งานแรกที่เหมาะกับมือใหม่ควรเป็นงานที่คุณตรวจได้เร็ว เช่น:
งานที่แคบและชัดมักประเมินผลได้ง่ายกว่างานกว้าง ๆ เช่น พิมพ์ว่า อธิบายเจเนอเรทีฟ AI ให้มือใหม่ใน 5 ข้อ จะใช้ได้ดีกว่า อธิบาย AI เพราะประโยคแรกบอกทั้งงาน กลุ่มผู้อ่าน ความยาว และรูปแบบคำตอบ
พรอมป์ต์ที่กว้างเกินไปทำให้ AI ต้องเดาเองมากเกินจำเป็น พรอมป์ต์ที่ดีควรบอกงาน ผู้อ่าน ขอบเขต และผลลัพธ์ที่ต้องการให้ชัด
| พรอมป์ต์กว้างเกินไป | พรอมป์ต์ที่ดีกว่า |
|---|---|
| เขียนอีเมลให้หน่อย | ร่างอีเมลสุภาพประมาณ 150 คำ เพื่อขอเลื่อนกำหนดส่งงานกับหัวหน้างานออกไป 2 วัน เพราะฉันกำลังรอความคิดเห็นจากทีมอื่น |
| อธิบาย AI | อธิบายเจเนอเรทีฟ AI ให้มือใหม่ใน 5 ข้อ พร้อมตัวอย่างง่าย ๆ 1 ตัวอย่าง และไม่ใช้ศัพท์เทคนิค |
| หาไอเดียให้หน่อย | เสนอไอเดียระดมทุนของโรงเรียน 10 ข้อ โดยแต่ละข้อมี 1 ประโยคอธิบายว่าทำไมจึงน่าจะใช้ได้ |
| ทำให้ดีขึ้น | เขียนย่อหน้านี้ใหม่ให้ชัดขึ้นและเป็นมืออาชีพขึ้น โดยคงความหมายเดิมไว้ |
จำง่าย ๆ คือ บอกว่าอยากได้อะไร ทำไมเรื่องนั้นสำคัญ มีข้อจำกัดอะไร และอยากให้ตอบในรูปแบบไหน
สรุปข้อความด้านล่างสำหรับมือใหม่เป็น 5 ข้อ ใช้ภาษาง่าย และใส่ประเด็นสำคัญที่สุด 3 เรื่อง
เขียนย่อหน้านี้ใหม่ให้ชัดขึ้นและเป็นมืออาชีพขึ้น คงความหมายเดิมไว้ ทำให้สั้นลง และหลีกเลี่ยงศัพท์เฉพาะ
เสนอไอเดีย 10 ข้อสำหรับ [โครงการหรือหัวข้อ] โดยแต่ละข้อมี 1 ประโยคอธิบายว่าทำไมจึงน่าจะใช้ได้
อธิบาย [หัวข้อ] เหมือนฉันอายุ 12 ปี ใช้ตัวอย่างง่าย ๆ และหลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิค
เปลี่ยนโน้ตเหล่านี้ให้เป็นเช็กลิสต์ทีละขั้น จัดลำดับให้สมเหตุสมผล และบอกด้วยว่ามีข้อมูลอะไรที่ดูเหมือนยังขาดไป
เปรียบเทียบ [ตัวเลือก A] กับ [ตัวเลือก B] สำหรับ [สถานการณ์ของฉัน] ทำเป็นตารางที่มีข้อดี ข้อเสีย ค่าใช้จ่าย และกรณีที่เหมาะที่สุด
พรอมป์ต์แรกไม่ต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป ให้มองคำตอบแรกเหมือนร่างแรก แล้วค่อยปรับต่อ
คำถามต่อที่ใช้บ่อย:
หลายครั้งคำตอบจะมีประโยชน์จริงเมื่อคุณถามต่อ ถ้าคำตอบกว้างเกินไป ให้เพิ่มบริบท ถ้าละเอียดเกินไป ให้กำหนดความยาว ถ้าน้ำเสียงไม่เหมาะกับผู้อ่าน ให้บอกโทนที่ต้องการให้ชัด
การเขียนพรอมป์ต์ดีเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของทักษะ คำแนะนำสำหรับมือใหม่เรื่อง prompt engineering มักวางคู่กับการใช้ AI อย่างปลอดภัย เพราะผู้ใช้ยังต้องระวังความผิดพลาดและความเสี่ยงจากคำตอบของ AI
ก่อนนำคำตอบจาก AI ไปใช้จริง ควรตรวจอย่างน้อยดังนี้:
สำหรับเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง ลองถามต่อว่า: ช่วยระบุสิ่งที่ยังไม่แน่ใจ และข้อมูลที่ต้องมีก่อนให้คำตอบสุดท้าย
ถ้าต้องการเส้นทางเรียนแบบเป็นระบบ ให้เริ่มจากแหล่งเรียนรู้สำหรับมือใหม่ Learn Prompting ระบุว่าคอร์สเบื้องต้นของตนออกแบบสำหรับผู้อ่านที่ไม่ใช่สายเทคนิคและอาจเพิ่งรู้จักเจเนอเรทีฟ AI กับ prompt engineering ส่วน IBM อธิบายคู่มือ prompt engineering ของตนว่าเป็นแหล่งรวมเครื่องมือ บทเรียน และตัวอย่างการใช้งานจริงสำหรับผู้เรียนทุกระดับ
ขณะที่ Prompting Guide จัดเนื้อหาเป็นหมวด เช่น พื้นฐานของการเขียนพรอมป์ต์ องค์ประกอบของพรอมป์ต์ เคล็ดลับทั่วไป ตัวอย่าง และเทคนิคการพรอมป์ต์
หัวใจของการใช้ AI ให้ได้ผลคือระบุงานให้ชัด ให้บริบทที่จำเป็น ตั้งขอบเขต และบอกให้ชัดว่าอยากได้คำตอบหน้าตาแบบไหน