SpaceX เลือกใช้การเสนอขายแบบ กำหนดราคาคงที่ แทนการกำหนดราคาตามกระบวนการสำรวจความต้องการซื้อของนักลงทุน โดยเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC ระบุว่าจะขายหุ้นประมาณ 555.6 ล้านหุ้นในราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ตั้งเป้าระดมทุน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม มีรายงานบางแห่งคำนวณยอดระดมทุนสุทธิไว้ที่ประมาณ 7.44 หมื่นล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดการชำระราคาและการปิดรายการ แต่ตัวเลขพาดหัวที่สื่อส่วนใหญ่ใช้คือ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ผู้จัดจำหน่ายยังมีสิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มเติมภายใน 30 วันได้สูงสุด 83.3 ล้านหุ้น หากใช้สิทธิดังกล่าวเต็มจำนวน อาจเพิ่มเงินระดมทุนได้อีกประมาณ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์
มูลค่า 1.77 ล้านล้านดอลลาร์คำนวณจากหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 13.08 พันล้านหุ้น ขณะที่หุ้นที่เปิดให้ประชาชนซื้อคิดเป็นเพียงประมาณ 4.2% ของบริษัท การขายหุ้นในสัดส่วนที่ค่อนข้างเล็กเช่นนี้ช่วยให้ SpaceX ระดมทุนได้เป็นประวัติการณ์ โดยยังคงประเมินมูลค่าบริษัทในระดับมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ IPO ของ Saudi Aramco ในเดือนธันวาคม 2019 ครองตำแหน่งการเสนอขายหุ้นครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเงินระดมทุน 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ สถิติดังกล่าวยืนยาวเกือบ 7 ปี ก่อนที่ SpaceX จะทำยอดระดมทุนได้มากกว่าสองเท่า
The New York Times รายงานว่า ราคา IPO ของ SpaceX สูงกว่ามูลค่าที่บริษัทประเมินตนเองไว้ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 มากกว่า 40% การปรับขึ้นดังกล่าวสะท้อนความสนใจต่อธุรกิจอวกาศและบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของบริษัท แม้รายละเอียดด้านอุปสงค์จากนักลงทุนบางส่วนจะยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่เพียงพอ
การจัดการ IPO ในระดับนี้ต้องอาศัยกลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุนจำนวนมาก โดย Goldman Sachs ได้ตำแหน่ง lead-left บนหนังสือชี้ชวน ซึ่งโดยทั่วไปสะท้อนบทบาทผู้จัดจำหน่ายหลักของดีล
Morgan Stanley เป็นอีกหนึ่งธนาคารชั้นนำของรายการ และทำหน้าที่เป็นตัวแทนรักษาเสถียรภาพราคาหุ้น หรือ stabilization agent ซึ่งมีหน้าที่ช่วยดูแลการซื้อขายในตลาดรองหลังหุ้นเข้าตลาด
ธนาคารหลักรายอื่น ได้แก่ Bank of America, Citigroup และ JPMorgan Chase โดยปรากฏชื่อในกลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลักของหนังสือชี้ชวนเบื้องต้น โดยรวมแล้ว มีสถาบันการเงิน 23 แห่ง ที่ได้รับการระบุชื่อเป็น bookrunner ซึ่งรวมถึง Wells Fargo และ UBS ด้วย
รายงานบางชิ้นระบุว่า SpaceX ใช้ชื่อรหัส Project Apex สำหรับแผนการระดมทุนครั้งนี้ในช่วงเตรียมการ
รายละเอียดที่ยืนยันในชุดข้อมูลนี้เป็นเหตุการณ์ของปี 2026 โดยรายงานตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนระบุว่า SpaceX กำหนดราคาเสนอขายในวันที่ 11 มิถุนายน และเตรียมเริ่มซื้อขายในวันที่ 12 มิถุนายนบน Nasdaq Global Select Market และ Nasdaq Texas ส่วนการชำระราคาเบื้องต้นคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 มิถุนายน
SEC มีผลให้การจดทะเบียนมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน หนึ่งวันหลังจากวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ขอให้หน่วยงานกำกับดูแลเลื่อนการเข้าตลาด แต่คำขอดังกล่าวไม่ได้ทำให้ IPO ต้องเลื่อนออกไปตามกำหนดการที่รายงานไว้
แม้ตัวเลขราคาเสนอขาย จำนวนหุ้น และโครงสร้างดีลจะมีเอกสารและรายงานรองรับ แต่มีข้อความหลายประเด็นที่เผยแพร่เกี่ยวกับ IPO ครั้งนี้และยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้อย่างอิสระ ได้แก่
ประเด็นเหล่านี้ยังต้องมีแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน ดังนั้นผู้อ่านควรแยกออกจากข้อเท็จจริงหลักของดีล ซึ่งได้แก่ราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น จำนวนหุ้น 555,555,555 หุ้น เงินระดมทุนประมาณ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และมูลค่าบริษัทประมาณ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์
