ในโปรโตคอลกู้ยืม Oracle มีหน้าที่คล้าย “ป้ายราคากลาง” ให้สัญญาอัจฉริยะใช้ตัดสินว่าหลักประกันมีมูลค่าเท่าใด หากป้ายราคานี้ค้างเก่าหรือชี้ไปยังฟีดผิด ระบบก็อาจอนุมัติวงเงินกู้ที่สูงเกินจริงได้
กรณีของ Solido Money มีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้
ระลอกแรก เกิดขึ้นเวลา 18:21:35 น. UTC ในธุรกรรมเดียวที่เชื่อมหลายขั้นตอนไว้ด้วยกัน ได้แก่ การสลับโทเคน การฝากเป็นหลักประกัน และการสร้าง CASH ธุรกรรมนี้สร้างผลตอบแทนเป็น 266,778,767 SUPRA ต่อมาผู้โจมตีทำรูปแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็นประมาณ 293.7 ล้าน SUPRA
บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน PeckShield ยืนยันการโจมตีและประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ใกล้เคียงกัน
รายละเอียดที่ช่วยจำกัดขอบเขตผลกระทบคือ เงินประมาณ 90% ของยอดที่ถูกขโมยเป็นทรัพย์สินของ Solido Foundation ไม่ใช่เงินของผู้ให้กู้หรือผู้กู้รายย่อย ดังนั้นความเสียหายโดยตรงส่วนใหญ่จึงตกอยู่กับทุนสำรองหรือกองทุนของโครงการเอง ขณะที่การสอบสวนยังต้องติดตามผลกระทบต่อสภาพคล่องและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ต่อไป
Solido Money เผยแพร่รายงานนิติวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์เส้นทางธุรกรรมบนเชน โดยพบว่า
เหตุการณ์ของ Solido เกิดขึ้นเพียง 12 วัน หลังจาก Bonzo Lend โปรโตคอลกู้ยืมบนเครือข่าย Hedera สูญเสียเงินประมาณ 9.05 ล้านดอลลาร์ จากการโจมตี Oracle เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2026
ในกรณีของ Bonzo ผู้โจมตีฝาก 250 SAUCE ซึ่งตามราคาปกติมีมูลค่าเพียงไม่กี่ดอลลาร์ จากนั้นส่งข้อมูลราคา SAUCE/wHBAR ที่ปลอมแปลงจนทำให้มูลค่าโทเคนพุ่งขึ้นราว 12 ลำดับขนาด ช่องโหว่อยู่ที่ตัวตรวจสอบข้อมูลแบบออนไลน์ของ Supra ซึ่งยอมรับข้อมูลราคาที่มีลายเซ็น BLS และคีย์สาธารณะเป็นศูนย์ราวกับเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
ภายในเวลาเพียง 8 วินาที ผู้โจมตีกู้ 6.63 ล้าน USDC และ 34.5 ล้าน wHBAR ออกไปจากพูลสภาพคล่อง
ทั้ง Solido Money และ Bonzo Lend ใช้ Supra เป็นผู้ให้บริการ Oracle แต่ลักษณะความผิดพลาดแตกต่างกัน
แม้เป็นช่องโหว่คนละประเภท แต่ทั้งสองเหตุการณ์สะท้อนความเสี่ยงในชั้นโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน นั่นคือวิธีที่ข้อมูลราคาจาก Oracle ถูกส่งต่อ ตรวจสอบ และนำไปใช้ในโปรโตคอล DeFi การเกิดเหตุการณ์ห่างกันไม่ถึงสองสัปดาห์จึงทำให้ระบบนิเวศ Oracle ของ Supra ถูกจับตาเข้มข้นขึ้น
บทเรียนจาก Solido Money ค่อนข้างตรงไปตรงมา: หากราคาที่สัญญาอัจฉริยะเชื่อถือไม่ตรงกับตลาดจริง ไม่ว่าจะเพราะข้อมูลค้างเก่าหรือการตรวจสอบลายเซ็นผิดพลาด ความเสียหายสามารถลุกลามจากหลักประกันเพียงรายการเดียวไปสู่ทั้งระบบนิเวศ DeFi ได้