ก่อนหน้านี้ Threads เคยทดสอบการเรียกใช้ Meta AI ในโพสต์สาธารณะ โดยให้ผู้ใช้แท็ก AI เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ ข่าวด่วน หรือคำแนะนำ ฟีเจอร์ดังกล่าวทดสอบใน 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย เม็กซิโก อาร์เจนตินา และสิงคโปร์
การเปิดตัวครั้งใหม่ขยายช่องทางดังกล่าวไปยัง DM ทั่วโลก ผู้ใช้จึงสามารถเปิดแชตกับ Meta AI โดยตรง และคำตอบของ AI จะไม่ปรากฏเป็นโพสต์บนฟีดสาธารณะ
Meta ระบุว่าการออกแบบนี้มาจากเสียงตอบรับของชุมชน ผู้ใช้ต้องการความช่วยเหลือจาก AI โดยไม่ต้องเผยแพร่คำถามให้คนทั้งแพลตฟอร์มเห็น
การทำงานของฟีเจอร์ถูกผนวกเข้ากับระบบส่งข้อความของ Threads โดยมีความสามารถหลักดังนี้
อย่างไรก็ตาม ใน 5 ประเทศที่เคยทดสอบ AI บนฟีดสาธารณะ โพสต์ของ Meta AI ยังคงปรากฏได้ ผู้ใช้ทำได้เพียงปิดเสียงบัญชีดังกล่าว ไม่สามารถบล็อกบัญชี @MetaAI ได้อย่างสมบูรณ์
ประเด็นสำคัญที่สุดของฟีเจอร์นี้อยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง “ไม่แสดงให้ผู้ใช้ Threads คนอื่นเห็น” กับ “เข้ารหัสจนแพลตฟอร์มอ่านไม่ได้”
ระบบ DM ของ Threads ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025 ไม่มีการเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง หรือ end-to-end encryption (E2EE) เช่นเดียวกับ WhatsApp โครงสร้างนี้ถูกนำมาใช้กับการสนทนากับ Meta AI ด้วย ดังนั้นแชตจึงไม่ใช่การสื่อสารที่มีเพียงผู้ส่งกับผู้รับเท่านั้นที่เข้าถึงเนื้อหาได้
ข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนหรือส่งให้ Meta AI อาจถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงโมเดล AI โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Meta ที่อัปเดตในเดือนธันวาคม 2025 มุ่งอธิบายการใช้ข้อมูลจากการโต้ตอบกับฟีเจอร์ AI โดยเฉพาะ
Meta ยังเตือนผู้ใช้ว่า ผู้ร่วมสนทนาอาจนำข้อความหรือรูปภาพจากแชตไปแชร์กับ Meta AI เพื่อใช้ฟังก์ชัน AI จึงควรระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่ต้องการให้ระบบ AI เห็น
นอกเหนือจาก Threads แล้ว Meta มีกำหนดยกเลิกตัวเลือกการเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทางใน Instagram DM ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2026 นักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเฝ้าระวังและการใช้ข้อมูลในทางที่ไม่เหมาะสม
ทิศทางนี้ทำให้เกิดคำถามว่า Meta กำลังขยับบริการส่งข้อความในหลายแพลตฟอร์มไปสู่ระบบที่บริษัทมองเห็นเนื้อหาได้มากขึ้นหรือไม่
แม้ Meta จะโฆษณา Incognito chat ว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างแท้จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญและสื่อด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง Malwarebytes มองว่าคำอธิบายเรื่องความเป็นส่วนตัวของ Meta ค่อนข้างสับสน
แชต Meta AI ตามปกติยังอยู่ในโหมดที่บริษัทเข้าถึงได้ ส่วน Incognito chat เป็นบทสนทนาชั่วคราวแบบข้อความเท่านั้น และทำงานในสภาพแวดล้อมแบบแยกออกมา หรือ sandbox
