Anti-stall คือระบบความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ดับ โดยจะตัดกำลังเมื่อระบบตรวจพบว่ารอบเครื่องยนต์กำลังตกจนเสี่ยงต่อการหยุดทำงาน อย่างไรก็ตาม ในกรณีของรัสเซลล์ ปัญหาเกิดจากการตอบสนองระหว่างคันเร่งกับรอบเครื่องยนต์ของชุดขับเคลื่อนใหม่ที่ติดตั้งเป็นหน่วยที่ 4 ของฤดูกาล
โตโต วูล์ฟฟ์ หัวหน้าทีม Mercedes อธิบายว่า รัสเซลล์กดคันเร่งราว 10 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เครื่องยนต์เร่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แต่เมื่อเขาผ่อนคันเร่ง เครื่องยนต์กลับไม่สามารถรักษากำลังไว้ได้ จึงเข้าสู่โหมด anti-stall วูล์ฟฟ์ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่ความผิดของรัสเซลล์ แต่เป็นความรับผิดชอบของทีม พร้อมยอมรับว่า Mercedes มี “ความผิดพลาดมากเกินไป”
รัสเซลล์เล่าถึงช่วงเวลาดังกล่าวว่า เขากำลังประคองคันเร่งเพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ ก่อนที่เครื่องยนต์จะเริ่ม “ทำงานสะเปะสะปะไปหมด” ประมาณ 4 วินาทีก่อนการออกตัว
แม้จะเสียตำแหน่งไปเกือบทั้งสนามตั้งแต่โค้งแรก รัสเซลล์ยังคงเดินหน้าบุกแซงอย่างต่อเนื่อง จนไต่กลับเข้าสู่กลุ่มเก็บคะแนนและจบการแข่งขันในอันดับ 7
จังหวะการขับของเขาแข็งแกร่งพอที่จะพลิกสถานการณ์จากความเสียหายครั้งใหญ่ให้กลายเป็นการเก็บแต้มที่มีค่า นอกจากนี้ การที่ออสการ์ ปิแอสตรีต้องออกจากการแข่งขันในช่วงท้ายจากปัญหาเกียร์ ก็ช่วยให้รัสเซลล์ขยับอันดับขึ้นมาได้อีกหนึ่งตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ผลงานดังกล่าวยังไม่เพียงพอสำหรับการไล่ล่ากลุ่มหัวแถว รัสเซลล์เข้าเส้นชัยช้ากว่าคิมี อันโตเนลลี เพื่อนร่วมทีมที่จบอันดับ 3 มากกว่า 18 วินาที การกลับมาคว้าอันดับ 7 จึงเป็นการกอบกู้สถานการณ์มากกว่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ช่วยลดช่องว่างในตารางแชมป์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาของรัสเซลล์ไม่ได้เริ่มต้นในวันแข่ง แต่เกิดขึ้นตั้งแต่รอบควอลิฟายวันเสาร์ ในช่วง Q3 รถของเขาสูญเสียแรงดันน้ำหลังอ่างน้ำมันเครื่องแตกร้าว ทำให้มีของเหลวพุ่งไปยังยางในลักษณะที่เจ้าตัวเปรียบเทียบว่าเหมือน “ปืนฉีดน้ำ”
ความเสียหายดังกล่าวเชื่อว่าเกิดขึ้นหลังรถวิ่งทับขอบแทร็กที่โค้ง 4 Mercedes จึงสั่งให้รัสเซลล์หยุดรถบนแทร็กเพื่อความปลอดภัย และตัดสินใจเปลี่ยนชุดขับเคลื่อนก่อนการแข่งขันวันอาทิตย์
ชุดขับเคลื่อนใหม่เป็นหน่วยที่ 4 ของฤดูกาล และเป็นชิ้นส่วนสเปกเดียวกับชุดเดิม ทำให้ยังอยู่ภายในโควตาที่อนุญาตตามกฎ Formula 1 และไม่ทำให้รัสเซลล์โดนโทษกริดสตาร์ต
เหตุการณ์ที่ฮังการีไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงครั้งเดียว รัสเซลล์เดินทางมายังสนามนี้โดยตามหลังอันโตเนลลีอยู่แล้ว 50 คะแนน หลังต้องออกจากการแข่งขันตั้งแต่รอบแรกที่สปา-ฟรองโกชองส์ในสัปดาห์ก่อน
นอกจากนี้ รถของรัสเซลล์ยังมีปัญหาการจ่ายพลังงาน ซึ่งเคยเกิดขึ้นในการแข่งขันช่วงก่อนหน้านี้ และกลับมาแสดงอาการอีกครั้งในสุดสัปดาห์ที่ฮังการี ปัญหาดังกล่าวจำกัดความสามารถของเขาในการต่อสู้กับรถกลุ่มหน้า แม้จังหวะการขับและความเร็วในบางช่วงจะอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งก็ตาม
หลังจบการแข่งขันที่ฮังการี รัสเซลล์ตามหลังอันโตเนลลีอยู่ 59 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีก 12 สนาม ช่องว่างดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายมองว่าโอกาสลุ้นแชมป์ของเขาแทบจบลงแล้ว
อันโตเนลลีจบอันดับ 3 และเดินหน้าเก็บแต้มสำคัญ ขณะที่รัสเซลล์ต้องใช้ทั้งความเร็วและความพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาอันดับ 7 หลังเจอปัญหาตั้งแต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน ความแตกต่างของผลงานระหว่างนักขับ Mercedes สองคนจึงยิ่งขยายออกไป
เมื่อถูกถามถึงความผิดหวังครั้งล่าสุด รัสเซลล์ตอบสั้น ๆ ว่า “Add it to the list” หรือ “บวกมันเข้าไปในรายการปัญหาได้เลย” เขายอมรับว่าฤดูกาลนี้เป็นเหมือน “รถไฟเหาะ” แต่ยังตั้งเป้ากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมหลังพักเบรกฤดูร้อน
สำหรับรัสเซลล์ การจบอันดับ 7 แสดงให้เห็นว่าเขายังมีความเร็วและความสามารถในการกอบกู้สถานการณ์ แต่หาก Mercedes ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือและการจ่ายพลังงานได้ การไล่ตามอันโตเนลลีในช่วงที่เหลือของฤดูกาลอาจเป็นภารกิจที่ยากเกินกว่าจะพลิกกลับมาได้