ฟิทช์ เรทติ้งส์ ออกรายงาน Global Risk Outlook ประจำไตรมาส 3 ปี 2026 เตือนอย่างเป็นทางการว่าการปรับฐานของตลาด AI กำลังกลายเป็นความเสี่ยงเครดิตโลกครั้งใหญ่ โดยชี้ว่ามูลค่าตลาด S&P 500 ใกล้เคียงกับยุคดอทคอม และมีการออกหุ... ตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกทรุดตัวหนัก โดยเฉพาะกลุ่มชิป ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงเกือบ 11% จนต้อ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What key developments occurred on July 28, 2026, regarding the global technology stock selloff, t. Article summary: On July 28, 2026, three closely interlocking developments unfolded: a deepening global selloff in technology and semiconductor stocks driven by doubts about AI spending sustainability, and Fitch Ratings issuing a formal . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
วันที่ 28 กรกฎาคม 2026 เป็นวันที่ตลาดการเงินโลกสั่นสะเทือน เกิดเหตุการณ์สำคัญสองอย่างที่เชื่อมโยงกันอย่างถึงแก่น เรื่องแรกคือการเทขายหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกครั้งใหญ่ เพราะนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการใช้จ่ายลงทุน AI ส่วนเรื่องที่สองคือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการว่า ‘การปรับฐานของตลาด AI’ (AI Market Correction) กำลังกลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงเครดิตที่สำคัญที่สุดของโลก
ตลาดหุ้นเอเชียนำโดยกลุ่มชิปทรุดตัวลงอย่างหนัก จากความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายมหาศาลของ AI บูม ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงเกือบ 11% จากการเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์หนักหน่วง จนทำให้เกิดการหยุดพักการซื้อขายอัตโนมัติ (Circuit Breaker) และกำลังจะกลายเป็นการปรับตัวรายเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997
ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นร่วงประมาณ 4% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เองก็ไม่รอด Nasdaq 100 ซึ่งเน้นหนักหุ้นเทคโนโลยี ตกลงมา 10% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เข้าสู่โหมด ‘Correction’ อย่างเป็นทางการ สื่อหลายสำนักถึงกับขนานนามวันนี้ว่า ‘Black Tuesday’ สำหรับหุ้นชิปทั่วโลก
แรงขายยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อมีข่าวความคืบหน้าของจีนในการผลิตชิปขั้นสูง รายงานระบุว่าบริษัทจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐได้เริ่มผลิตเครื่องจักรผลิตชิปแบบ Deep-UV Lithography เชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งอาจท้าทายอำนาจของ ASML ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ได้ สิ่งนี้ยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับความกลัวเรื่องการแข่งขันและความยั่งยืนของการใช้จ่าย AI
ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ให้ภาพที่แตกต่างกันออกไป S&P 500 ปิดตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง (+0.02%) ขณะที่ Nasdaq ลดลง 0.18% แต่ Dow Jones กลับเพิ่มขึ้น 0.51% โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยหุ้นบลูชิป ขณะที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันหนัก ในกลุ่มผู้ผลิตชิป Micron Technology ร่วงลงกว่า 7% และหุ้น Nvidia ลดลง 5% หลังจากที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อค้ำประกันสินเชื่อราว 250,000 ล้านดอลลาร์ให้กับ OpenAI ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์
ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์หลัก ปรับตัวลง 2.2% ในวันซื้อขายที่สามติดต่อกัน
ในรายงาน Global Risk Outlook ประจำไตรมาส 3 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้เตือนอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่า บูมของ AI และความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐาน (Correction) กำลังกลายเป็นความเสี่ยงด้านเครดิตที่สำคัญระดับโลก นับเป็นครั้งแรกที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ออกคำเตือนที่รุนแรงถึงขนาดนี้
