สิ่งที่หายไปคือ torque ทองคำของ Lady of Vix หรือสร้อยคอแบบวงแหวนแข็งปลายเปิดของชาวเซลติก น้ำหนักประมาณ 480 กรัม คาดว่าสร้างขึ้นในช่วง ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล หรือราว 500 ปีก่อนคริสตกาล
แม้ทองคำในชิ้นงานจะมีมูลค่าตามราคาตลาดไม่ถึง 60,000 ยูโร แต่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีนั้นประเมินไม่ได้ และอาจมีมูลค่าสูงถึงหลายล้านยูโรในตลาดมืดของโบราณวัตถุ ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือหนึ่งในผลงานชิ้นเอกด้านงานทองของเซลติกที่ยังหลงเหลืออยู่
สร้อยคอนี้เป็นส่วนหนึ่งของ สมบัติ Vix (Trésor de Vix) กลุ่มเครื่องประดับและสิ่งของหรูหราจากวัฒนธรรมเซลติก รวมถึงวัตถุที่ได้รับอิทธิพลจากกรีกและอิทรัสกัน ซึ่งถูกค้นพบในปี 1953 โดยนักโบราณคดี René Joffroy และ Maurice Moisson
แหล่งค้นพบอยู่ในสุสานของสตรีชนชั้นปกครองเซลติก ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Lady of Vix ที่บริเวณ Mont Lassois ใกล้เมือง Vix ในแคว้นเบอร์กันดี การค้นพบครั้งนั้นช่วยเปลี่ยนความเข้าใจของนักวิชาการเกี่ยวกับชนชั้นสูงเซลติกยุคแรกและเครือข่ายการค้าระหว่างยุโรปกับโลกเมดิเตอร์เรเนียน
สร้อยคอทองคำดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในชิ้นสำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์ เคียงคู่กับ Vix krater ภาชนะสำริดขนาดมหึมาสำหรับใส่ไวน์ที่สร้างขึ้นในโลกกรีก
ก่อนการขโมยครั้งสำเร็จ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยตกเป็นเป้าหมายมาแล้วสองครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าความพยายามทั้งสองครั้งเกี่ยวข้องกับการขโมยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมหรือไม่
ในเดือน ธันวาคม 1973 คนร้ายเคยขโมยรูปปั้นสำริดของ Bacchus เทพเจ้าโรมันในวัยเด็ก ซึ่งมีอายุราวศตวรรษที่ 1 พร้อมเหรียญโรมันประมาณ 5,000 เหรียญจากพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวกัน
รูปปั้นสูงประมาณ 40 เซนติเมตรถูกพบในเวลาต่อมา และส่งคืนจากกรุงอัมสเตอร์ดัมในเดือน กุมภาพันธ์ 2022 โดย Arthur Brand นักสืบงานศิลป์ชาวดัตช์ หลังหายไปเกือบ 50 ปี จากนั้นจึงถูกนำกลับมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์อีกครั้ง
เหตุขโมยสร้อยคอ Vix ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการโจรกรรมพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสและอิตาลีในช่วงปี 2025–2026 โดยมีเหตุสำคัญที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่
สื่อฝรั่งเศสบางส่วนเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “วิกฤตความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์” โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เก็บรักษาวัตถุมีค่าซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายของแก๊งอาชญากรรม
สำนักงานตำรวจทหารฝรั่งเศส หรือ gendarmerie เปิดการสอบสวนทันทีหลังเกิดเหตุ ต่อมาคดีถูกส่งให้ JIRS แห่งเมืองน็องซี หรือศาลตุลาการเฉพาะทางระหว่างภูมิภาคที่ดูแลคดีอาชญากรรมองค์กร
การโอนคดีดังกล่าวสะท้อนว่าอัยการกำลังสอบสวนในข้อหา ลักทรัพย์โดยร่วมกันเป็นแก๊งอาชญากรรม (vol en bande organisée) ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำพยานและวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด
ณ รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ยังไม่มีผู้ถูกจับกุม และยังไม่พบสร้อยคอทองคำของ Lady of Vix
พิพิธภัณฑ์ถูกสั่งปิดทันทีหลังเกิดเหตุ และยังไม่มีกำหนดเปิดให้ประชาชนเข้าชมอีกครั้ง Jérémie Brigand นายกเทศมนตรีเมืองชาโตียง-ซูร์-แซนและประธานกลุ่มองค์กรปกครองท้องถิ่นที่กำกับดูแลพิพิธภัณฑ์ เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “หายนะครั้งใหญ่” ของเมือง พร้อมแสดงความตกใจที่การขโมยกลางวันแสก ๆ เกิดขึ้นได้ แม้พิพิธภัณฑ์จะเคยถูกพยายามบุกรุกมาแล้วถึงสองครั้ง
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| วันที่เกิดเหตุ | 24 กรกฎาคม 2026 |
| เวลา | ประมาณ 10.00–10.30 น. |
| ผู้ก่อเหตุ | 2 คน ไม่ปิดบังใบหน้า และซื้อตั๋วเข้าชม |
| วิธีการ | ทุบตู้จัดแสดงและหลบหนีออกทางเข้าหลัก |
| วัตถุที่ถูกขโมย | Torque ทองคำหนัก 480 กรัม จากศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล |
| บริบททางโบราณคดี | สมบัติ Vix ค้นพบในปี 1953 |
| ความพยายามก่อเหตุก่อนหน้า | พฤศจิกายน 2025 และคืนวันที่ 17–18 กรกฎาคม 2026 |
| เหตุขโมยครั้งก่อนที่พิพิธภัณฑ์ | รูปปั้น Bacchus ของโรมันในปี 1973 กู้คืนได้ในปี 2022 |
| หน่วยงานสอบสวน | JIRS เมืองน็องซี — คดีลักทรัพย์โดยร่วมกันเป็นแก๊ง |
| การจับกุม | ยังไม่มี |
| พบสร้อยคอแล้วหรือไม่ | ยังไม่พบ |
| สถานะพิพิธภัณฑ์ | ปิดไม่มีกำหนด |