SpaceX เลือกใช้การเสนอขายแบบ กำหนดราคาคงที่ แทนการกำหนดราคาตามกระบวนการสำรวจความต้องการซื้อของนักลงทุน โดยเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC ระบุว่าจะขายหุ้นประมาณ 555.6 ล้านหุ้นในราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ตั้งเป้าระดมทุน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม มีรายงานบางแห่งคำนวณยอดระดมทุนสุทธิไว้ที่ประมาณ 7.44 หมื่นล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดการชำระราคาและการปิดรายการ แต่ตัวเลขพาดหัวที่สื่อส่วนใหญ่ใช้คือ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ผู้จัดจำหน่ายยังมีสิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มเติมภายใน 30 วันได้สูงสุด 83.3 ล้านหุ้น หากใช้สิทธิดังกล่าวเต็มจำนวน อาจเพิ่มเงินระดมทุนได้อีกประมาณ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์
มูลค่า 1.77 ล้านล้านดอลลาร์คำนวณจากหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 13.08 พันล้านหุ้น ขณะที่หุ้นที่เปิดให้ประชาชนซื้อคิดเป็นเพียงประมาณ 4.2% ของบริษัท การขายหุ้นในสัดส่วนที่ค่อนข้างเล็กเช่นนี้ช่วยให้ SpaceX ระดมทุนได้เป็นประวัติการณ์ โดยยังคงประเมินมูลค่าบริษัทในระดับมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ IPO ของ Saudi Aramco ในเดือนธันวาคม 2019 ครองตำแหน่งการเสนอขายหุ้นครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเงินระดมทุน 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ สถิติดังกล่าวยืนยาวเกือบ 7 ปี ก่อนที่ SpaceX จะทำยอดระดมทุนได้มากกว่าสองเท่า
The New York Times รายงานว่า ราคา IPO ของ SpaceX สูงกว่ามูลค่าที่บริษัทประเมินตนเองไว้ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 มากกว่า 40% การปรับขึ้นดังกล่าวสะท้อนความสนใจต่อธุรกิจอวกาศและบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของบริษัท แม้รายละเอียดด้านอุปสงค์จากนักลงทุนบางส่วนจะยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่เพียงพอ
การจัดการ IPO ในระดับนี้ต้องอาศัยกลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุนจำนวนมาก โดย Goldman Sachs ได้ตำแหน่ง lead-left บนหนังสือชี้ชวน ซึ่งโดยทั่วไปสะท้อนบทบาทผู้จัดจำหน่ายหลักของดีล
Morgan Stanley เป็นอีกหนึ่งธนาคารชั้นนำของรายการ และทำหน้าที่เป็นตัวแทนรักษาเสถียรภาพราคาหุ้น หรือ stabilization agent ซึ่งมีหน้าที่ช่วยดูแลการซื้อขายในตลาดรองหลังหุ้นเข้าตลาด
ธนาคารหลักรายอื่น ได้แก่ Bank of America, Citigroup และ JPMorgan Chase โดยปรากฏชื่อในกลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลักของหนังสือชี้ชวนเบื้องต้น โดยรวมแล้ว มีสถาบันการเงิน 23 แห่ง ที่ได้รับการระบุชื่อเป็น bookrunner ซึ่งรวมถึง Wells Fargo และ UBS ด้วย
รายงานบางชิ้นระบุว่า SpaceX ใช้ชื่อรหัส Project Apex สำหรับแผนการระดมทุนครั้งนี้ในช่วงเตรียมการ
รายละเอียดที่ยืนยันในชุดข้อมูลนี้เป็นเหตุการณ์ของปี 2026 โดยรายงานตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนระบุว่า SpaceX กำหนดราคาเสนอขายในวันที่ 11 มิถุนายน และเตรียมเริ่มซื้อขายในวันที่ 12 มิถุนายนบน Nasdaq Global Select Market และ Nasdaq Texas ส่วนการชำระราคาเบื้องต้นคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 มิถุนายน
SEC มีผลให้การจดทะเบียนมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน หนึ่งวันหลังจากวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ขอให้หน่วยงานกำกับดูแลเลื่อนการเข้าตลาด แต่คำขอดังกล่าวไม่ได้ทำให้ IPO ต้องเลื่อนออกไปตามกำหนดการที่รายงานไว้
แม้ตัวเลขราคาเสนอขาย จำนวนหุ้น และโครงสร้างดีลจะมีเอกสารและรายงานรองรับ แต่มีข้อความหลายประเด็นที่เผยแพร่เกี่ยวกับ IPO ครั้งนี้และยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้อย่างอิสระ ได้แก่
ประเด็นเหล่านี้ยังต้องมีแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน ดังนั้นผู้อ่านควรแยกออกจากข้อเท็จจริงหลักของดีล ซึ่งได้แก่ราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น จำนวนหุ้น 555,555,555 หุ้น เงินระดมทุนประมาณ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และมูลค่าบริษัทประมาณ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์