| วันที่ | จำนวน (ETH) | มูลค่าโดยประมาณ | คู่สัญญา/ช่องทาง | ราคาประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| 15 ก.ค. | 646 ETH | ~1.24 ล้านเหรียญ | Galaxy Digital (OTC ผ่าน FalconX) | ~$1,920 |
| 15 ก.ค. | 1,293 ETH | ~2.48 ล้านเหรียญ | ผ่าน FalconX | ~$1,920 |
| 20 ก.ค. | 1,332.5 ETH | ~2.53 ล้านเหรียญ | กระเป๋าที่ Lookonchain ตรวจจับได้ | ~$1,899 |
| 26 ก.ค. | 644.723 ETH | ~1.2 ล้านเหรียญ | FalconX (OTC) | ~$1,860 |
การซื้อในวันที่ 15 กรกฎาคมเกิดขึ้นห่างกันเพียงไม่กี่นาที โดย Hayes โอน USDC มูลค่า 1.25 ล้านเหรียญไปยัง FalconX หลังจากนั้น Galaxy Digital ก็ส่ง ETH จำนวน 646 เหรียญไปยังกระเป๋าของเขาในรูปแบบ OTC ก่อนจะตามด้วยการซื้อในกระดานอีก 1,293 ETH
การสะสมของ Hayes เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เขาขาดทุนจริงๆ ในเดือนมิถุนายน 2026 เขาได้ขาย ETH จำนวน 6,000 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $1,690 ทำให้เกิดการขาดทุนประมาณ 606,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับต้นทุนเดิมที่ประมาณ $1,793 ต่อเหรียญ การขายครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งสะสม ETH ไปประมาณ 5,900 เหรียญ ด้วยมูลค่า 10.58 ล้านเหรียญในช่วงกลางเดือนมิถุนายน
นักวิเคราะห์มองว่ารูปแบบนี้เป็น การเทรดแบบเก็งกำไรระยะสั้น (Tactical Range-Trading) มากกว่าการถือครองตามความเชื่อมั่น (conviction) เพราะการกลับมาซื้ออย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากเทขายเป็นล้านเหรียญ ชี้ให้เห็นว่าเขากำลังเล่นเกมกับความผันผวนของราคา ไม่ใช่การสะสมเพื่อถือระยะยาว การซื้อของเขากระจุกตัวอยู่ในโซน $1,860–$1,920 ซึ่งเป็นช่วงที่ ETH กำลังทดสอบและทะลุแนวโน้มขาลง (descending trendline) ที่มีมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026
ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2026 ETH ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $1,880 ส่งผลให้พอร์ตของ Hayes มีสถานะขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงประมาณ 113,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 1.5% ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่ $1,908.86 ที่เขาซื้อมา การขาดทุนนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าพอร์ตโดยรวมของเขา และอาจกลับมาเป็นกำไรได้ทันทีหากราคาปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย
Hayes เริ่มซื้อในวันที่ 15 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ ETH กำลังซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $1,920 หลังจากดีดตัวขึ้นจากโซนแนวรับ $1,700 ในช่วงเวลานั้น Ethereum เพิ่งผลักดันราคาขึ้นเหนือ เส้นแนวโน้มขาลง (descending trendline) ที่กดราคามาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และกำลังย่อตัวลงมาทดสอบ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 50 วัน (50-day EMA) ที่ประมาณ $1,806 อีกครั้ง
ภายในวันที่ 21 กรกฎาคม ETH ยืนยันการเบรก แนวโน้มขาลงระยะยาว (year-long downtrend) จากเดือนสิงหาคม 2025 ได้สำเร็จ โดยขึ้นไปถึง $1,932 และแตะระดับสูงสุดในวันนั้นที่ $1,951 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน การซื้อของ Hayes ในวันที่ 20 กรกฎาคมที่ราคาประมาณ $1,899 นั้นตรงกับช่วงที่ราคากำลังย่อตัวลงมาทดสอบแนวต้านเดิมที่เพิ่งเบรกขึ้นไป (retest) การซื้อของเขาเกิดขึ้นก่อนและในช่วงเวลาที่แนวโน้มทางเทคนิคกำลังเปลี่ยนเป็น bullish ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการสะสมของวาฬใน จุดเปลี่ยนสำคัญทางเทคนิค
นับตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2026 ปริมาณ Ethereum ที่อยู่ในกระดานเทรด (Exchange Reserves) ลดลงถึง 253,000 ETH ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนจำนวนมากกำลังย้ายเหรียญไปเก็บไว้ในกระเป๋าส่วนตัว (self-custody) ซึ่งช่วยลดอุปทานเหรียญที่พร้อมจะขายในตลาด การลดลงของปริมาณเหรียญในกระดานนี้เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างที่ช่วยสนับสนุนการเบรกแนวโน้มทางเทคนิคที่ Hayes วางตำแหน่งไว้
สิ่งที่สำคัญคือ Hayes เลือกที่จะซื้อผ่านดีล OTC กับ Galaxy Digital และ FalconX แทนที่จะซื้อจากกระดานเทรดสาธารณะ วิธีนี้ช่วยลดปริมาณ ETH ที่มีอยู่ในตลาดโดยตรงโดยไม่กระทบต่อราคาในขณะนั้น ซึ่งเป็นเทคนิคที่สอดคล้องกับการสะสมของวาฬในขณะที่อุปทานกำลังตึงตัว
Arthur Hayes สะสม ETH ไปประมาณ 3,915 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ย ~$1,909 ขณะนี้กำลังขาดทุนเล็กน้อยประมาณ 113,000 ดอลลาร์ และเข้าซื้อในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคที่สำคัญ (การเบรกแนวโน้มขาลง + การดีดตัวจากเส้น EMA 50 วัน) ขณะเดียวกับที่ปริมาณเหรียญในกระดานกำลังลดลง การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันเชิงกลยุทธ์ต่อการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนของ ETH แต่จะเป็นการถือระยะยาวหรือแค่เก็งกำไรระยะสั้นนั้น ยังคงเป็นคำถามที่ต้องติดตามต่อไป แต่ข้อมูลบนเครือข่ายชัดเจนว่า: Hayes กำลังซื้อในช่วงที่อุปทานตึงตัว ณ จุดเปลี่ยนสำคัญทางเทคนิค