ในทางตรงกันข้าม Bitcoin ลดลงเพียงประมาณ 6% ในช่วงเวลาเดียวกัน รายงานที่อ้างถึง Financial Times ระบุว่าแรงฉุดสำคัญมาจากการปรับลดมูลค่าการถือครอง Private และการลงทุนลักษณะ Venture ที่มีสภาพคล่องต่ำ นั่นหมายความว่า ช่องว่างระหว่างผลตอบแทนของกองทุนกับ Bitcoin ไม่ได้เกิดจากการเคลื่อนไหวของตลาดโทเคนเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพอร์ตที่ขายออกได้ยากเมื่อภาวะตลาดเปลี่ยนทิศ
BH Digital เคยทำผลงานได้โดดเด่น โดยมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 43% ในปี 2023 และกองทุนแบบหลายกลยุทธ์ทำได้ประมาณ 51.3% ในปี 2024 การพลิกจากกำไรระดับกว่า 50% มาเป็นขาดทุนเกือบ 30% ในเวลาเพียงหนึ่งปี จึงสะท้อนความเสี่ยงของการพึ่งพาการลงทุนคริปโตระยะเริ่มต้นและสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำมากเกินไป
มีรายงานจาก LinkedIn ฉบับหนึ่งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ที่เชื่อมโยงความเสียหายส่วนหนึ่งกับ “flash crash” ของสกุลเงินดิจิทัล Mantra และระบุว่า BH Digital สูญเสียเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งดังกล่าวเป็นรายงานของผู้ใช้บน LinkedIn ขณะที่รายงานที่ถูกอ้างถึงในหลายสำนักชี้กว้างกว่านั้นว่า การปรับมูลค่าการลงทุน Private และ Venture เป็นแรงกดดันหลัก
Gautam Sharma ซึ่งดำรงตำแหน่งซีอีโอของฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ Brevan Howard ลาออกในเดือนสิงหาคม 2025 หลังทำงานกับบริษัทประมาณห้าปี โดย Brevan Howard ระบุว่าจะไม่แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่
ก่อนหน้านั้นในเดือนพฤษภาคม 2025 Chris Rayner-Cook ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน หรือ CIO ของฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัล เขาเคยเป็น Global Head of Trading and Financing ที่ Coinbase และเคยทำงานกับ Millennium Management, Citadel รวมถึง Brevan Howard เอง โปรไฟล์ของเขายังระบุประสบการณ์ร่วมก่อตั้งธุรกิจ Tokenization ซึ่งขายกิจการให้ R3 ได้สำเร็จ
David Kalk อดีตบุคลากรของ Thiel Capital ก็เข้าร่วมทีมในตำแหน่งผู้จัดการพอร์ต เพื่อช่วยขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคริปโต
สัญญาณแรกของการเปลี่ยนทิศคือการยกระดับกรอบบริหารความเสี่ยง โดยมีสรุปจากแวดวงอุตสาหกรรมระบุว่า BH Digital ภายใต้ Rayner-Cook กำลังใช้ “กรอบบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด”
แนวทางนี้ตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นในปี 2025 โดยตรง นั่นคือการกระจุกตัวในสินทรัพย์ Venture ที่ไม่คล่องตัวและไม่สามารถลดสถานะได้อย่างรวดเร็วเมื่อราคาหรือความเชื่อมั่นในตลาดเปลี่ยนแปลง
BH Digital เปิดตัว “พอร์ตเชิงธีม” ที่มุ่งเน้นระบบนิเวศ Stablecoin Stablecoin คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบให้มีมูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์อย่างดอลลาร์สหรัฐ ความสนใจของกองทุนจึงขยับจากการเก็งกำไรโทเคนที่ผันผวนและการลงทุนในสตาร์ตอัประยะเริ่มต้น ไปยังธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่มีโอกาสสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 Augustus สตาร์ตอัปที่กำลังพัฒนา Clearing Bank สำหรับ Stablecoin และเงินที่ตั้งโปรแกรมได้ ประกาศระดมทุน Series B ได้ 180 ล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าบริษัท 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมี Tiger Global Management เป็นผู้นำการลงทุน