สรุปสั้น ๆ: แชตกับ Meta AI ใน Threads ไม่ได้เข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง Meta อาจเข้าถึงเนื้อหาได้ และข้อมูลที่แชร์อาจถูกใช้เพื่อฝึกหรือปรับปรุงโมเดล AI
การเปิดตัวนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มปุ่มแชต แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันและยุทธศาสตร์ AI ที่ใหญ่กว่าของ Meta
การผสาน Meta AI เข้ากับ Threads มีรูปแบบใกล้เคียงกับ Grok ของ X ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ขอข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ ข่าว และคำแนะนำได้โดยไม่ต้องย้ายไปใช้แพลตฟอร์มคู่แข่ง
เมื่อ AI อยู่ใน DM ของ Threads ผู้ใช้สามารถส่งโพสต์และถามคำถามต่อได้โดยไม่ต้องสลับไปใช้ ChatGPT, Google Gemini หรือ Claude นี่ช่วยลดแรงจูงใจในการพึ่งพาผู้ช่วย AI จากบริษัทอื่น
Meta กำลังลงทุนทั้งในโมเดลของตัวเอง เช่น Llama และ Muse Spark โครงสร้างพื้นฐาน AI และระบบตัวแทน AI หรือ AI agents บริษัทวางทิศทางการเติบโตให้ใกล้เคียงกับการเป็น “แพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจร” มากกว่าการเป็นบริษัทโซเชียลมีเดียและโฆษณาเพียงอย่างเดียว
สำหรับปี 2025 Meta ระบุแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ราว 66,000–72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน Meta AI ถูกวางไว้ใน Facebook, Instagram, Messenger, WhatsApp และ Threads ทำให้ Meta สามารถสร้างประสบการณ์ผู้ช่วยเดียวกันบนเครือข่ายบริการของบริษัท
ในมุมธุรกิจ การเชื่อมโยงหลายแอปช่วยให้ Meta มีบริบทจากกิจกรรมบนแพลตฟอร์มจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันกับบริการอย่าง X และ Bluesky
Threads มีผู้ใช้งานต่อเดือนทะลุ 500 ล้านคนในเดือนมิถุนายน 2026 ขณะที่ Meta รายงานว่าการปรับปรุงระบบด้วย AI ในไตรมาส 4 ของปี 2025 ช่วยเพิ่มเวลาที่ผู้ใช้ใช้บนแพลตฟอร์ม 20%
เมื่อ Threads เริ่มทยอยแสดงโฆษณาทั่วโลกด้วย ทุกนาทีที่ผู้ใช้ใช้บนแพลตฟอร์มจึงมีความสำคัญต่อรายได้มากขึ้น การเพิ่ม AI เข้าไปใน DM อาจช่วยให้ผู้ใช้มีเหตุผลในการกลับมาเปิด Threads และอยู่ในแอปนานขึ้น
Meta AI ใน Threads มีประโยชน์จริง ทั้งการตอบคำถามเร็ว ๆ การขอคำอธิบายเทรนด์ และการวิเคราะห์โพสต์โดยไม่ต้องออกจากแอป แต่ความสะดวกนี้มาพร้อมกับข้อแลกเปลี่ยนด้านข้อมูลอย่างชัดเจน
หากให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ควรปฏิบัติดังนี้
ท้ายที่สุด ฟีเจอร์นี้สะท้อนทิศทางสำคัญของวงการโซเชียลมีเดีย: AI กำลังย้ายจากการเป็นเครื่องมือแยกต่างหากเข้ามาอยู่ในช่องสนทนาที่ผู้ใช้เปิดทุกวัน ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปก็ยังตรวจสอบแนวทางการจัดการข้อมูลของ Meta อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ใช้ การตัดสินใจจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใช้ AI ได้หรือไม่” แต่อยู่ที่ว่า จะใช้ความสะดวกของมันโดยยอมรับระดับการมองเห็นข้อมูลแบบใด