โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่เรียกว่า Sovereign AI หรือ AI ที่ประเทศหรือภูมิภาคสามารถพัฒนา ฝึก และใช้งานได้เองโดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานจากต่างประเทศ
แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับ:
สำหรับฮ่องกง ระบบ AI ถูกออกแบบให้รองรับการใช้งาน สามภาษา ได้แก่ กวางตุ้ง แมนดาริน และอังกฤษ ซึ่งสะท้อนสภาพสังคมและบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ
โมเดลรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นจากศูนย์ แต่ต่อยอดจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ของศูนย์เดียวกัน
ในปี 2025 รัฐบาลฮ่องกงยืนยันว่า HKGAI V1 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ตัวแรกที่พัฒนาในเมือง ถูกสร้างขึ้นผ่านการ ปรับแต่งพารามิเตอร์เต็มรูปแบบ (full‑parameter fine‑tuning) จากโมเดล DeepSeek และฝึกเพิ่มเติมด้วยข้อมูลในพื้นที่
ระบบดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์ม AI ภายในประเทศที่สามารถรองรับการใช้งานของหน่วยงานรัฐและภาคธุรกิจในฮ่องกง
การปรับโมเดล AI ให้ทำงานกับชิปที่ผลิตในประเทศกำลังกลายเป็นประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีน
โมเดล DeepSeek รุ่นใหม่ ๆ ถูกปรับให้รองรับฮาร์ดแวร์หลายแพลตฟอร์ม รวมถึงโปรเซสเซอร์ที่ผลิตในจีน ซึ่งสะท้อนแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่ต้องการลดการพึ่งพา GPU จาก Nvidia
ผลกระทบยังลามไปถึงตลาดการเงิน เมื่อมีการเปิดตัวโมเดล DeepSeek ที่รองรับชิปจีน ความคาดหวังต่อความต้องการชิปในประเทศที่เพิ่มขึ้นทำให้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในจีนและฮ่องกงปรับตัวสูงขึ้น
หาก HKGAI‑V3 เปิดตัวตามแผน ฮ่องกงอาจกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของโมเดล AI ที่สามารถใช้งานได้จริงบนโครงสร้างพื้นฐานภายในภูมิภาค
ระบบลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้ในบริการภาครัฐ ธุรกิจท้องถิ่น และแม้แต่ตลาดต่างประเทศที่ต้องการทางเลือกนอกเหนือจากแพลตฟอร์ม AI จากตะวันตก
แม้รายละเอียดทางเทคนิคของโมเดลใหม่ยังมีข้อมูลจำกัด แต่ทิศทางชัดเจนว่า ฮ่องกงกำลังสร้างสแต็ก AI ที่ผสาน สถาปัตยกรรม DeepSeek กับฮาร์ดแวร์ที่พัฒนาในจีน เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระทางเทคโนโลยีและขยายบทบาทในระบบนิเวศ AI ระดับโลก
Comments
0 comments