เหตุผลสำคัญไม่ได้มาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นภาพรวมของการฟื้นตัวหลังภัยพิบัติ เศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง การลงทุนในภาคอุตสาหกรรม และการยกระดับกฎเกณฑ์กำกับดูแล
ไต้ฝุ่นยางิ ซึ่งพัดถล่มเวียดนามในเดือนกันยายน 2024 ถูกระบุว่าเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดซึ่งพัดเข้าสู่เวียดนามในรอบ 30 ปี ความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมประเมินว่าอยู่ที่มากกว่า 80,000 พันล้านดองเวียดนาม หรือราว 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าสินไหมประกันภัยอยู่ที่ประมาณ 297 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจประกันวินาศภัย แต่ตลาดก็แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างชัดเจน AM Best ระบุว่า กำไรจากการดำเนินงานในปี 2025 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปี 2024 โดยได้แรงหนุนจากผลกำไรด้านการรับประกันภัยที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ตลาดทยอยฟื้นจากผลกระทบของไต้ฝุ่นยางิ
สัญญาณการฟื้นตัวยังเห็นได้จากตลาดหุ้น โดยราคาหุ้นบริษัทประกันเวียดนามกลับมาฟื้นตัวภายในไม่กี่สัปดาห์หลังปรับลดลงในช่วงแรก ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าภาคธุรกิจสามารถรับมือกับเหตุการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่และกลับเข้าสู่ภาวะดำเนินงานตามปกติได้ค่อนข้างเร็ว
AM Best ระบุโดยตรงว่า “ความต้องการที่แข็งแกร่ง การนำเทคโนโลยีมาใช้ และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแรง” คือแรงขับเคลื่อนหลักของมุมมอง Stable
การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และการส่งออกที่ยังยืดหยุ่น ล้วนช่วยสนับสนุนความต้องการประกันภัยเชิงพาณิชย์และผลประกอบการจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน โครงการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุปทาน
ในปี 2025 รายได้เบี้ยประกันภัยรวมทั้งตลาดเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 237.2 ล้านล้านดอง เพิ่มขึ้น 4.0% จากปีก่อน และแนวโน้มเชิงบวกนี้ต่อเนื่องไปถึงครึ่งแรกของปี 2026
การนำเทคโนโลยีมาใช้ยังช่วยให้บริษัทประกันปรับปรุงกระบวนการขาย การประเมินความเสี่ยง และการจัดการสินไหมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ตลาดจะเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นก็ตาม
อีกปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI โดยเฉพาะการลงทุนในภาคการผลิตมูลค่าสูง
ตัวเลข FDI ของเวียดนามในปี 2025 ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก ได้แก่
ภาคคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์ด้านออปติกเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลัก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 กลุ่มธุรกิจดังกล่าวคิดเป็นมากกว่า 19% ของ FDI ภาคการผลิตที่จดทะเบียนใหม่ และมีโครงการใหม่ 99 โครงการ
นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนามไปยังสหรัฐฯ ยังมีมูลค่าแซงหน้าการส่งออกเสื้อผ้าเป็นครั้งแรกในปี 2025 สะท้อนความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมนี้ต่อเศรษฐกิจเวียดนาม
เมื่อโรงงานและโครงการลงทุนใหม่เพิ่มขึ้น ความต้องการประกันภัยก็ขยายตามไปด้วย ตั้งแต่ประกันทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ ประกันภัยการก่อสร้างและวิศวกรรม ไปจนถึงประกันความรับผิดและประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ การลงทุนในอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง และการขนส่งจึงช่วยสร้างฐานรายได้ระยะยาวให้บริษัทประกันวินาศภัย
AM Best ยังเชื่อมโยงแนวโน้มเศรษฐกิจเชิงบวกของเวียดนามเข้ากับการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตดีและ FDI ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงผลักดันจากการลงทุนทั่วโลกในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
มุมมอง Stable ของเวียดนามยังสอดคล้องกับภาพรวมตลาดประกันวินาศภัยในเอเชียแปซิฟิกที่โดยทั่วไปยังมีเสถียรภาพ AM Best ยังคงมุมมอง Stable ต่อตลาดประกันวินาศภัยของอินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น โดยแต่ละตลาดมีปัจจัยสนับสนุนแตกต่างกัน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ การกำกับดูแล และอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ตลาดประกันภัยต่อวินาศภัยทั่วโลกก็มีมุมมอง Stable ณ เดือนมกราคม 2026 ส่วน Fitch Ratings ระบุว่า แม้บริษัทประกันวินาศภัยในเอเชียแปซิฟิกจะเผชิญต้นทุนสินไหมที่สูงขึ้นและแรงกดดันต่ออัตรากำไรจากการรับประกันภัย แต่ตลาดส่วนใหญ่ยังคงมีแนวโน้มทรงตัว โดยจีนและไต้หวันเป็นตลาดที่มีแนวโน้มถดถอยในปี 2026 จากแรงกดดันด้านสินไหม
สำหรับเวียดนาม การปรับปรุงกฎระเบียบที่ช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยงและธรรมาภิบาลของบริษัท เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของตลาด และทำให้มาตรฐานการดำเนินงานสอดคล้องกับทิศทางของภูมิภาคมากขึ้น
AM Best คงมุมมอง Stable ต่อตลาดประกันวินาศภัยเวียดนาม เพราะเห็นสัญญาณฟื้นตัวของผลประกอบการหลังไต้ฝุ่นยางิ เบี้ยประกันที่ยังเติบโต เศรษฐกิจและการส่งออกที่แข็งแกร่ง รวมถึงการขยายตัวของ FDI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
แรงส่งเหล่านี้กำลังเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง และโลจิสติกส์ ซึ่งล้วนเป็นตลาดสำคัญของประกันภัยเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกัน การยกระดับกฎเกณฑ์กำกับดูแลก็ช่วยลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ทำให้แนวโน้มของตลาดเวียดนามยังคงสอดคล้องกับภาพรวมที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพของเอเชียแปซิฟิก