึ้นตรวจจับได้ยากขึ้น
เพื่อตอบโต้กระแสข้อกล่าวหา Perplexity ได้เปิดตัวโปรแกรมแบ่งปันรายได้ให้กับผู้เผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม 2024 โดยโปรแกรมดังกล่าวถูกประกาศว่าเป็นหนทางในการแบ่งปันรายได้จากโฆษณาให้กับผู้สร้างเนื้อหา อย่างไรก็ตาม โปรแกรมนี้ไม่ได้ช่วยคลี่คลายข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เนื่องจากจดหมายยุติการดำเนินการและคดีความจาก Condé Nast, The New York Times, Reddit, News Corp และอื่นๆ ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2026
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ถูกอ้างถึงในรายงานหลายฉบับชี้ว่าความตึงเครียดพื้นฐานคือ ยิ่งคำตอบของ Perplexity เข้าใกล้การแสดงออกดั้งเดิมของผู้เผยแพร่มากเท่าไหร่ หรือยิ่งเข้ามาแทนที่ความจำเป็นที่ผู้ใช้จะต้องเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของผู้เผยแพร่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปิดช่องให้เกิดข้อเรียกร้องด้านลิขสิทธิ์และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมมากขึ้นเท่านั้น คำถามนี้ไม่ใช่แค่เรื่องทฤษฎีอีกต่อไป มันกลายเป็นประเด็นหลักที่กำหนดผลิตภัณฑ์ของบริษัท AI Search
ปัญหาด้านจริยธรรมที่ Perplexity AI กำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกกัน แต่เป็นความขัดแย้งเชิงระบบระหว่างโมเดลธุรกิจของ 'answer engine' ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กับสิทธิและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจของผู้สร้างเนื้อหา บริษัทกำลังเผชิญกับคดีความสำคัญหลายคดี ข้อกล่าวหาสาธารณะจากสำนักข่าวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และการจับตามองแนวทางปฏิบัติในการขูดข้อมูลของตนมากขึ้น ไม่ว่าแนวทางที่มีการอ้างอิงของ Perplexity จะรอดพ้นจากการท้าทายทางกฎหมายได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้วจะถูกจำกัดโดยศาลหรือกฎระเบียบ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออนาคตของ AI Search
Comments
0 comments