Xiaomi ถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรก โดยแรม LPDDR6 จะถูกนำไปใช้ในสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นต่อไปของ Xiaomi แม้ SK Hynix จะยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ — โดยระบุว่า "ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าเฉพาะรายได้"
— แต่ความสัมพันธ์นี้แน่นแฟ้นมายาวนานตั้งแต่ปี 2013 ที่ SK Hynix เริ่มส่งมอบแรม LPDDR3 ให้กับ Xiaomi และต่อเนื่องมาจนถึง LPDDR5X
แรมใหม่นี้สร้างบน กระบวนการผลิต 1c (10nm รุ่นที่ 6) ของ SK Hynix แต่ละชิปมีความจุ 16Gb (กิกะบิต)
ตัวเลขประสิทธิภาพหลักๆ คือ:
การผสมผสานระหว่างความเร็วและประสิทธิภาพนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ AI แบบ on-device ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ช่วยให้ประมวลผล AI ได้เร็วขึ้นและยืดอายุแบตเตอรี่
การเปิดตัวกับ Xiaomi ไม่ใช่แค่เรื่องของผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างฐานที่มั่น SK Hynix ใช้พันธมิตรครั้งนี้เพื่อ ดึงดูดแบรนด์สมาร์ทโฟนจีนชั้นนำอื่นๆ เช่น OPPO และ Vivo ขณะเดียวกันก็ ตัดหน้าคู่แข่งในประเทศอย่าง CXMT (ChangXin Memory Technologies) ที่ต้องการฐานลูกค้าในตลาดบ้านเกิดของตัวเอง
สื่อเกาหลี Herald Corp รายงานว่ากลยุทธ์นี้ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของ SK Hynix ที่ CXMT ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะผลิต LPDDR6 ได้เต็มที่ ทำให้ SK Hynix มีช่วงเวลาสำคัญในการล็อกลูกค้าจีน ที่น่าสนใจคือ CXMT ก็เป็นซัพพลายเออร์ของ Huawei, Xiaomi, OPPO และ Alibaba Cloud อยู่แล้ว จึงทำให้สถานการณ์นี้เป็นการแข่งขันกันโดยตรง
กลยุทธ์นี้ดูเหมือนจะได้ผล มีรายงานว่าหลังจาก Xiaomi แล้ว OPPO และ Vivo ก็คาดว่าจะตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Huawei กำลังเผชิญปัญหาซัพพลายของตัวเอง ทำให้คู่แข่งต้องเร่งหาซัพพลายเออร์หน่วยความจำต่างชาติสำหรับรุ่นเรือธงของตน ทางฝั่ง CXMT ก็เริ่มสุ่มตัวอย่าง LPDDR6 และตั้งเป้าผลิตจำนวนมากภายในปลายปี 2026 อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ LPDDR6 คาดว่าจะใช้แรมจาก Samsung และ SK Hynix ก่อน
นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนแล้ว SK Hynix ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันของอุตสาหกรรมในวงกว้างที่จะนำ LPDDR6 เข้าสู่ AI เซิร์ฟเวอร์ผ่าน ฟอร์มแฟคเตอร์ SOCAMM (Small Outline Compression Attached Memory Module) โดย SOCAMM ถูกออกแบบโดย NVIDIA ร่วมกับ SK Hynix, Micron และ Samsung
JEDEC กำลังพัฒนา มาตรฐาน SOCAMM2 ที่ใช้ LPDDR6 ซึ่งมีเป้าหมายที่ โมดูลความจุสูงสุด 512GB — เพิ่มเป็นสองเท่าของ SOCAMM2 LPDDR5X ในปัจจุบัน — โดยเฉพาะสำหรับ การทำงานของ AI แบบ Agentic AI ในดาต้าเซ็นเตอร์ โมดูล SOCAMM ให้แบนด์วิดท์มากกว่าโมดูล DDR ทั่วไปถึง 2.5 เท่า ในขณะที่ใช้พลังงานน้อยกว่าประมาณหนึ่งในสาม
การทำตลาดโมดูล SOCAMM2 ความจุ 512GB มีเป้าหมายใน ช่วงปี 2028–2029 แม้ว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นจาก Agentic AI อาจทำให้ไทม์ไลน์นี้เร็วขึ้น Wccftech รายงานว่า SK Hynix ตั้งใจจะใช้ LPDDR6 สำหรับฟอร์มแฟคเตอร์ SOCAMM ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ AI เซิร์ฟเวอร์ที่กว้างขึ้น
ข้อควรระวัง: สเปค SOCAMM2 512GB เป็นมาตรฐานที่ JEDEC กำลังพัฒนา ยังไม่ใช่คำมั่นสัญญาในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์จริงของ SK Hynix โดยตรง โดยโฟกัสหลักในระยะใกล้ของ SK Hynix กับ LPDDR6 ยังคงอยู่ที่มือถือและ AI แบบ On-Device
LPDDR6 ของ SK Hynix ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของแรมมือถือรุ่นใหม่ — เร็วขึ้น 33%, ประหยัดไฟขึ้น 20% และสร้างบนกระบวนการผลิต 1c เป็นรายแรกของโลก พันธมิตรกับ Xiaomi ช่วยปักธงในกลยุทธ์สมาร์ทโฟน การแข่งขันกับ CXMT ช่วยรักษาตำแหน่งในตลาดพรีเมียมของจีน และแผนงาน SOCAMM2 ชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่ LPDDR6 จะขับเคลื่อนทั้ง AI ดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์พกพาไปพร้อมกัน