Noam Shazeer ผู้ร่วมคิดค้นสถาปัตยกรรม Transformer และหัวหน้าร่วมทีม Google Gemini ประกาศเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ว่าเขาจะลาออกจาก Google เพื่อไปร่วมงานกับ OpenAI ก่อนที่ OpenAI จะเสนอขายหุ้น IPO — การเคลื่อนไหวครั... Shazeer คือหนึ่งในนักวิจัย AI ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ออกแบบกลไก Multi...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Searching for What is the complete career trajectory and significance of AI researcher Noam Shazeer — including his role as co-inventor of t. Article summary: Here is the complete picture based on the available evidence.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Noam Shazeer. ## About Noam. Noam Shazeer is a computer scientist and entrepreneur. Noam co-leads Google Gemini and is a VP Engineering at Google. Some of his inventions include:" source context "Noam Shazeer | AI Scientist, Google Gemini Co-Lead" Reference image 2: visual subject "Noam Shazeer Google Palo Alto, California, United States 500 connections, 25109 followers About Inventor of the LLM revolution including Transformer and Mixture of Experts. Build" so
Noam Shazeer ชื่อที่ผูกพันแน่นแฟ้นกับรากฐานแห่งความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ กำลังตกเป็นข่าวใหญ่ในศึกชิงตัวบุคลากรทักษะสูงที่มูลค่ามหาศาลที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทคโนโลยีอีกครั้ง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 Shazeer ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งรองประธานฝ่ายวิศวกรรมและหัวหน้าร่วมของโปรเจกต์ Gemini แห่ง Google DeepMind เพื่อไปร่วมงานกับ OpenAI คู่แข่งคนสำคัญที่กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่ว เนื่องจากเกิดขึ้นไม่ถึงสองปีหลังจากที่ Google ยอมทุ่มเงินเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขอรับสิทธิ์ใช้งานเทคโนโลยีของ Character.AI และดึงตัว Shazeer ให้กลับมาอยู่ในสังกัดอีกครั้ง
เส้นทางอาชีพของ Shazeer ไม่ใช่แค่ประวัติบุคคลเท่านั้น หากแต่มันคือแผนที่ที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม AI ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การคิดค้นสถาปัตยกรรมที่เป็นกระดูกสันหลังให้กับ ChatGPT, Gemini, และ Claude, การสร้างสตาร์ทอัพพันล้าน, ไปจนถึงการกลายเป็นหมากตัวสำคัญที่สุดในกระดานหมากรุกระดับองค์กรมูลค่าล้านล้านดอลลาร์
Shazeer เข้าร่วมงานกับ Google ในปี 2000 หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Duke ในช่วงปีแรกๆ เขามีส่วนช่วยปรับปรุงระบบตรวจสอบการสะกดคำของเสิร์ชเอนจินและทำงานในส่วนของระบบโฆษณา แต่มรดกที่แท้จริงของเขาถูกจารึกไว้ในปี 2017
ในปีนั้น เขาได้ร่วมเขียนรายงานวิจัยชิ้นสำคัญเรื่อง "Attention Is All You Need" ซึ่งนำเสนอสถาปัตยกรรม Transformer รายงานฉบับนี้ถูกนำไปอ้างอิงมากกว่า 250,000 ครั้ง และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเอกสารทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 21
โดย Shazeer เป็นผู้ออกแบบกลไก Multi-Head Attention และสถาปัตยกรรม Residual ด้วยตัวเอง รวมถึงเป็นผู้เขียนโค้ดการทำงานชุดแรกที่ให้ผลลัพธ์เหนือกว่ามาตรฐานสูงสุดในขณะนั้น
