มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แก่ เด็กหญิงวัย 9 ปีและหญิงวัย 23 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเป็น 25 ราย โดยในจำนวนนี้มีเด็กหลายคน เมืองเชอร์นิฮิฟประกาศวันไว้อาลัยในวันที่ 27 กรกฎาคม เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต
เมืองคาร์คิฟถูกโจมตีด้วยอาวุธปล่อยจากโดรนแบบ Banderol และโดรนเพิ่มเติม โดยมีอาคารบ้านพักส่วนตัวในเขตสโลบิดสกีเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับความเสียหาย
ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัย 40 ปี และมีผู้บาดเจ็บ 16 ราย รวมถึงลูก 2 คนของเธอ รายงานช่วงแรกระบุจำนวนผู้บาดเจ็บ 6 ราย ก่อนตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเป็น 16 รายในช่วงค่ำ หลังเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์เพิ่มเติม
กองกำลังรัสเซียใช้ระเบิดนำวิถีทางอากาศ หรือ KAB โจมตีสถานที่พลเรือนในเมืองซาโปริซเซีย ทำให้ชาย 1 รายเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย อาคารที่พักอาศัย อาคารอื่น ๆ และสถานศึกษาได้รับความเสียหาย
ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงเดียวกัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่ารัสเซียโจมตีพื้นที่ 50 ชุมชนในแคว้นซาโปริซเซียรวม 1,029 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 12 รายจากการโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว
กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธบอลลิสติก 7 ลูกและส่งโดรน 136 ลำเข้าโจมตียูเครนในช่วงกลางคืน โดยกรุงเคียฟถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 กรกฎาคม
มีรายงานเหตุเพลิงไหม้ใน 3 เขตของกรุงเคียฟ และพลเรือน 3 รายได้รับบาดเจ็บ ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
อีวาน ปรีคอดโก นายกเทศมนตรีฮอร์ลิฟกาซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยฝ่ายรัสเซีย ระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนทำให้พลเรือน 4 รายเสียชีวิตในเมืองฮอร์ลิฟกา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของแคว้นโดเนตสก์ที่รัสเซียยึดครอง
รายงานอีกฉบับระบุว่า ก่อนมีการยืนยันผู้เสียชีวิต มีพลเรือน 7 รายได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีในช่วงเช้าวันเดียวกัน ยูเครนยังไม่ได้ออกความเห็นต่อรายงานดังกล่าว
เหตุการณ์วันที่ 26 กรกฎาคมเกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่ความสูญเสียของพลเรือนยูเครนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีการอ้างว่าครึ่งแรกของปี 2026 มีพลเรือนเสียชีวิตที่สหประชาชาติยืนยันแล้ว 1,396 ราย และเพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าภายในกลางเดือนกรกฎาคมมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอย่างน้อย 240 ราย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของสหประชาชาติทั้ง 1,396 ราย อัตราเพิ่มขึ้น 37% และผู้เสียชีวิตเพิ่ม 240 ราย ยังไม่ได้รับการตรวจสอบซ้ำโดยตรงจากผลการค้นคว้าที่ใช้จัดทำบทความนี้ จึงควรถือเป็นตัวเลขที่ต้องรอการยืนยันจากภารกิจติดตามสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในยูเครน หรือ HRMMU ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับสถิติพลเรือนในสงครามนี้
สำหรับวันที่ 26 กรกฎาคม แหล่งข่าวระหว่างประเทศรายงานว่าการโจมตีของรัสเซียในยูเครนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ขณะที่ฝ่ายรัสเซียระบุว่าการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนในฮอร์ลิฟกาทำให้พลเรือนเสียชีวิต 4 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตที่มีการรายงานจากทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างน้อย 10 ราย
ข้อควรระวังในการอ่านตัวเลข: ตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในพื้นที่สงครามอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยและโรงพยาบาลตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งรายงานจากแต่ละฝ่ายอาจมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงพื้นที่และการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