“ค่าธรรมเนียมธุรกรรมของ Bitcoin เติบโตไม่เร็วพอที่จะทดแทนเงินรางวัลบล็อก” เขากล่าว พร้อมชี้ว่าเงินรางวัลจะลดลงเป็นระยะทุก 4 ปี หากค่าธรรมเนียมไม่เพิ่มขึ้นมากพอ โมเดลเศรษฐกิจที่ให้ผู้ขุดพึ่งพาค่าธรรมเนียมแทน Bitcoin ที่สร้างใหม่ก็จะเผชิญช่องว่างขนาดใหญ่
จากมุมมองนี้ Thiel จึงไม่เห็นว่า Bitcoin จะกลายเป็นเครือข่ายสำหรับการจ่ายเงินในชีวิตประจำวัน แต่กำลังเปลี่ยนไปเป็น สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์และสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่า ที่มีลักษณะคล้าย “ทองคำดิจิทัล”
ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อเดือนมกราคม 2026 เขากล่าวว่า Bitcoin กำลังขยับจากการลงทุนเชิงเก็งกำไรไปสู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ โดยปัจจัยอย่างสภาพคล่อง พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์มีบทบาทต่อราคาเพิ่มขึ้น
หาก Bitcoin ไม่ใช่โครงสร้างหลักสำหรับการซื้อขายในแต่ละวัน แล้วใครจะเข้ามารับหน้าที่นี้? คำตอบของ Thiel คือ Stablecoin
Stablecoin คือคริปโตเคอร์เรนซีที่ออกแบบให้มูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยมักอ้างอิงกับสินทรัพย์อย่างเงินดอลลาร์สหรัฐ Thiel คาดว่า Stablecoin จะรองรับธุรกรรมเชิงพาณิชย์และการชำระบัญชีส่วนใหญ่ในโลกคริปโต ขณะที่ Bitcoin จะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่อยู่เบื้องหลังระบบ
ในภาพอนาคตของเขา การชำระเงินในชีวิตประจำวัน การโอนเงินข้ามประเทศ รวมถึงธุรกรรมระหว่างระบบ AI จะเกิดขึ้นบนชั้นของ Stablecoin มากกว่าบนบล็อกเชนหลักของ Bitcoin โดยตรง ส่วน Bitcoin จะรักษาบทบาทที่แคบลงแต่มีความสำคัญในฐานะสินทรัพย์สำรอง
จุดที่ทำให้มุมมองของ Thiel แตกต่างจากการวิเคราะห์เชิงทฤษฎี คือเขามองว่าบริษัทขุด Bitcoin มีทรัพยากรที่ผู้ให้บริการคลาวด์ AI รายใหญ่ หรือ hyperscaler ไม่สามารถสร้างขึ้นได้เร็วพอ ได้แก่
Thiel เชื่อว่าบริษัทขุด Bitcoin สามารถกลายเป็น “ชั้นล่างสุด” ของระบบประมวลผล AI ด้วยการจัดหาพลังงานต้นทุนต่ำและยืดหยุ่น ซึ่งสลับการใช้งานระหว่างการขุด Bitcoin กับงาน AI ได้ตามสภาพตลาดและความต้องการไฟฟ้า
เขายังสนับสนุนแนวคิด “inference at the edge” หรือการนำงานประมวลผลเพื่อให้ AI ตอบสนองไปทำในไซต์ขุดที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ แทนการรวมทุกอย่างไว้ในคลาวด์ภูมิภาคเดียว
แรงจูงใจทางธุรกิจค่อนข้างชัดเจน โดยข้อมูลอุตสาหกรรมที่ MARA นำมาอ้างระบุว่า งาน AI อาจสร้างรายได้ราว 25 ดอลลาร์ต่อหน่วยไฟฟ้า เทียบกับการขุด Bitcoin
MARA ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพูดถึงอนาคต บริษัทเดินหน้าปรับตัวด้วยการลงทุนและการทำข้อตกลงหลายรายการ เพื่อเปลี่ยนจากบริษัทขุด Bitcoin เป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ช่วงต้นปี 2026 MARA ประกาศความร่วมมือกับ Starwood Capital Group เพื่อนำไซต์ขุด Bitcoin ที่มีอยู่มาปรับเป็นดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI และการประมวลผลสมรรถนะสูง หรือ HPC โดยโครงการนำร่องเริ่มดำเนินการแล้ว
เป้าหมายระยะแรกอยู่ที่กำลังการผลิตประมาณ 1 กิกะวัตต์ และมีแผนขยายให้เกิน 2.5 กิกะวัตต์
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026 MARA ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อ Long Ridge Energy & Power มูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมภาระหนี้เดิมที่รับมาด้วย
