แต่ไม่นานหลังจากนั้น ทำเนียบขาวกล่าวหาว่า Moonshot ใช้เทคนิค “กลั่นโมเดล” เพื่อดึงความสามารถจาก Fable ของ Anthropic โดยไม่ได้รับอนุญาต และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ส่งสัญญาณว่าอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรกับบริษัทจีนที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ
คำว่า “open-weight” หมายถึงการเผยแพร่ไฟล์น้ำหนักที่ผ่านการฝึกแล้ว เพื่อให้นักพัฒนา นักวิจัย และองค์กรสามารถดาวน์โหลด นำไปใช้งาน ปรับแต่ง หรือรันบนโครงสร้างพื้นฐานของตัวเองได้ แตกต่างจากโมเดลปิดที่ผู้ใช้เข้าถึงได้ผ่านบริการหรือ API ของบริษัทเป็นหลัก
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม Michael Kratsios ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว กล่าวหาต่อสาธารณะว่า Moonshot ดำเนินการ “กลั่นโมเดลในระดับอุตสาหกรรมอย่างลับ ๆ” เพื่อดึงความสามารถจากโมเดล Fable 5 ของ Anthropic มาพัฒนา K3
ในบริบทของ AI “การกลั่นโมเดล” (model distillation) คือเทคนิคที่ให้โมเดลขนาดเล็กกว่าเรียนรู้จากคำตอบหรือพฤติกรรมของโมเดลขนาดใหญ่กว่า เทคนิคนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการพัฒนา AI แต่ประเด็นที่กำลังถกเถียงคือการนำผลลัพธ์ของโมเดลที่มีกรรมสิทธิ์ไปใช้ในระดับใดจึงจะกลายเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
Kratsios ยังกล่าวหาอีกว่า Moonshot เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งชิป Nvidia GB300 ผ่านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย เพื่อนำไปฝึก K3 ซึ่งอาจขัดต่อมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวทาง Fox Business ว่า มาตรการคว่ำบาตรยังคง “อยู่บนโต๊ะ” สำหรับบริษัท AI จีนที่ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ และอ้างถึงกรณี Moonshot โดยตรง นอกจากนี้ เขายังโพสต์บน X ว่า “โอเพนซอร์สไม่ใช่ใบอนุญาตให้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของอเมริกา”
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังเป็นข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์หรือคำตัดสินทางกฎหมายแล้ว
Moonshot AI ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่า K3 เกิดจากการวิจัยและนวัตกรรมของบริษัทเอง รัฐบาลจีนก็ปฏิเสธคำกล่าวของสหรัฐฯ เช่นกัน พร้อมกล่าวหาวอชิงตันว่าใช้ข้อกล่าวหาที่มีแรงจูงใจทางการเมือง และย้ำว่าการกลั่นโมเดลเป็นเทคนิคการฝึก AI ที่ใช้อย่างแพร่หลายและเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรม
ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หลายรายก็แสดงความสงสัยต่อข้อกล่าวหาของทำเนียบขาว โดยชี้ว่า Fable เพิ่งเปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้ประมาณสองสัปดาห์ก่อน Kimi K3 เปิดตัว จึงอาจเป็นช่วงเวลาที่สั้นเกินไปสำหรับการกลั่นโมเดลในระดับใหญ่ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
วันที่ 24–25 กรกฎาคม 2026 บริษัทเทคโนโลยี 25 แห่ง ซึ่งรวมถึง Nvidia, Microsoft, Meta, IBM, Palantir, Hugging Face, Mistral และ Perplexity ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกชื่อ “Open Weights and American AI Leadership”
จดหมายดังกล่าวเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการออกข้อจำกัดแบบครอบคลุมและเร่งรีบต่อโมเดล AI แบบเปิดน้ำหนัก โดยให้เหตุผลว่าการจำกัดโมเดลลักษณะนี้อาจทำลายความสามารถในการแข่งขันและลดแรงจูงใจด้านนวัตกรรมของสหรัฐฯ
กลุ่มบริษัทผู้ลงชื่อยังปกป้องการกลั่นโมเดลว่าเป็น “เทคนิคการพัฒนาที่มีมานานหลายทศวรรษ” พร้อมเรียกร้องให้แยกแยะระหว่างการใช้เทคนิคดังกล่าวกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่
แรงต้านนี้เกิดขึ้นโดยตรงท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการกลั่นโมเดลของทำเนียบขาว และข้อเสนอให้เพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออกไฟล์น้ำหนักของโมเดล AI
สื่อและนักวิเคราะห์หลายรายเปรียบการเปิดตัว K3 กับ “DeepSeek Moment” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมตระหนักอย่างฉับพลันว่าโมเดล AI แบบเปิดจากจีนสามารถทำผลงานทัดเทียมหรือเข้าใกล้ระบบ AI ระดับแนวหน้าของสหรัฐฯ ได้
การเปรียบเทียบนี้ย้อนกลับไปถึงแรงสั่นสะเทือนที่ DeepSeek R1 สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ในปี 2026 โดยทั้ง R1 และ K3 ทำให้เกิดคำถามว่า บริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องพึ่งพาโมเดลปิดที่มีต้นทุนสูงและเข้าถึงได้เฉพาะผ่านแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการหรือไม่
K3 ยิ่งทำให้คำถามนี้ชัดเจนขึ้นด้วยขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ ความสามารถด้านภาพ และหน้าต่างบริบท 1 ล้านโทเคน ขณะเดียวกัน การเปิดให้ดาวน์โหลดน้ำหนักโมเดลก็ทำให้ประเด็นการแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่รวมถึงว่าใครจะควบคุมโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ AI ในอนาคตด้วย
Moonshot AI เผยแพร่น้ำหนักโมเดล Kimi K3 ให้ดาวน์โหลดได้ตามกำหนดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ทำให้นักพัฒนาและนักวิจัยสามารถเข้าถึงโมเดลได้โดยตรง รายงานหนึ่งระบุว่าไฟล์มีขนาดประมาณ 594 กิกะไบต์ในรูปแบบ MXFP4 ดั้งเดิม และอาจมีขนาดสูงถึง 1.4 เทราไบต์ ขึ้นอยู่กับวิธีทำ quantization
แม้ในขณะนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้ดำเนินมาตรการบังคับใช้ต่อ Moonshot อย่างเป็นทางการ แต่คำขู่เรื่องการคว่ำบาตรและการขึ้นบัญชี Entity List ยังคงแขวนอยู่เหนือบริษัท เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นจุดปะทุสำคัญของการแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยมีโมเดลแบบเปิดน้ำหนักเป็นศูนย์กลางของข้อถกเถียงเรื่องนวัตกรรม ความมั่นคงแห่งชาติ และทรัพย์สินทางปัญญา
ท้ายที่สุด Kimi K3 อาจถูกจดจำไม่ใช่แค่ในฐานะโมเดล AI แบบเปิดน้ำหนักที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของคำถามใหญ่ในยุค AI ระดับแนวหน้า นั่นคือ โลกควรเปิดให้เทคโนโลยีแพร่กระจายเพื่อเร่งนวัตกรรม หรือควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อปกป้องความปลอดภัยและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา