Callimacus เป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับสร้างเว็บไซต์และแอปพลิเคชันยุคใหม่ที่เรียกว่า “pageless” หรือประสบการณ์ดิจิทัลที่ไม่ได้แบ่งผู้ใช้ออกเป็นเส้นทางผ่านหน้าเว็บและเมนูแบบตายตัว
แทนที่เว็บไซต์จะพาผู้ชมไล่ไปตามหมวดหมู่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แพลตฟอร์มนี้ใช้ “วงออร์เคสตราของ AI เอเจนต์” เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้ใช้กำลังมองหาอะไร จากนั้นจึงประกอบเนื้อหาและประสบการณ์ที่เหมาะสมขึ้นแบบเรียลไทม์
ระบบดังกล่าวถูกนำมาใช้กับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซของ Brunello Cucinelli โดยอินเทอร์เฟซสามารถปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมและความสนใจของผู้เข้าชม ขณะเดียวกันบริษัทระบุว่าแพลตฟอร์มทำงานโดยไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล
พูดให้เห็นภาพง่ายขึ้น Callimacus พยายามเปลี่ยนการชอปปิงออนไลน์จากการ “ค้นหาสินค้าผ่านเมนู” ให้กลายเป็นการเดินชมร้านที่ระบบดิจิทัลค่อย ๆ ทำความเข้าใจและนำเสนอสิ่งที่ตรงกับผู้มาเยือนแต่ละคน
หัวใจของ Callimacus คือแนวคิดที่ Brunello Cucinelli เรียกว่า “Human Artificial Intelligence” หรือ AI ที่ยังคงความเป็นมนุษย์ไว้ โดยทำหน้าที่เสริม ไม่ใช่เข้ามาแทนที่สติปัญญาและการตัดสินใจของมนุษย์
ระบบให้ความสำคัญกับการรับฟัง ทำความเข้าใจ และต้อนรับผู้เข้าชม ซึ่งสะท้อนประสบการณ์การบริการในบูติกจริง หลักคิดนี้มุ่งออกแบบเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับคุณค่าของมนุษย์ มองเห็นความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ และช่วยเพิ่มบทบาทของมนุษย์ในประสบการณ์ดิจิทัล
สำหรับแบรนด์ลักชัวรี แนวทางนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการซื้อสินค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันหรือความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องราว อารมณ์ และความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ด้วย
Solomei AI เริ่มต้นในปี 2021 ในฐานะทีมวิจัยภายใต้บริษัทโฮลดิ้งของ Brunello Cucinelli ชื่อ Solomei AI อ้างอิงถึงเมือง Solomeo ซึ่งเป็นฐานของบริษัทในอิตาลี
Francesco Bottigliero ดำรงตำแหน่ง Chief of Humanistic Technology ของ Brunello Cucinelli และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อธิบายแนวคิดเบื้องหลังแพลตฟอร์ม ในโพสต์บน LinkedIn เขาเรียกการลงทุนจาก Salesforce Ventures ว่าเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ซึ่งจะช่วยขยายทีมวิศวกรรมและวิจัย AI ในเมืองมิลาน เร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และผลักดันการเติบโตเชิงพาณิชย์ในยุโรปและอเมริกาเหนือ
หลังพัฒนามาประมาณสามปี Callimacus มีเป้าหมายเปลี่ยนอีคอมเมิร์ซให้เป็นประสบการณ์ค้นพบอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็นเพียงกระบวนการเลือกสินค้าแล้วชำระเงิน
ข้อมูลระยะแรกระบุว่าผู้เข้าชมใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้น สำรวจสินค้าได้ลึกขึ้น และมีสัญญาณการมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนเป็นลูกค้าที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับอีคอมเมิร์ซแบบเดิม Brunello Cucinelli ระบุว่าเขาเชื่อว่าแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้บริษัทเติบโต “ทั้งในแง่รายได้และความรู้”
จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ยังไม่พบความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง Salesforce กับ Brunello Cucinelli ก่อนการลงทุนครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม 2026 Brunello Cucinelli เคยกล่าวว่า บริษัทมี “ช่องทางการสื่อสารที่เปิดไว้แล้วกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีบางราย” หลังผู้บริหารจากซิลิคอนแวลลีย์แสดงความสนใจต่อ Callimacus หนึ่งในนั้นคือ Harley Finkelstein ซีอีโอของ Shopify ซึ่งแสดงความสนใจที่จะเดินทางไปเยือน Solomeo
ดังนั้น การประกาศเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 จึงดูเหมือนจะเป็นความเชื่อมโยงโดยตรงครั้งแรกในเชิงการเงินและกลยุทธ์ระหว่าง Salesforce กับ Brunello Cucinelli
การลงทุนใน Solomei AI ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สอดคล้องกับแผนขยายธุรกิจ AI ครั้งใหญ่ของ Salesforce ในยุโรปตลอดปี 2026 โดยมีการประกาศการลงทุนสำคัญในหลายประเทศ ได้แก่
เมื่อมองในภาพรวม ดีล Solomei AI ทำให้ Salesforce ได้เพิ่มแพลตฟอร์ม AI จากอิตาลีที่มีจุดขายเฉพาะทางเข้าสู่เครือข่ายการลงทุน ขณะที่ Callimacus ได้ทั้งเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และโอกาสขยายตลาดในระดับนานาชาติ
ประเด็นสำคัญของ Callimacus ไม่ได้อยู่ที่การนำ AI มาใส่ในเว็บไซต์เท่านั้น แต่อยู่ที่การเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับเว็บไซต์และอีคอมเมิร์ซ จากเดิมที่แบรนด์เป็นผู้กำหนดโครงสร้างและเส้นทางการใช้งานทั้งหมด ไปสู่ระบบที่ปรับประสบการณ์ตาม “เจตนา” ของผู้ใช้แบบต่อเนื่อง
หากแนวทางนี้ขยายตัวได้จริง เว็บไซต์ในอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องมีหน้าแรก เมนู หรือเส้นทางการนำทางแบบที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอีกต่อไป แต่จะทำหน้าที่คล้ายผู้ช่วยดิจิทัลที่คอยจัดลำดับเนื้อหาและสินค้าให้เหมาะกับบริบทของแต่ละคน โดยยังมีโจทย์สำคัญเรื่องความเป็นส่วนตัว คุณภาพของคำแนะนำ และการรักษาความเป็นมนุษย์ของประสบการณ์อยู่เช่นเดิม