นอกเหนือจาก Transformer แล้ว Shazeer ยังเป็นผู้บุกเบิกโมเดล Sparsely-gated Mixture of Experts (MoE) และมีส่วนร่วมหลักใน Mesh-TensorFlow, T5, และ Switch Transformer เขายังเป็นผู้นำในการพัฒนาระบบ LaMDA AI สำหรับการสนทนาของ Google ซึ่งเป็นต้นแบบของแชทบอทในปัจจุบัน
นิตยสาร Time ยกให้เขาเป็นหนึ่งใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการ AI ในปี 2023
ในปี 2021 หลังจากใช้เวลากับ Google มาราวสองทศวรรษ Shazeer และเพื่อนร่วมงาน Daniel De Freitas ได้ตัดสินใจลาออกด้วยความรู้สึกผิดหวัง พวกเขาได้พัฒนาแชทบอทชื่อว่า Meena แต่ผู้บริหารของ Google ปฏิเสธที่จะปล่อยมันออกสู่สาธารณะ ด้วยความกังวลด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ การตัดสินใจครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ OpenAI เปิดตัว ChatGPT ในปีถัดมา และจุดกระแส Generative AI ให้บูมขึ้นมา
Shazeer และ De Freitas ได้ร่วมกันก่อตั้ง Character.AI แพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้างและโต้ตอบกับตัวละครที่ขับเคลื่อนด้วย AI สตาร์ทอัพรายนี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าบริษัทแตะ 1 พันล้านดอลลาร์ภายใน 16 เดือน และมีผู้ใช้งานราว 20 ล้านคนต่อเดือน
ในเดือนสิงหาคม 2024 Google ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการด้วยการบรรลุข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์กับ Character.AI ที่มีมูลค่าประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์ เหตุผลอย่างเป็นทางการคือการขอรับสิทธิ์แบบไม่ผูกขาด (Non-Exclusive License) สำหรับเทคโนโลยี Large Language Model ของ Character.AI
แต่เหตุผลที่ไม่เป็นทางการซึ่งถูกรายงานอย่างแพร่หลายและเป็นที่รับรู้ภายในองค์กรก็คือการดึงตัว Noam Shazeer และสมาชิกคนสำคัญในทีมวิจัยของเขากลับมาร่วมงานอีกครั้ง
Shazeer กลับมาในตำแหน่งรองประธานฝ่ายวิศวกรรมที่ Google DeepMind และได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าร่วมฝ่ายเทคนิคของ Gemini ร่วมกับ Jeff Dean และ Oriol Vinyals โปรไฟล์ LinkedIn ของเขาระบุว่าดำรงตำแหน่ง "VP Engineering, Gemini Co-lead @ Google Deepmind" ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024
ผลงานของเขาเห็นผลในทันที รายงานจากภาคอุตสาหกรรมให้เครดิต Shazeer ว่าเป็นบุคคลสำคัญเบื้องหลังการที่ Gemini สามารถปิดช่องว่างด้านประสิทธิภาพกับ ChatGPT ของ OpenAI ได้ หลังจากกลับมา เขาได้ค้นพบและแก้ไขบั๊กเชิงลึก (Deep Bug) ใน Gemini ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของโมเดลได้อย่างมีนัยสำคัญ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ผลงานของเขาได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ U.S. National Academy of Engineering
ในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 Shazeer ได้ประกาศว่าเขาจะลาออกจาก Google เพื่อไปร่วมงานกับ OpenAI ซึ่งมีรายงานว่ากำลังเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เขาอธิบายว่านี่คือ "การตัดสินใจที่ยากลำบาก" พร้อมกล่าวเสริมว่าเขา "ภูมิใจอย่างยิ่งในทีมงานที่ยอดเยี่ยมของ Google และทุกสิ่งที่พวกเราได้ทำร่วมกันสำเร็จ"