สินทรัพย์สำคัญคือโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 505 เมกะวัตต์ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นฐานพลังงานสำหรับการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ AI ของ MARA และช่วยให้บริษัทมีไฟฟ้าต้นทุนต่ำที่ควบคุมได้มากขึ้น
บริษัทคาดว่าดีลดังกล่าวจะเพิ่มกำลังการผลิตที่บริษัทเป็นเจ้าของและดำเนินงานเองประมาณ 65% พร้อมเพิ่ม Adjusted EBITDA ต่อปีราว 144 ล้านดอลลาร์
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน MARA ขาย Bitcoin จากเงินสำรองคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.1–1.5 พันล้านดอลลาร์ โดย Thiel ย้ำว่านี่เป็นการจัดสรรเงินทุนเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่การเทขายเพื่อนำไปอุดหนุนค่าใช้จ่ายดำเนินงานแบบเร่งด่วน และบริษัทจะยังคงขุด Bitcoin ต่อไป
ช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 MARA ลดจำนวนพนักงานราว 15% ระหว่างปรับโครงสร้างจากบริษัทขุด Bitcoin ไปสู่บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI
Thiel ยืนยันการลดพนักงานในบันทึกภายใน และอธิบายว่าเป็นการลดขนาดองค์กร “เชิงยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมโยงกับทิศทางใหม่ของบริษัท
ในการประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ซึ่งมีการรายงานเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม Thiel เรียก MARA ว่าเป็นบริษัท “พลังงานดิจิทัล” ไม่ใช่เพียงบริษัทขุด Bitcoin และอธิบายว่าไตรมาสดังกล่าวเป็น “ไตรมาสแห่งการนิยามบริษัทใหม่ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย”
MARA ระบุว่า กำลังพิจารณาเปลี่ยนการใช้งานสูงสุด 90% ของกำลังการขุดที่ไม่ได้ให้บริการโฮสต์ ไปเป็นงาน AI และ HPC ขณะที่เอกสาร Form 10-Q ของบริษัทนิยาม MARA ว่าเป็น “บริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สร้างขึ้นเพื่อเปลี่ยนพลังงานให้เป็นงานประมวลผลมูลค่าสูง”
MARA กำลังขยายบริการคลาวด์ AI ไปยังยุโรป และเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ด้านดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานนอกอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อ Exaion ผู้ให้บริการ AI/HPC จากฝรั่งเศสที่แยกตัวออกมาจาก EDF
แม้ธุรกิจหลักจะขยับไปสู่พลังงานและ AI แต่ MARA ยังพยายามรักษาความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศ Bitcoin โดยเปิดตัว MARA Foundation ในงาน Bitcoin 2026
มูลนิธินี้มุ่งสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การวิจัยด้านการต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัม การดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง นโยบาย และการศึกษาในระบบนิเวศ Bitcoin
สารของ Fred Thiel ไม่ใช่การบอกว่า Bitcoin กำลังจะตาย แต่เป็นการมองว่า Bitcoin กำลังเข้าสู่บทบาทที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น นั่นคือสินทรัพย์สำรองและสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ Stablecoin จะรับหน้าที่ด้านการชำระเงิน และโครงสร้างพื้นฐาน AI จะเข้ามาเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของบริษัทที่มีที่ดิน พลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แล้ว
สำหรับ MARA การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงการขยับจาก “ผู้ขุดทองคำดิจิทัล” ไปสู่เจ้าของและผู้ให้บริการพื้นที่ประมวลผล แม้ยังต้องพิสูจน์ว่าตลาดจะให้มูลค่ากับธุรกิจรูปแบบใหม่นี้มากเพียงใด แต่ทิศทางของบริษัทชัดเจนแล้วว่า การเดิมพันครั้งใหญ่ต่อไปไม่ได้มีแค่ Bitcoin แต่อยู่ที่พลังงานและความต้องการประมวลผลของ AI