Brevan Howard Digital มีรายชื่อเป็นผู้ลงทุนร่วมกับ Tiger Global, Hummingbird, QED ตลอดจนผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารจาก Nubank, Ramp, Circle และ Deel รวมถึง Balaji Srinivasan และ Soma Capital
Augustus ไม่ได้เป็นเพียงการเดิมพันกับโทเคนที่ราคาแกว่งแรง แต่กำลังสร้างธนาคาร Clearing ที่ได้รับอนุมัติในระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ โดยวางระบบรอบ Stablecoin เงินที่ตั้งโปรแกรมได้ และการชำระบัญชีแบบต่อเนื่องตลอดเวลา ในเดือนพฤษภาคม 2026 สำนักงานผู้ควบคุมเงินตราสหรัฐฯ หรือ OCC ได้ให้การอนุมัติเบื้องต้นแบบมีเงื่อนไขสำหรับใบอนุญาตธนาคารแห่งชาติแบบให้บริการเต็มรูปแบบแก่ Augustus
ดีลดังกล่าวจึงสะท้อนการลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐานเงินดอลลาร์” ที่มีกรอบกำกับดูแลและรายได้จากบริการ มากกว่าการไล่ตามผลตอบแทนจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง แม้การลงทุนในสตาร์ตอัปจะยังมีความเสี่ยงอยู่ก็ตาม
| ปัจจัย | หลักฐาน |
|---|---|
| ผลงานปี 2023 | BH Digital ให้ผลตอบแทน 43% |
| ผลงานปี 2024 | กองทุนแบบหลายกลยุทธ์ให้ผลตอบแทน 51.3% |
| ผลงานปี 2025 | ขาดทุน 29.5% ซึ่งเป็นปีที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ขณะที่ Bitcoin ลดลงประมาณ 6% |
| ผลงานหลังปรับกลยุทธ์ | มีรายงานว่าการควบคุมความเสี่ยงที่เข้มขึ้นทำให้ผลการดำเนินงานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเป็นบวกในระดับพอประมาณ |
| ผลงานของกองทุนหลัก | Master Fund ของ Brevan Howard เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% ในปี 2025 ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งหลายราย |
| การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร | Gautam Sharma ออกจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม 2025 และตำแหน่งซีอีโอจะไม่ถูกแต่งตั้งแทน |
| ผู้นำคนใหม่ | Chris Rayner-Cook ซึ่งเคยทำงานกับ Coinbase, Millennium และ Citadel ได้รับแต่งตั้งเป็น CIO ในเดือนพฤษภาคม 2025 |
การเปลี่ยนทิศของ BH Digital เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากผลการดำเนินงานของบริษัทแม่และความไม่แน่นอนของตลาดคริปโตที่กำลังเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2026 Master Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักของ Brevan Howard ทำผลตอบแทนได้เพียง 0.8% ในปี 2025 และตามหลังคู่แข่งที่ทำกำไรได้เป็นเลขสองหลัก
ภายใต้ Chris Rayner-Cook กลยุทธ์ใหม่จึงมี 3 แกนหลัก ได้แก่ การคุมความเสี่ยงให้เข้มงวดขึ้น, การสร้างพอร์ต Stablecoin แบบมีธีม และ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รอบ Series B ของ Augustus
สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การถอนตัวจากสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เป็นการเปลี่ยนจุดเน้น จากการรับความเสี่ยงผ่านโทเคนผันผวนและการลงทุน Venture ที่ประเมินมูลค่าได้ยาก ไปสู่ระบบการชำระเงินและโครงสร้างพื้นฐานเงินดอลลาร์ที่อาจสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและมีความผันผวนของผลตอบแทนน้อยกว่า
การจากไปของ Sharma การยกเลิกตำแหน่งซีอีโอ ผลงานที่อ่อนแอของแพลตฟอร์มแมโครโดยรวมในปี 2025 และแนวโน้มตลาดคริปโตที่ยังไม่แน่นอน ล้วนเป็นบริบทที่ทำให้การปรับพอร์ตครั้งนี้มีความชัดเจนมากขึ้น: Brevan Howard Digital กำลังเลือกโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin เป็นทางเดินใหม่ แทนการพึ่งพาการลงทุนคริปโตที่สภาพคล่องต่ำและผันผวนสูงแบบเดิม