ยังไม่มีการเปิดเผยช่วงเวลาที่แน่นอนในการลาออกของเขา ณ เวลาที่ประกาศ LinkedIn ของเขายังคงแสดงตำแหน่ง VP Engineering, Gemini Co-lead อยู่
และหน้าเพจวิจัยอย่างเป็นทางการของ Google ก็ยังระบุว่าเขาเป็น Co-Tech-Lead สำหรับ Gemini
สื่อชั้นนำหลายแห่ง รวมถึง Reuters, Straits Times, และ U.S. News ได้ยืนยันการย้ายทีมครั้งนี้แล้ว
จังหวะเวลานี่ยิ่งทำให้เรื่องนี้ดราม่ายิ่งขึ้น Google เพิ่งจะใช้เงินไป 2.7 พันล้านดอลลาร์เพื่อดึงตัวเขากลับมาในปี 2024 แต่ไม่ถึงสองปีให้หลัง OpenAI ซึ่งยังเป็นบริษัทเอกชนแต่กำลังจะเข้า IPO ก็สามารถดึงตัวเขาไปได้สำเร็จ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความพยายามอย่างสุดโต่งของห้องปฏิบัติการ AI ชั้นแนวหน้าในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักวิจัยชั้นยอด และอำนาจต่อรองมหาศาลที่บุคลากรที่มีพรสวรรค์สูงมีในตลาดปัจจุบัน
แม้จะสูญเสียหลักชัยในทีมผู้นำทางเทคนิคไป แต่ผลิตภัณฑ์ AI สำหรับผู้บริโภคของ Google ก็กำลังอยู่ในจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์:
เส้นทางของ Noam Shazeer สะท้อนภาพการเดินทางของอุตสาหกรรม AI ได้เป็นอย่างดี: การทำงานวิจัยพื้นฐานที่ยักษ์ใหญ่เทคฯ, การลาออกด้วยความผิดหวังเพื่อไปสร้างสตาร์ทอัพ, การหวนคืนที่มาพร้อมกับดีลมูลค่ามหาศาล, และตอนนี้คือการกระโดดไปหาคู่แข่งที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ มีบุคคลเพียงไม่กี่คนที่สะท้อนพลังของตลาดได้โดยตรงขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าทางเทคนิคที่ประเมินค่าไม่ได้, ค่าตอบแทนที่พุ่งสูง, และการแข่งขันกันอย่างดุเดือดขององค์กรต่างๆ ที่กำลังปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของภูมิทัศน์เทคโนโลยี
ตำแหน่งของ Google ยังคงน่าเกรงขาม แต่ในอุตสาหกรรมที่นักวิจัยเพียงคนเดียวสามารถพลิกสมดุลของการแข่งขันมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้ การย้ายทีมของ Shazeer ไปสู่ OpenAI คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าสงครามเพื่อแย่งชิงบุคลากร AI ยังคงดำเนินต่อไปและยังห่างไกลจากคำว่ายุติ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Noam Shazeer ผู้ร่วมคิดค้นสถาปัตยกรรม Transformer และหัวหน้าร่วมทีม Google Gemini ประกาศเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ว่าเขาจะลาออกจาก Google เพื่อไปร่วมงานกับ OpenAI ก่อนที่ OpenAI จะเสนอขายหุ้น IPO — การเคลื่อนไหวครั...
Noam Shazeer ผู้ร่วมคิดค้นสถาปัตยกรรม Transformer และหัวหน้าร่วมทีม Google Gemini ประกาศเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ว่าเขาจะลาออกจาก Google เพื่อไปร่วมงานกับ OpenAI ก่อนที่ OpenAI จะเสนอขายหุ้น IPO — การเคลื่อนไหวครั... Shazeer คือหนึ่งในนักวิจัย AI ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ออกแบบกลไก Multi Head Attention และ Residual Architecture ของ Transformer เป็นผู้บุกเบิกโมเดล Mixture of Experts และเป็นผู้ก่อตั้ง Charac...
การจากไปของเขาตอกย้ำให้เห็นถึงการแข่งขันด้านบุคลากร AI ระดับหัวกะทิที่ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ว่าในขณะนี้ Gemini ของ Google จะมีผู้ใช้งานทะลุ 750 ล้านรายต่อเดือน และสามารถลดช่องว่างทางการตลาดกับ ChatGPT ลงได้อย่างต่อเนื่อง
Loading comments...
Comments
0 comments