ฟิทช์ชี้ว่าการประเมินมูลค่าของดัชนี S&P 500 กำลังใกล้เคียงกับระดับที่เคยเห็นในยุคฟองสบู่ดอทคอม และระบุว่าการออกหุ้นกู้ของบริษัทในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 26% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการระดมทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI เพียงแค่ 6 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Alphabet (Google), Nvidia, Meta, Oracle และ SpaceX ก็ออกหุ้นกู้ระดับ Investment Grade คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 182,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ฟิทช์เน้นย้ำว่า ศักยภาพของ AI ในระยะกลางและระยะยาวนั้น “มีความไม่แน่นอนสูง” ทำให้ตลาดมีความเปราะบาง โดยฟิทช์ระบุว่า “การรวมกันของความไม่แน่นอนของรายได้และขอบเขตที่ตลาดทุนและเศรษฐกิจได้ผูกโยงเข้ากับ AI ได้สร้างจุดเปราะบางขึ้นมา”
นอกจากนี้ รายงานของฟิทช์ยังได้ระบุถึงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านและการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุส รวมถึงแรงกดดันจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงต่อประเทศที่ถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับขยะ (Junk-rated) ว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญระยะใกล้เช่นกัน
การเทขายครั้งใหญ่และคำเตือนของฟิทช์มีความเชื่อมโยงกันโดยตรง การร่วงลงของหุ้นเทคโนโยลี ซึ่งเกิดจากความสงสัยว่างบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มหาศาลจะสามารถสร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวังได้หรือไม่นั้น เป็นตัวกระตุ้นให้ฟิทช์ประเมินว่าการปรับฐานของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบต่อเครดิต แหล่งข่าวหลายแห่งชี้ว่า ‘AI Trade’ ซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหุ้นที่สำคัญที่สุด ตอนนี้กลับกลายเป็นแหล่งความเสี่ยงหลัก
ประเด็นสำคัญคือ ความกังวลเรื่อง ‘การเงินแบบหมุนวน’ (Circular Funding) ซึ่งบริษัท AI กู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่อาจไม่สร้างผลตอบแทนตามที่สัญญาไว้ ตัวอย่างเช่น รายงานที่ว่า Nvidia ค้ำประกันสินเชื่อ 250,000 ล้านดอลลาร์ให้ OpenAI และการที่หุ้นบริษัทชิปจีนตัวหนึ่งพุ่งขึ้น 466% ในวันแรกที่ซื้อขาย ล้วนเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่ามูลค่าที่สูงลิ่วและหนี้สินได้ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นแล้ว ฟิทช์เตือนว่าการดึงตัวของตลาดอย่างรุนแรงอาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักในวงกว้างต่อระบบการเงิน เศรษฐกิจมหภาค และเครดิตทั่วโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ออกรายงาน Global Risk Outlook ประจำไตรมาส 3 ปี 2026 เตือนอย่างเป็นทางการว่าการปรับฐานของตลาด AI กำลังกลายเป็นความเสี่ยงเครดิตโลกครั้งใหญ่ โดยชี้ว่ามูลค่าตลาด S&P 500 ใกล้เคียงกับยุคดอทคอม และมีการออกหุ...
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ออกรายงาน Global Risk Outlook ประจำไตรมาส 3 ปี 2026 เตือนอย่างเป็นทางการว่าการปรับฐานของตลาด AI กำลังกลายเป็นความเสี่ยงเครดิตโลกครั้งใหญ่ โดยชี้ว่ามูลค่าตลาด S&P 500 ใกล้เคียงกับยุคดอทคอม และมีการออกหุ... ตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกทรุดตัวหนัก โดยเฉพาะกลุ่มชิป ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงเกือบ 11% จนต้องเปิด Circuit Breaker ถือเป็นการปรับตัวรายเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 ด้าน Nikkei ของญี่ปุ่นร่วง...
ความกังวลจากรายงานที่ว่าบริษัทจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเริ่มผลิตเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง (Deep UV lithography) ซึ่งอาจเทียบชั้นกับ ASML ได้ ยิ่งซ้ำเติมการเทขายในตลาดโลก พร้อมกับหุ้น Nvidia ที่ร่วง 5% หลังจากมีราย...