นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่เลขาธิการสหประชาชาติซึ่งยังดำรงตำแหน่งเดินทางไปไซปรัส นับตั้งแต่บัน คีมูน เยือนนิโคเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2010
กูเตอร์เรสเดินทางถึงไซปรัสในช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงของยูเอ็น ซึ่งรวมถึงโรสแมรี ดิการ์โล และฌอง-ปิแอร์ ลาครัวซ์ รองเลขาธิการสหประชาชาติ
ยูเอ็นระบุว่า ภารกิจของเขาคือการ “เดินหน้ากระบวนการสันติภาพและสนับสนุนเสถียรภาพบนเกาะ” ภายใต้ภารกิจ Good Offices หรือบทบาทการอำนวยความสะดวกทางการทูตของเลขาธิการสหประชาชาติในประเด็นไซปรัส
กำหนดการสำคัญประกอบด้วยการพบหารือกับผู้นำของทั้งสองฝ่าย ได้แก่ นิกอส คริสโตดูลิดิส ผู้นำไซปรัสกรีก และทูฟาน แอร์ฮือร์มาน ผู้นำไซปรัสตุรกี รวมถึงการพบร่วมกันและการรับประทานอาหารค่ำแบบส่วนตัว กูเตอร์เรสยังเดินทางไปเยือนคณะกรรมการว่าด้วยบุคคลสูญหาย หรือ CMP และจัดการแถลงข่าวในวันสุดท้ายของการเยือน
ความคาดหวังหลักไม่ได้อยู่ที่การประกาศแผนสันติภาพแบบครอบคลุมฉบับใหม่ทันที แต่อยู่ที่การสำรวจกรอบการดำเนินงานซึ่งเชื่อมโยงมาตรการสร้างความไว้วางใจที่ทำได้จริงเข้ากับประเด็นทางการเมืองและข้อตกลงสันติภาพ
แหล่งข่าวทางการทูตของยูเอ็นระบุว่า กูเตอร์เรสต้องการให้การพบผู้นำในนิโคเซียได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเสียก่อน จึงจะผลักดันกระบวนการไปสู่การประชุมไม่เป็นทางการแบบขยายในรูปแบบ “5+1”
รูปแบบดังกล่าวประกอบด้วยตัวแทนจากสองชุมชนในไซปรัส สหประชาชาติ และประเทศผู้ค้ำประกัน 3 ประเทศ ได้แก่ กรีซ ตุรกี และสหราชอาณาจักร หากเกิดขึ้น การประชุมนี้จะเป็นเวทีสำคัญสำหรับพิจารณาว่ามีเงื่อนไขเพียงพอที่จะกลับเข้าสู่การเจรจาอย่างจริงจังหรือไม่
ความพยายามครั้งนี้ต่อยอดจากการหารือก่อนหน้านี้ โดยคริสโตดูลิดิสเคยกล่าวในเดือนพฤษภาคมว่า อาจมีกรอบข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้ภายในสิ้นปี 2026 และสนับสนุนให้จัดการประชุมแบบขยายในช่วงฤดูร้อน โฆษกรัฐบาลคอนสแตนตินอส เลติมบิโอติส ย้ำว่า การเยือนครั้งนี้ “ไม่ใช่การเยือนเชิงพิธีการ” แต่มีเป้าหมายเพื่อสร้างเงื่อนไขสำหรับการเริ่มการเจรจาอีกครั้ง
ไซปรัสถูกแบ่งแยกมาตั้งแต่ปี 1974 หลังการรัฐประหารที่ได้รับการสนับสนุนจากกรีซ ตามด้วยการแทรกแซงทางทหารของตุรกี ปัจจุบันเกาะแห่งนี้แบ่งเป็นสาธารณรัฐไซปรัสทางตอนใต้ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติและมีชาวไซปรัสกรีกเป็นผู้นำ กับสาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือทางตอนเหนือ ซึ่งได้รับการรับรองจากตุรกีเพียงประเทศเดียว
พื้นที่คั่นกลางระหว่างสองฝ่ายอยู่ภายใต้การลาดตระเวนของกองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติในไซปรัส หรือ UNFICYP การเจรจาสันติภาพครั้งล่าสุดที่เมืองครานส์-มอนตานา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ล่มลงในปี 2017 ขณะที่การประชุมไม่เป็นทางการที่นครเจนีวาในปี 2021 ก็ไม่สามารถหาจุดร่วมได้
ตลอดปี 2025–2026 มาเรีย อังเฆลา โอลกิน ทูตส่วนตัวของกูเตอร์เรส เดินทางหารือกับฝ่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการฟื้นกระบวนการเจรจาและเตรียมพื้นฐานสำหรับการเยือนครั้งนี้
ในเดือนมกราคม 2026 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติยืนยันอีกครั้งว่า ทางออกของปัญหาไซปรัสควรตั้งอยู่บนหลักการ “สหพันธรัฐแบบสองเขตแดนและสองชุมชน” หรือการจัดตั้งรัฐสหพันธรัฐที่แต่ละชุมชนมีเขตปกครองของตนเองภายใต้โครงสร้างการเมืองร่วมกัน
ความสำคัญของการเยือนครั้งนี้เพิ่มขึ้นจากข้อเท็จจริงที่วาระของกูเตอร์เรสจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 ทำให้ช่วงเวลาที่เหลืออาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการผลักดันประเด็นไซปรัสให้เกิดกรอบการเจรจาที่ชัดเจน ก่อนส่งต่อภารกิจให้เลขาธิการคนใหม่
เจ้าหน้าที่ไซปรัสและยูเอ็นต่างเรียกการเยือนครั้งนี้ว่า “มีความสำคัญอย่างยิ่ง” เพราะเป็นการลงพื้นที่ของเลขาธิการยูเอ็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ขณะเดียวกัน รัฐบาลไซปรัสกรีกแสดงท่าที “มองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง” ส่วนแอร์ฮือร์มานหวังว่าการเยือนจะช่วยให้ทั้งสองฝ่าย “เข้าใจกันมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม การพบปะครั้งนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงได้ทันที ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนบรรยากาศทางการทูตให้กลายเป็นการเจรจาที่มีเนื้อหาและผลลัพธ์จริง นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นี่อาจเป็น “โอกาสที่เป็นจริงได้ครั้งสุดท้าย” สำหรับข้อตกลงแบบสหพันธรัฐ ก่อนที่การแบ่งแยกจะฝังรากลึกยิ่งกว่าเดิม